
ทรัพย์สิน 'พลพีร์ สุวรรณฉวี' เข้า สส. 734.0 ล้าน ปล่อยกู้ให้บริษัทอสังหาฯ 8 ล. ที่ดิน 105 แปลง เงินลงทุนภรรยา 24.7 ล้าน สิทธิและสัมปทานบุตรกว่า 58.4 ล้าน เทียบตอนพ้นตำแหน่ง ลดลง 9.9 ล.
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ราย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569
นายพลพีร์ แจ้งสถานภาพอยู่กินกันฉันสามีภริยา ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด กับ นางสาวทิพย์ชีวัน วงศ์สุรไกร มีบุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ 3 คน รวมมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 734,004,258.59 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 630,350.35 บาท
นายพลพีร์ แจ้งมีทรัพย์สิน 19,156,208.85 บาท ประกอบด้วย เงินสด 300,000 บาท เงินฝาก 5 บัญชี รวม 8,259,032.62 บาทเงินให้กู้ยืม 8,000,000 บาท แก่ บริษัท พีพี แอนด์ ซี แมเนจเมนท์ จำกัด ที่ดิน 1 แปลง มูลค่า 2,247,700 บาท ในพื้นที่ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สิทธิและสัมปทาน รวมมูลค่า 349,476.23 บาท ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัย
นายพลพีร์ แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 1,529,455.48 บาท แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 1,243,800 บาท
นายพลพีร์ และคู่สมรส ไม่ได้แจ้งข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษีที่ผ่านมาไว้ในตาราง
สำหรับ นางสาวทิพย์ชีวัน วงศ์สุรไกร คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สิน 656,413,198.74 บาท ประกอบด้วย เงินสด 250,000 บาท เงินฝาก 41 บัญชี รวม 365,424,411.68 บาท เงินลงทุน รวม 24,794,618.56 บาท ใน บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง, บจก.นานามาร์เก็ตติ้ง บจก.สวนป่าเอราวัณ บจก.สวนป่าเพชรบุรี บจก.ไผ่เงิน พร็อพเพอร์ตี้ บจก.โรงเส้นหมี่ชอเฮง และกองทุนเปิด ที่ดิน 104 แปลง รวมมูลค่า 209,166,645 บาท ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี, กรุงเทพมหานคร, จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดเชียงราย โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง รวม 3 หลัง มูลค่า 4,300,052 บาท บ้านพักชั้นเดียว 1 หลังที่เพชรบุรี และห้องชุดคอนโดมิเนียม ดีคอนโด จรัญฯ 2 หลัง ยานพาหนะ รถยนต์ 2 คัน รวม 5,114,000 บาท และทรัพย์สินอื่น รวมมูลค่า 47,363,471.50 บาท อาทิ นาฬิกาหรู Patek Philippe Audemars Piguet Rolex เครื่องประดับเพชร/จิวเวลรี่ พระเครื่อง/เหรียญที่ระลึก และกระเป๋าแบรนด์เนม Hermes Chanel Dior Goyard
นางสาวทิพย์ชีวัน แจ้งมีหนี้สิน 627,122.31 บาท โดยเป็นเงินเบิกเกินบัญชี
นางสาวทิพย์ชีวัน แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 45,252,129 บาท แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 2,651,418 บาท
ขณะที่บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีทรัพย์สิน 58,434,851 บาท ประกอบด้วย สิทธิและสัมปทาน รวมมูลค่า 58,434,851 บาท ได้แก่ กรมธรรม์ประกันชีวิต และแจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 1,192,938 บาท










@ 743.9 ล้าน กรณีพ้น สส.
บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายพลพีร์ แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 743,947,163.59 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 42,841.89 บาท
ทรัพย์สินของนายพลพีร์ 19,428,370.38 บาท ได้แก่ เงินสด 300,000 บาท เงินฝาก 5 บัญชี รวม 8,536,687.79 บาท เงินให้กู้ยืม 8,000,000 บาท ที่ดิน 1 แปลง รวม 2,247,700 บาท และสิทธิและสัมปทาน รวมมูลค่า 343,982.59 บาท
นายพลพีร์ แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 1,529,455.48 บาท มาจากเงินเดือนจากการดำรงตำแหน่ง ส.ส. และดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 840,000 บาท
ทรัพย์สินของ นางสาวทิพย์ชีวัน คู่สมรส 666,523,064.21 บาท ประกอบด้วย เงินสด 250,000 บาท เงินฝาก 40 บัญชี รวม 378,129,102.64 บาท เงินลงทุน รวม 24,904,696.57 บาท ที่ดิน 106 แปลง รวม 205,554,947 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง รวม 3 หลัง มูลค่า 4,341,078 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 2 คัน รวม 5,114,000 บาท สิทธิและสัมปทาน รวมมูลค่า 2,003,840 บาท และทรัพย์สินอื่น 46,225,400 บาท
นางสาวทิพย์ชีวัน แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 20,843,936.98 บาท มาจากเงินเดือน เงินปันผล และรายได้จากการขายกองทุน แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 600,000 บาท
ทรัพย์สินของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 57,995,729 บาท ประกอบด้วย สิทธิและสัมปทาน รวมมูลค่า 57,995,729 บาท กรมธรรม์ประกันชีวิต











@ ทรัพย์สิน ลดลง 9 ล้านบาทเศษ
ทั้งนี้ นายพลพีร์ เคยยื่นบัญชีทรัพย์สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 พบว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้นลดลง 9,942,905 บาท
เมื่อดูรายละเอียดพบว่า นายพลพีร์ มีทรัพย์สินลดลงโดยพบว่าเงินฝากลดลง 277,655.17 บาท จากเดิม 8.53 ล้านบาท เหลือ 8.25 ล้านบาท
รายการเงินให้กู้ยืม 8 ล้านบาท และที่ดิน 1 แปลงยังคงมีมูลค่าเท่าเดิม
ด้านคู่สมรสพบการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ เงินฝากลดลง 12,704,690.96 บาท จากเดิม 378.12 ล้านบาท เหลือ 365.42 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นเพิ่มขึ้น 1,138,071.50 บาท จากเดิม 46.22 ล้านบาท เป็น 47.36 ล้านบาท ที่ดินเปลี่ยนเป็น 104 แปลง รวมมูลค่า 209.16 ล้านบาท จากเดิม 106 แปลง รวม 205.55 ล้านบาท
ขณะที่บุตรมีทรัพย์สินส่วนสิทธิและสัมปทานเพิ่มขึ้น 439,122 บาท จากเดิม 57.99 ล้านบาท เป็น 58.43 ล้านบาท
ส่วนหนี้สินรวมเบ็ดเสร็จพบว่าเพิ่มขึ้น 587,508.46 บาท จากเดิม 42,841.89 บาท เป็น 630,350.35 บาท

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา