
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 9 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายก อบจ.ปัตตานี’ 15 ปี คดีนำ ‘รถยนต์ส่วนกลาง’ 2 คัน ไปใช้ในการท่องเที่ยวส่วนตัว-ใช้เป็นรถประจำตำแหน่ง เป็นเรื่อง ‘ร้ายแรง’ โทษจำคุก ไม่สมควร ‘รอการลงโทษ’ สั่งชดใช้อีก 1.85 แสน
.....................................
เมื่อวันที่ 10 ต.ค สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 32/2568 คดีหมายเลขแดงที่ 29/2569 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี คดีใช้รถส่วนกลางของทางราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตน และใช้รถส่วนกลางเป็นรถประจำตำแหน่ง
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลย (นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี) มีความผิดตามฟ้อง ข้อ 1.1 และ ข้อ 1.2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ข้อ 1.3 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
ฟ้อง ข้อ 1.1 และ ข้อ 1.2 จำคุกกระทงละ 5 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ฟ้อง ข้อ 1.3 จำคุก 5 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 15 ปี
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยได้ใช้รถส่วนกลางเสมือนเป็นรถประจาตำแหน่งเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่จำเลยได้มอบหมายและอนุญาตให้นำรถส่วนกลางขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานีถึง 2 คัน เป็นยานพาหนะใช้ในการเดินทางไปท่องเที่ยวในเรื่องส่วนตัวของจำเลยไม่เกี่ยวข้องกับราชการ และอนุมัติให้มีการเบิกจ่ายเงินค่าน้ามันเชื้อเพลิงในการใช้รถส่วนกลางโดยมิชอบ นับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง
ขณะเกิดเหตุจำเลยดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา จึงไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ให้จำเลยคืนใช้เงินจำนวน 185,346.90 บาท แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ผู้เสียหาย
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 092/2569 เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 126/2566 เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2566 มีมติชี้มูลความผิด นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ใช้รถส่วนกลางของทางราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตน และใช้รถส่วนกลางเป็นรถประจำตำแหน่ง โดยมีมูลความผิดทางอาญาตาม ปอ. ม.147 , ม.151 , ม.157 ประกอบ ม.91 พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ม.172) ประกอบ ปอ. ม. 91 พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ม.172 ประกอบ ปอ. ม.91




Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา