‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ พิพากษาจำคุก ‘พ.ต.ท.-ร.ต.ท.’ คนละ 4 ปี คดีจัดทำรายงานตรวจรับพัสดุ ‘รร.ตชด.’ 83 โรงเรียน เป็นเท็จ
....................................
เมื่อวันที่ 28 ต.ค สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 165/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 55/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง พันตำรวจโทหญิง เสาวณีย์ เรืองสุภาภิชาติ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 7 กองบัญชาการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตารวจแห่งชาติ กับพวก (จำเลยที่ 1-4) ในคดีจัดทำรายงานการตรวจรับพัสดุเป็นเท็จ เพื่อให้มีการเบิกจ่ายเงินตามสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์การศึกษาสำหรับใช้ในโรงเรียนตระเวนชายแดน (รร.ตชด.) 83 โรงเรียน
คดีนี้ ศาลฯ พิพากษาว่า จำเลยที่ 2 (พันตำรวจโท สมชาย กาละวงศ์) และที่ 3 (ร้อยตำรวจโท ภัทรพล ภิรมย์รักษ์) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) (ใหม่), 162 (1) (4) (เดิม) (ใหม่) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
จำเลยที่ 4 (นายอนันตชัย จงถาวร) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) (ใหม่), 162 (1) (4) (เดิม) (ใหม่) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
การกระทำของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท สำหรับความผิดกระทงแรกให้ลงโทษฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด สำหรับความผิดกระทงที่สอง ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ใหม่) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
การกระทำความผิดแต่ละบทเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกจำเลยที่ 2 (พันตำรวจโท สมชาย กาละวงศ์) และที่ 3 (ร้อยตำรวจโท ภัทรพล ภิรมย์รักษ์) คนละกระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง จำคุกคนละ 6 ปี จำคุกจำเลยที่ 4 (นายอนันตชัย จงถาวร) กระทงละ 2 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 4 ปี
คำให้การชั้นสอบสวนและทางไต่สวนชั้นพิจารณาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละกระทงละ 2 ปี รวม 2 กระทง จำคุกคนละ 4 ปี จำคุกจำเลยที่ 4 กระทงละ 1 ปี 4 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 2 ปี 8 เดือน
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 085/2569 เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คาพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด พันตำรวจโท สมชาย กาละวงศ์ (จำเลยที่ 2) ,ร้อยตำรวจโท ภัทรพล ภิรมย์รักษ์ (จำเลยที่ 3) และนายอนันตชัย จงถาวร (จำเลยที่ 4) มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ พันตำรวจโท สมชาย กาละวงศ์ ,ร้อยตำรวจโท ภัทรพล ภิรมย์รักษ์ และนายอนันตชัย จงถาวร จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 19/2567 เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2567 มีมติชี้มูลความผิด พันตำรวจโทหญิง เสาวณีย์ เรืองสุภาภิชาติ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 7 กองบัญชาการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตารวจแห่งชาติ กับพวก จัดทำรายงานการตรวจรับพัสดุเป็นเท็จ เพื่อให้มีการเบิกจ่ายเงินตามสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์การศึกษาสำหรับใช้ในโรงเรียนตระเวนชายแดน 83 โรงเรียน โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 86, 91, 151, 157 และมาตรา 162 (1) (4) ,พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบ ป.อ. มาตรา 86, มาตรา 91


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา