
‘ศาลอุทธรณ์’ พิพากษายืนจำคุก ‘อดีตผอ.โรงเรียนบ้านศาลเจ้าพ่อ’ นครราชสีมา 5 ปี ‘ไม่รอลงอาญา’ คดีทุจริตเบิกจ่ายเงินโครงการก่อสร้าง ‘ห้องส้วม’ สั่งร่วมชดใช้ค่าเสียหาย 1.29 แสนบาท
..........................................
เมื่อวันที่ 16 ต.ค สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2569 ศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 438/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 7870/2569 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นางลภาภัทร พลสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านศาลเจ้าพ่อ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา กับพวก ในคดีทุจริตเบิกจ่ายเงินโครงการก่อสร้างห้องส้วมโรงเรียนบ้านศาลเจ้าพ่อ
คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3) ซึ่งพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นางลภาภัทร พลสิทธิ์) มีความผิด ตาม ป.อ. ม.147 (เดิม) ประกอบ ม.83, ม.151 (เดิม), ม.162 (1) (4) (เดิม) ประกอบ ม.83 จำเลยที่ 2 (นางประคอง ธนูปกรณ์) มีความผิด ตาม ป.อ. ม.147 (เดิม) ประกอบ ม.83, ม.151 (เดิม) ประกอบ ม.86, ม.162 (1) (4) (เดิม) ประกอบ ม.83 และจำเลยที่ 3 (นางสาวสายสุณีย์ แสงก่า) มีความผิด ตาม ป.อ. ม.147 (เดิม) ม.151 (เดิม) ประกอบ ม.86 , ม.162 (1) (4) (เดิม) ประกอบ ม.83
การกระทำของจำเลยทั้งสาม เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท สำหรับจำเลยที่ 1 ความผิดตาม ม.147 (เดิม) ประกอบ ม.83 และ ม.151 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด มีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันยักยอกทรัพย์ตาม ม.147 (เดิม) ประกอบ ม.83 เพียงบทเดียว ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันยักยอกทรัพย์ ตาม ม.147 (เดิม) ประกอบ ม.83 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด
สำหรับจำเลยที่ 3 ความผิดตาม ม.147 (เดิม) ประกอบ ม.86 และ ม.151 (เดิม) ประกอบ ม.86 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด มีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตาม ม.147 (เดิม) ประกอบ ม.86 เพียงบทเดียว ตาม ป.อ. ม.90
จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 5 ปี และปรับ 21,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน และปรับ 14,000 บาท
ในส่วนโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี คุมความประพฤติจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 1 ปี ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติคนละ 4 ครั้ง ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ทำงานบริการสังคมหรือบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร เป็นเวลาคนละ 18 ชั่วโมง ตามป.อ. ม.56 หากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. ม.29,30 และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือชดใช้เงิน 129,300 บาท แก่โรงเรียนบ้านศาลเจ้าพ่อ
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 092/2569 เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่ฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 153/2564 เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2564 มีมติชี้มูลความผิด นางลภาภัทร พลสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านศาลเจ้าพ่อ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา กับพวก ในคดีทุจริตเบิกจ่ายเงินโครงการก่อสร้างห้องส้วมโรงเรียนบ้านศาลเจ้าพ่อ โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. ม.147, 151 ประกอบ ม.86 ม.157 และ ม.162 (1) (4)



Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา