
‘รมว.พลังงาน’ เซ็นคำสั่งใช้สูตรคำนวณราคาน้ำมันใหม่ ถอด ‘ค่าใช้จ่ายทิพย์’ 3 รายการ พร้อมลด ‘ค่าสำรองน้ำมัน’ เหลือ 2 ใน 3 ส่วน มีผลตั้งแต่ 29 ต.ค.นี้ คาดลดภาระให้ประชาชนปีละ 1 หมื่นล้าน
......................................
เมื่อวันที่ 28 ต.ค. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้ลงนามคำสั่งปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่นน้ำมัน โดยถอดค่าใช้จ่ายสมมุติที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ซึ่งแฝงอยู่ในสูตรการคำนวณราคาน้ำมันฯ ที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จัดตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2547 ออกจากสูตรการคำนวณราคาน้ำมัน ทั้งนี้ การคำนวณราคาน้ำมันตามหลักเกณฑ์ใหม่ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2569 และจะช่วยลดภาระให้กับประชาชนได้ 10,839 ล้านบาทต่อปี
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ที่ผ่านมาราคา ณ โรงกลั่นของไทย อ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ แล้วบวกค่าใช้จ่ายเสมือนว่าน้ำมันถูกขนส่งทางเรือจากสิงคโปร์มายังประเทศไทย ทั้งที่น้ำมันส่วนใหญ่กลั่นในประเทศ หลักเกณฑ์ใหม่ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จึงยกเลิกค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่ง (Freight, Insurance, Loss) ที่สมมุติจากเส้นทางสิงคโปร์
พร้อมทั้งปรับลดค่าสำรองน้ำมันเหลือ 2 ใน 3 ส่วน ให้สอดคล้องกับปริมาณสำรองที่เกิดขึ้นจริง ผล คือ ราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันทุกประเภท จะปรับลดลง 0.0875-0.3548 บาทต่อลิตร คิดเป็นมูลค่า 29.70 ล้านบาทต่อวัน หรือ 10,839 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะดีเซล B7 ซึ่งมีปริมาณใช้มากที่สุดได้ประโยชน์มากที่สุด จะลดลง 0.3548 บาทต่อลิตร คิดเป็น 6,795 ล้านบาทต่อปี รองลงมา คือ แก๊สโซฮอล์ 95 ที่ลดลง 0.3203 บาทต่อลิตร คิดเป็น 2,115 ล้านบาทต่อปี
“การอ้างอิงราคาตลาดโลกเพียงอย่างเดียว อาจเหมาะกับภาวะปกติ แต่ในภาวะวิกฤต สูตรนี้สร้างกำไรส่วนเกินที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน” นายเอกนัฏ กล่าว และว่า “การหักส่วนเกินโรงกลั่น คือ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในวิกฤต ส่วนการถอดราคาทิพย์ครั้งนี้ คือ การแก้ที่โครงสร้าง ต่อให้วิกฤตจบ เงินหมื่นล้านบาทต่อปีนี้ ก็จะไม่กลับมาอยู่ในบิลน้ำมันของคนไทยอีก”
นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า มาตรการฯครั้งนี้สอดคล้องกับการถอดค่าไฟฟ้าสาธารณะ มูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาทออกจากบิลค่าไฟของประชาชนก่อนหน้านี้ โดยทั้ง 2 มาตรการดังกล่าว เป็นการทบทวนต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องจ่ายในสิ่งที่ไม่ได้ใช้จริง และเพื่อให้ราคาพลังงานเป็นธรรมกับคนไทยทุกคน
นายเอกนัฏ ยังระบุว่า ตั้งแต่เดือน เม.ย.2569 กบง. ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 มีมติปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 8 ครั้ง เรียกเก็บผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่นได้ 31,786 ล้านบาท ครอบคลุมดีเซลรวม 11,058 ล้านลิตร เมื่อรวมกับเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ดูแลราคาอีก 64,355 ล้านบาท รัฐได้ใช้เงินดูแลราคาน้ำมันให้ประชาชนแล้วรวม 96,141 ล้านบาท

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา