
‘ศาลฎีกาฯ’ พิพากษาจำคุก ‘อดีตรองนายก ทต.ปราณบุรี’ ประจวบคีรีขันธ์ 1 เดือน ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ ไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษ ‘จำคุก’ ให้รอการลงโทษ 1 ปี เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
...................................
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 11/2569 คดีหมายเลขแดงที่ อม 30/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. (ผู้ร้อง) นางสาวจิรัชยา หาญณรงค์ (ผู้ถูกกล่าวหา) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
คดีนี้ ศาลฎีกาฯ พิพากษาว่า นางสาวจิรัชยา หาญณรงค์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อ ป.ป.ช. (ผู้ร้อง) ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลปราณบุรี อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นางสาวจิรัชยา หาญณรงค์ ผู้ถูกกล่าวหา ตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 จำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท นางสาวจิรัชยา หาญณรงค์ ผู้ถูกกล่าวหา ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กิ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท
ไม่ปรากฏว่า นางสาวจิรัชยา หาญณรงค์ ผู้ถูกกล่าวหา เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30
“…ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า ผู้ถูกกล่าวหา (นางสาวจิรัชยา หาญณรงค์) จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นกรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลปราณบุรี หรือไม่
เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลปราณบุรี จึงเป็นรองผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4 มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเมื่อเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง
ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 102 (9) และมาตรา 105 ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (9) พ.ศ.2561
บทบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ ให้ผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งต้องแสดงความโปร่งใสในเรื่องทรัพย์สินและหนี้สินของตนอันเป็นการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เพื่อให้มีการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สิน การไม่แสดงรายการทรัพย์สินที่ตนหรือคู่สมรสมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่จึงอาจแสดงให้เห็นว่ามีเจตนาจงใจไม่ให้มีการตรวจสอบ ย่อมเป็นการฝ่าฝืนหรือเพิกเฉยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด
การที่ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน โดยไม่แสดงรายการเงินฝากของผู้ถูกกล่าวหา 4 รายการ เงินลงทุน 1 รายการ และยานพาหนะ 2 รายการ โดยได้ความจากสำนวนการไต่สวนที่ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงว่า บัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี XXX-X-XXXXXX เป็นบัญชีที่ผู้ถูกกล่าวหาเปิดไว้รับเงินค่ายอดจัดสินเชื่อรถยนต์มือสองจากธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี XXX-X-XXXXX-X เป็นบัญชีที่เปิดไว้เพื่อควบคุมเงินค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวของผู้ถูกกล่าวหา บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี XXX-X-XXXXX-X เป็นบัญชีที่ผู้ถูกกล่าวหานำเงินได้จากเงินเดือนมาฝากไว้เพื่อรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และช่วยทำยอดให้พนักงานธนาคารที่คุ้นเคย และบัญชีธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เลขที่บัญชี XXXXXXXXXXXX เป็นบัญชีที่เปิดไว้เพื่อรับเงินสดประจำวันที่ได้จากการขายรถยนต์ หรือให้บริการซ่อมรถยนต์ของบริษัทมิตซูประจวบ จำกัด
ส่วนรายการเงินลงทุน หุ้นในบริษัท ปราณบุรีพรีเมียร์ซัพพลาย จำกัด จำนวน 200,000 หุ้น มูลค่ารวม 2,000,000 บาท นั้น เป็นธุรกิจของครอบครัว ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเคยบริหารงานในบริษัทดังกล่าว ต่อมาได้ถอนชื่อจากบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นแล้ว ภายหลังปรากฏว่าครอบครัวต้องการให้ช่วยบริหารงานบางส่วน จึงได้เพิ่มชื่อผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาในบริษัทอีกครั้ง
ส่วนรายการยานพาหนะทั้งสองรายการนั้น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน กฉ 9978 ประจวบคีรีขันธ์ ลูกค้าได้ เช่าซื้อและผ่อนชำระครบถ้วนแล้ว แต่โอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ เนื่องจากลูกค้าไปเปลี่ยนเครื่องยนต์ และไม่มีใบเสร็จรับเงิน ส่วนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน บต 9 ประจวบคีรีขันธ์ ยังถูกใช้งานอยู่ที่บริษัท แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทราบถึงความมีอยู่ของทรัพย์สินทุกรายการเป็นอย่างดี
แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะอ้างในชั้นไต่สวนของผู้ร้อง ว่า เงินฝากธนาคารบางรายการ ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ทำธุรกรรมบ่อยครั้งจึงหลงลืม แต่จะเห็นได้ว่ารายการเงินฝากในบัญชีมีจำนวนมาก ทั้งหลังจากผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งแล้ว ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหายังคงทำธุรกรรมในบัญชีดังกล่าวอีก ส่วนรายการยานพาหนะก็ปรากฏว่า คู่มือจดทะเบียนรถยนต์ทั้งสองคันยังคงอยู่กับผู้ถูกกล่าวหาและมีชื่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์
เมื่อรับฟังประกอบกับที่ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ จึงฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินและหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลปราณบุรี มีผลให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม
และการกระทำของผู้ถูกกล่าวหายังเป็นความผิด ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลปราณบุรี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 ด้วย
พิพากษาว่า นางสาวจิรัชยา หาญณรงค์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลปราณบุรี อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 จำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กิ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท
ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30” คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 11/2569 คดีหมายเลขแดงที่ อม 30/2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา