
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 3 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายก อบจ.ชัยภูมิ-พวก’ คนละ 6 ปี คดีจัดซื้อ ‘สื่อการเรียนรู้ฯ’ โดยมิชอบ
...................................
เมื่อวันที่ 14 ต.ค สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า 8 มิ.ย.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 158/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 115/2569 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นายมนตรี ชาลีเครือ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ กับพวก ในคดีจัดซื้อสื่อการเรียนรู้ชุดพัฒนาทักษะภาษาเกี่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียนตามโครงการพัฒนาทักษะภาษาสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นโครงการที่ตั้งงบประมาณไว้ตั้งแต่งบประมาณ 2556
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลยทั้งสอง (นายมนตรี ชาลีเครือ จำเลยที่ 1 และนายมณเฑียร เลิศรัฐการ จำเลยที่ 2) มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 151 (เดิม) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 การกระทำของจำเลยทั้งสอง เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 151 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 6 ปี
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 092/2569 เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายมนตรี ชาลีเครือ กับพวก มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นายมนตรี ชาลีเครือ กับพวก จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 44/2567 เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 มีมติชี้มูลความผิดนายมนตรี ชาลีเครือ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชัยภูมิ และนายมณเฑียร เลิศรัฐการ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายก อบจ.ชัยภูมิ กรณีกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โครงการจัดซื้อสื่อการเรียนรู้ชุดพัฒนาทักษะภาษาเกี่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียน ตามโครงการพัฒนาทักษะภาษาสู่ประชาคมอาเซียน งบประมาณ 17,360,200 บาท โดยวิธีพิเศษ ทั้งที่สามารถดำเนินการจัดซื้อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ส่อไปในทางทุจริต โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 151, 157 และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172)


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา