
นายกฯสั่ง EEC รวบรวมข้อมูลโปรเจ็กต์ติดหล่ม ‘ไฮสปีด 3 สนามบิน,ท่าเรือแหลมฉบัง และสนามบินอู่ตะเภา’ หารือในการประชุมครั้งหน้า ส่วนไฮสปีด 3 สนามบิน เลขาฯ EEC ย้ำสัญญายังเดินอยู่ แต่ยอมรับไปต่อยากเหตุสถานการณืเปลี่ยนไปจากผลการศึกษา ทำแบงก์ไม่ปล่อยกู้
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 26 ตุลาคม 2569 นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ เลขาธิการ EEC เปิดเผยว่า ที่ประชุม EEC ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ยังไม่มีวาระหารือเกี่ยวกับการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
แต่นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานบอร์ด ได้แจ้งในที่ประชุมว่า จะนัดประชุมกันบ่อยขึ้น และให้เก็บประเด็นคั่งค้างและยังมีปัญหาอุปสรรคทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, สนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 สกัดข้อมูล เพื่อนำมาประชุมในครั้งถัดไป
“นายกฯกล่าวว่า เรื่องเหล่านี้มันมีกระบวนการบางเรื่องที่มีผลกระทบกับความรับผิดชอบ การจะไปบอกว่าไปต่อหรืออะไรยังไง มันมีความรับผิดชอบทางกฎหมายด้วย ก็อยากให้มีการนำเสนอข้อมูลในรายละเอียดก่อน เพื่อให้เกิดความสบายใจในการตัดสินใจ เพราะในกระบวนการนี้ มันเป็น PPP (เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ) ภายใต้กฎหมายของ EEC มันต้องกลับมาที่ EEC ก็ต้องทำวาระกัน อย่างรถไฟก็มีคดีความฟ้องร้อง ติดตามหนี้สินค้างชำระกัน ก็คาดว่าจะมีการประชุมนัดถัดไปประมาณเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้เลย ก็อยู่ระหว่างหาวันเวลาอยู่” นายจุฬากล่าว
เลขาธิการ EEC กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้ EEC ยังไม่สรุปว่าจะมีโครงการอะไรมาแทนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพราะตัวสัญญาที่ลงนามกันไว้ยังบังคับใช้อยู่ ยังไม่มีการยกเลิก การจะเอาโครงการหรือแผนงานสำรองมาดำเนินการจะทำได้ต่อเมื่อสัญญาปัจจุบันถูกยกเลิก ซึ่งตอนนี้แม้ทางบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (ซี.พี.) ในฐานะคู่สัญญาจะยืนยันขอใช้สิทธิ์สิ้นสุดสัญญาแล้ว แต่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เจ้าของโครงการยังไม่รับ ก็จะเข้ากระบวนการยุติข้อพิพาทก่อน ตอนนี้ยังเป็นเรื่องระหว่างคู่สัญญา 2 ฝ่ายแก้ปัญหากัน แต่ยอมรับว่า ขณะนี้โครงการไปต่อยากแล้ว เพราะโครงการไม่เป็นไปตามผลการศึกษา ทำให้ธนาคารที่เอกชนติดต่อขอกู้ไว้ ไม่ปล่อยกู้ ตอนนี้ก็ต้องคิดกันว่า จะทำอย่างไรให้โครงการไปต่อได้ รัฐบาลจะลงทุนเอง หรือจะใช้ PPP ตามเดิมก็คงต้องมาดูกัน ซึ่งทาง รฟท.ก็มีการมองไว้คร่าวๆแล้วว่า จะเอาแบบไหนดี ลดความเร็วมาเหลือ 160 กม./ชม. หรือจะทำเป็นรถไฟทางคู่ แต่อย่างไรก็ตาม EEC ยืนยันว่า ในพื้นที่ EEC จะต้องมีรถไฟไปถึงอู่ตะเภา
เมื่อถามว่า จากที่เสียเวลามา 6 ปี จะมีโอการยึดเงินประกันจาก ซี.พี.หรือไม่ นายจุฬากล่าวว่า ถ้ามีความเสียหายและพิสูจน์ได้ ก็สามารถยึดเงินประกันได้ ซึ่งซี.พี.วางหลักประกันไว้แล้ว 2,000 ล้านบาท
นายจุฬากล่าวต่อว่า ส่วนจะแก้ปัญหาได้ก่อนครบวาระในปี 2570 หรือไม่ ก็จะแก้ให้ถึงวันสุดท้าย เพราะงานนี้คืองานของประเทศ ไม่ใช่งานของคนเสียทีเดียว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา