‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 9 พิพากษาจำคุก ‘อดีตเกษตรและสหกรณ์’ จ.พัทลุง 7 ปี 6 เดือน คดีเรียกรับเงินจาก ‘ผู้ขาย’ วัสดุโรงเรือนผักปลอดสารพิษแบบ ‘Knock down’ โดยมิชอบ
..........................................
เมื่อวันที่ 18 ต.ค สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 58/2568 คดีหมายเลขแดงที่ 15/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นายจรูญศักดิ์ สุขขุม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง กับพวก ในคดีเรียกรับเงินจากผู้รับจ้าง (ผู้ขาย) โครงการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างสำหรับจัดทำโรงเรือนผักปลอดจากสารพิษแบบถอดประกอบได้ (Knock down) ตามสัญญาซื้อขาย เลขที่ 7/2561 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2560 โดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯ พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นายจรูญศักดิ์ สุขขุม) มีความผิดตาม ปอ.ม.148 ประกอบ ม.84 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 ประกอบ ปอ.ม.84 จำเลยที่ 2 (นางเสริมศรี สุวรรณคีรี) มีความผิดตาม ปอ.ม.148 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่นตามปอ.ม.148 ประกอบ ม.84 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ปอ.ม.90 จำคุก 5 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตาม ปอ.ม.84 วรรคสาม เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือน
ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นเจ้าหนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตาม ปอ.ม.148 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ปอ.ม.90 จำคุก 5 ปี และปรับ 100,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ปอ.ม.78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคำร้องประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ฉบับลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 แล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มวางแผนเรียกรับเงิน ภายหลังทราบว่าการกระทำของตนเป็นความผิด ก็ได้ให้ความร่วมมือกับพนักงานไต่สวน โดยให้ข้อมูลเปิดเผยถึงการกระทำความผิดของผู้ใช้ให้กระทำความผิด อันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีแก่บุคคลดังกล่าว และให้การรับสารภาพต่อศาล
ปัจจุบันจำเลยที่ 2 ไม่ได้ประกอบอาชีพ มีภาระต้องอุปการะเลี้ยงดูหลานผู้เยาว์และสามีที่เจ็บป่วยด้วยโรคกระเพาะอาหารทะลุ ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด กรณีย่อมเป็นการใช้ชีวิตที่ต้องยากลำบากพอสมควร จำเลยที่ 2 น่าจะได้รู้สำนึกถึงผลจากการกระทำผิดนี้และจำเป็นบทเรียนของชีวิตตลอดไป
เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยรับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสแก่จำเลยที่ 2 ได้กลับตัว โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติของจำเลยที่ 2 ไว้ โดยให้จำเลยที่ 2 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง เป็นเวลา 1 ปี ให้จำเลยที่ 2 กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรมีกำหนด 24 ชั่วโมง ตาม ปอ.ม.56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ปอ.ม.29, 30
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 090/2569 เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2569 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายจรูญศักดิ์ สุขขุม กับพวก มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นายจรูญศักดิ์ สุขขุม กับพวก จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 89/2567 เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2567 มีมติชี้มูลความผิด นายจรูญศักดิ์ สุขขุม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง กับพวก ในคดีเรียกรับเงินจากผู้รับจ้าง (ผู้ขาย) โครงการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างสำหรับจัดทำโรงเรือนผักปลอดจากสารพิษแบบถอดประกอบได้ (Knock down) ตามสัญญาซื้อขาย เลขที่ 7/2561 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2560 โดยมิชอบ โดยมีมูลความผิดทางอาญาตาม ปอ.ม.148, ม.157 ประกอบ ม.84 พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 พรบ.ปปช.พ.ศ.2561 ม.172 ประกอบ ปอ.ม.84




Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา