
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ พิพากษาจำคุก ‘อดีตพนักงานการเลือกตั้ง’ กกต. 250 ปี คดีปลอมเอกสารประชุม-หลักฐานจ่ายเงินในการจัดประชุม แล้วนำเงินไปเป็น ปย.ส่วนตน คงจำคุก 50 ปี สั่งคืนเงิน 1.23 ล้านบาท
.......................................
เมื่อวันที่ 8 พ.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ต.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 202/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 94/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด ฟ้อง นายสุทธิรักษ์ สำเร็จประสงค์ (จำเลย) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพนักงานการเลือกตั้งปฏิบัติงาน ระดับกลาง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ในคดีปลอมเอกสารการประชุมและหลักฐานการจ่ายเงินในการจัดประชุมคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 17 แล้วนำเงินไปเป็นประโยชน์ส่วนตน
คดีนี้ ศาลฯ พิพากษาว่า จำเลย (นายสุทธิรักษ์ สำเร็จประสงค์) มีความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.4 ป.อ. ม.147 (เดิม),157 (เดิม), 161 (เดิม) พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. ม.91 ความผิดฐานเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต
และฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามฟ้องข้อ 2.1 ถึง 2.78 เป็นการกระทำกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท
ให้ลงโทษฐานเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้น เป็นของตนโดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.4 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. ม.90 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 78 กระทง จำคุก 390 ปี
ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น
และฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามฟ้องข้อ 2.79 ถึง 2.99 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ตาม ป.อ. ม.147 (เดิม) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. ม.90 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 21 กระทงจำคุก 105 ปี
และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสาร โดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น และฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามฟ้องข้อ 2.100
เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.123/1 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. ม.90 จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 500 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. ม.78 เป็นจำคุก 250 ปี แต่คงให้จำคุกจำเลย 50 ปี ตาม ป.อ. ม.91 (3) ให้จำเลยคืนเงิน 1,234,769.81 บาท แก่ผู้เสียหาย
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 099/2569 เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาคดีอาญา
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายสุทธิรักษ์ สำเร็จประสงค์ มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นายสุทธิรักษ์ สำเร็จประสงค์ จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 153/2563 เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2563 มีมติชี้มูลความผิด นายสุทธิรักษ์ สำเร็จประสงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพนักงานการเลือกตั้งปฏิบัติงาน ระดับกลาง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ปลอมเอกสารการประชุมและหลักฐานการจ่ายเงินในการจัดประชุมคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 17 แล้วนำเงินไปเป็นประโยชน์ส่วนตน โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ.ความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.4 และ ม.11 , ป.อ. ม.147 ม.157 และ ม.161 พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) ม.123/1 ประกอบ พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ม.192




Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา