‘ผู้ว่าฯสตง.’ทำหนังสือถึง ‘ประธานบอร์ดนโยบาย’ ส.ส.ท. แจ้งดำเนินการตามอำนาจ-หน้าที่ ปม ‘ผอ.ไทยพีบีเอส’ จ้างผลิตรายการ ‘โดยวิธีเฉพาะเจาะจง’ ขัด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ พร้อมสั่งเรียกชดใช้ค่าเสียหาย 85.22 ล้านบาท ด้าน ‘สมาพันธ์พนักงานไทยพีบีเอส’ ออกแถลงการณ์คัดค้าน ‘ร่าง กม.TPBS’ ขณะที่ผลรับฟังความคิดเห็นฯล่าสุด พบ 95.76% 'ไม่เห็นด้วย' ร่างกฎหมาย TPBS ฉบับ ‘ภูมิใจไทย’
.........................................
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ ตผ 0021/989 เรื่อง แจ้งผลการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย เรื่อง การใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) กรณีการจ้างผลิตรายการ และการจ่ายเงินค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ ถึงประธานกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
โดยหนังสือฉบับนี้มีเนื้อหาว่า ตามที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนักตรวจเงินแผ่นดินที่ 1 ได้ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย เรื่อง การใช้จ่ายเงินหรือการใช้ประโยชน์ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (กรณีการจ้างผลิตรายการ และการจ่ายเงินค่าตอบแทนพิธีกรและแขกรับเชิญ) ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.)
ผลการตรวจสอบปรากฏว่า มีข้อบกพร่อง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือแบบแผนการปฏิบัติราชการ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐและก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือหน่วยรับตรวจ รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย นั้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 54 (4) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561 ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน จึงขอแจ้งให้ท่านดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตาม 28 (5) แห่ง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 ดังนี้
1.ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับนายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งตามสัญญาจ้างตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 กรณีการจ้างผลิตรายการโดยวิธีเฉพาะเจาะจง โดยไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ค)
กรณีไม่ดำเนินการเพื่อให้มีระเบียบที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยว่าด้วยการเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ. 2567 ข้อ5 ประกอบข้อ 22 และกรณีอนุมัติให้มีการจ่ายเงินค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ โดยไม่มีระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการจ่ายกำหนดไว้ ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 มาตรา 38 และมาตรา 48
2.ดำเนินการให้มีการชดใช้ค่าเสียหายแก่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย รวมจำนวน 85,222,935.65 บาท (แปดสิบห้าล้านสองแสนสองหมื่นสองพันเก้าร้อยสามสิบห้าบาทหกสิบห้าสตางค์) อันประกอบไปด้วย ค่าเสียหายจากกรณีการจ้างผลิตรายการโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ปีงบประมาณ 2566-2568 จำนวน 15,840,000.00 บาท และค่าเสียหายจากการจ่ายเงินค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนิน รายการแขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ ปึงบประมาณ 2568 จำนวน 69,382,935.65บาท
เพื่อเป็นการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด ขอให้ท่านเร่งดำเนินการภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบ โดยให้แจ้งการดำเนินการดังกล่าวไปให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบทันที เมื่อเริ่มต้นการดำเนินการ และต้องดำเนินกระบวนการดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบ และแจ้งผลของการดำเนินการไปให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบทุก 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบฉบับนี้จนกว่าจะดำเนินกระบวนการดังกล่าวแล้วเสร็จ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการตามหนังสือแจ้งนี้โดยเคร่งครัดต่อไป”
@‘สมาพันธ์พนักงานไทยพีบีเอส’แถลงการณ์ค้านแก้ กม.
วันเดียวกัน (12 ต.ค.) สมาพันธ์พนักงานไทยพีบีเอส ออกแถลงการณ์ คัดค้านแก้ไขร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. โดยระบุว่า จากกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่ง ประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ...
โดยยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงองค์การที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยสุราและว่าด้วยยาสูบและแก้ไข รายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เปลี่ยนแปลงแหล่งที่มาของรายได้ องค์การฯ จากการจัดเก็บภาษี เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) มาเป็นการจัดสรรผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามกลไกของรัฐสภา นั้น
สมาพันธ์พนักงานไทยพีบีเอส ในฐานะตัวแทนของพนักงาน เห็นว่าการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารของประชาชนและนำไปสู่การสูญเสียความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ของสื่อสาธารณะ อันเป็นพื้นที่การสื่อสารและการเรียนรู้ของ ประชาชน ซึ่งจะต้องมีหลักประกันได้ว่าจะไม่ถูกครอบงำทางการเมือง หรือมีผลประโยชน์เชิงพาณิชย์แอบแฝง ท่ามกลางความท้าทายของ สังคมไทยที่เหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมในหลายมิติ
ด้วยเหตุดังกล่าว สมาพันธ์พนักงานไทยพีบีเอส และพนักงาน จึงขอแสดงจุดยืนต่อการพิจารณาการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ดังต่อไปนี้
1.ขอคัดค้านการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่...) พ.ศ. ซึ่งขัดต่อหลักการสำคัญของสื่อสาธารณะ อีกทั้งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. อาจมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศควรมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ.2562 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมาย โดยการรับฟังความคิดเห็นนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานของ รัฐทราบถึงปัญหา สาเหตุของปัญหาและผลกระทบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนจนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง
2.สนับสนุนการปฏิรูปองค์การ เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ตอบสนองต่อความคาดหวังของสังคม ครอบคลุมความหลากหลายในประเด็นปัญหาของประชาชนในมิติต่างๆ สอดรับกับภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป โดยยึดหลักการของสื่อสาธารณะที่เที่ยงตรง โปร่งใส สร้างสังคมเป็นธรรม ทั้งยังสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อมในการกำหนดทิศทางการให้บริการขององค์การฯ เพื่อประโยชน์สารารณะ
3.สนับสนุนการตรวจสอบจากหน่วยงานภายในและภายนอก ตามหลักรรรมาภิบาลและความโปร่งใส โดยสมาพันธ์ฯ และพนักงานขอเรียกร้องให้ผู้บริหารองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาและเร่งดำเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการดำเนินการทางกฎหมาย ตลอดจนชี้แจงทุกข้อสงสัยต่อสาธารณะโดยชัดแจ้ง
ภายใต้ช่วงเวลาที่สังคมให้ความสนใจเกี่ยวกับการปรับแก้กฎหมายและการทำหน้าที่ของไทยพีบีเอสในการเป็นสื่อสาธารณะ สมาพันธ์ฯ และพนักงานตระหนักดีว่าทุกความเห็นทุกข้อวิพากษ์เป็นสิ่งที่ไทยพีบีเอสต้องเปิดรับฟังและปรับปรุงการทำหน้าที่อยู่เสมอเพื่อให้สื่อสาธารณะ สามารถเป็นพื้นที่เสรีภาพของสังคมไทย
"สมาพันธ์ฯ และพนักงานมิได้ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง หากการปรับเปลี่ยนนั้นดำเนินไปบนพื้นฐานของหลักรรรมาภิบาล ความโปร่งใส สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนต่อการปฏิรูปสื่อสาธารณะอย่างแท้จริง" แถลงการณ์ฯระบุ
ขณะที่ความคืบหน้าในการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดย นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย กับคณะ ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นฯตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.2569 จนถึงวันที่ 14 ต.ค.2569 ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ต.ค.2569 มีผู้เข้าอ่านร่าง พ.ร.บ. ทั้งสิ้น 167,441 ครั้ง และมีผู้แสดงความคิดเห็นแล้ว 57,936 คน โดยมีผู้แสดงความคิดเห็น ‘ไม่เห็นด้วย’ คิดเป็น 95.76% และมีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ‘เห็นด้วย’ คิดเป็น 3.63%


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา