
ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนข้อบังคับ ม.อุบลฯ เปิดช่องบุคคลอายุเกิน 60 ปีนั่งคณบดีได้ เหตุไม่เคยปรากฎว่าดำรงตำแหน่งแล้วเกิดผลกระทบ-ผลเสียหายต่อการบริหารจัดการภารกิจภายในมหาวิทยาลัย
.............................
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2563 ที่ผ่านมา ศาลปกครองอุบลราชธานี มีคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ บ.55/2563 คดีพิพาทระหว่างนายนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ผู้ฟ้องคดี กับสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่ 1 คณะกรรมการสรรหาคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี โดยขอให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเพิกถอนข้อบังคับที่ห้ามบุคคลอายุเกิน 60 ปี ดำรงตำแหน่งคณบดี
ศาลปกครองอุบลราชธานี วินิจฉัยว่า มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีพ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่กำหนดคุณสมบัติของคณบดีไม่มีการบัญญัติว่าผู้ที่สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นคณบดีจะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี อันแสดงให้เห็นว่าการให้ผู้ซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีดำรงตำแหน่งคณบดีไม่ได้เกิดผลกระทบหรือผลเสียหายต่อการบริหารจัดการภารกิจของคณะหรือวิทยาลัยตามอำนาจหน้าที่ของคณบดี รวมทั้งยังเป็นโอกาสให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองสามารถคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติทั้งด้านความรู้และประสบการณ์ที่เหมาะสมมากที่สุดมาดำรงตำแหน่งดังกล่าวอีกด้วย ทั้งเวลาที่ผ่านมาไม่ปรากฏว่าเคยมีปัญหากรณีผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีที่อายุเกิน 60 ปี ปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือผลเสียหายต่อการบริหารจัดการภารกิจของวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุขแต่อย่างใด
นอกจากนั้น เมื่อพิจารณาเทียบเคียงจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยต่างๆ กฎหมายที่เกี่ยวข้องก็มิได้ห้ามผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีดำรงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งที่การบริหารจัดการมหาวิทยาลัยตามอำนาจหน้าที่ของอธิการบดี มีขอบเขตความรับผิดชอบมากกว่าคณบดีเป็นอย่างมาก ดังนั้น ข้อ 5 วรรคสอง (1) และข้อ 5/1 ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีฯ ที่กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่สมควรได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งคณบดีว่าต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี และผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งคณบดี ให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อมีอายุครบ 60 ปี จึงเป็นกฎที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ไม่ทาบทามผู้ฟ้องคดีเพื่อเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหาคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข โดยอาศัยเหตุผลตามข้อ 5 วรรคสอง (1) ประกอบกับข้อ 5/1 ของข้อบังคับดังกล่าว มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน
ศาลปกครองอุบลราชธานีจึงพิพากษาเพิกถอนข้อ 5 วรรคสอง (1) และข้อ 5/1 ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีฯ และมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ในการประชุมเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 โดยให้คำสั่งวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาที่ให้ทุเลาการบังคับตามข้อบังคับและมติดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
อนึ่ง คดีนี้อธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานีมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยเร่งด่วนตามข้อ 49/2 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมตามระเบียบฯ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 เพื่อให้ศาลปกครองสามารถพิจารณาพิพากษาคดีให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วตามลักษณะคดีที่มีความจำเป็นต้องพิจารณาโดยเร่งด่วน ซึ่งนับจากวันที่ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องจนถึงวันที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองอุบลราชธานีมีคำพิพากษาใช้เวลาทั้งสิ้น 14 วัน
อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม : https://drive.google.com/file/d/13CLhvSHSEFyrYI5QsSIsp7U2P7QNSG1t/view
#กดคลิก ติดตาม ส่งแชร์ข่าวอิศรา ได้ที่นี่ https://www.facebook.com/isranewsfanpage

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา