"ราชทัณฑ์" แจงประเด็นคุกวีไอพี ไม่มีแน่นอน ภาพ "สนธิ" เรื่องจริง แต่ไปพบแพทย์มี จนท.คุม ส่วน "เก่ง ลายพราง" รูปคู่หญิงสาวในคุกไม่มีแน่นอน ขณะที่จัดเลี้ยงหรูหราหรือบ้านอิทธิพลในคุกไม่มีเช่นกัน
จากกรณี นายสุริยะใส กตะศิลา เปิดเผยในเวทีเสวนาเรื่องปฏิรูประบบยุติธรรม เสียงสะท้อนจากเรือนจำ พูดถึงเรื่องการใช้ชีวิตในคุกว่า นักโทษบางคนไม่อยากออกจากคุกแล้วเพราะมีรายได้ถึงเดือนละ 4 หมื่นบาท โดยรายได้ที่ว่ามาจากค่าจ้างซักผ้าผืนละ 15 บาท และค่าอำนวยความสะดวกอื่น ๆ รวมถึงบางครั้งมีการจัดงานเลี้ยงวันเกิดในเรือน นั้น เมื่อวันที่ 11 ก.ค. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยนายกฤช กระแสทิพย์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวถึงกรณีมีบุคคลมีชื่อเสียงอยู่ในเรือนจำแบบวีไอพี และมีการเผยแพร่ภาพไปทั่วสังคมออนไลน์นั้น
โดย พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว นายสนธิ ลิ้มทองกุล ยังคงเป็นนักโทษอยู่ ซึ่งภาพที่เห็นเป็นการออกไปพบแพทย์ตามการนัดที่ รพ.ตำรวจ ซึ่ง รพ.ของเรือนจำยังคงมีศักยภาพด้อยอยู่ จึงต้องส่งต่อไปรักษาเฉพาะทางที่ รพ.ตำรวจ ซึ่งไม่เพียงแต่เรือนจำคลองเปรมเท่านั้น ยังรวมไปถึงเรือนจำอื่นๆ เป็นลักษณะไปเช้าเย็นกลับ ซึ่งในภาพก็จะเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ประกบอยู่ นายสนธิก็แต่งกายตามเครื่องแต่งกายของกรมราชทัณฑ์
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วน เก่ง ลายพราง ทัณฑสถานบำบัดกลาง ที่ทีภาพออกไปคู่กับเค้กชิ้นหนึ่ง ส่วนเป็นภาพคู่ผู้หญิงไม่มีแน่นอน ซึ่งภาพดังกล่าวนั้น มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ญาติสามารถเยี่ยมผู้ต้องขังทางไลน์ได้ เป็นการลดค่าใช้จ่าย โดยมีกระบวนการให้แอดมินของทางทัณฑสถานดูแล จะมีการไลน์เฟซไทม์ ตามวัน เวลาที่กำหนด พร้อมมีเจ้าหน้าที่ดูแล เป็นนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ส่วนที่มีเค้กก็เป็นเค้กจากฝ่ายฝึกวิชาชีพของเรือนจำด้านคหกรรม ซึ่งญาติสั่งของผ่านทางเรือนจำ ก็ส่งให้เก่ง จึงมีการถ่ายยืนยันให้ญาติดู ไม่ได้ซื้อมาจากภายนอกที่มีมูลค่าสูงตามที่เข้าใจและเก่งยังเป็นผู้ต้องขังอยู่ ส่วนเรื่องเงินนั้น ญาติจะเป็นผู้ฝากไว้ให้วันละไม่เกิน 300 บาท และสามารถใช้ได้ไม่เกิน 300 บาทเช่นกัน โดยสามารถซื้ออาหารได้จากการจำหน่ายของเรือนจำผ่านการเข้ารหัสต่างๆ ซึ่งหากมีญาติจะมอบเค้กเป็นของขวัญวันเกิดก็สามารถซื้อหรือสั่งทำฝ่ายทางเรือนจำได้ ตามแต่ละเรือนจำจะมีเค้กหรือเบเกอรี่ต่างๆ
พ.ต.อ.ณรัชต์ ระบุถึงประเด็น นายสุริยะใส กตะศิลา ที่ว่า เรือนจำเป็นแดนสวรรค์ต่างๆ นั้น เนื่องด้วยปัจจุบันมีผู้ต้องขังถึง 356,910 คน แต่เจ้าหน้าที่ยังมีจำนวนน้อย จึงจำเป็นจะต้องใช้เครื่องพันธนาการอย่างกุญแจมือ กุญแจเท้า ไม่ได้ใช่โซ่ตรวนตามที่เข้าใจ เนื่องจากต้องป้องกันการหลบหนี เป็นการใช้เครื่องพันธการเท่าที่จำเป็น ซึ่งเด็ก สตรีมีครรภ์จะไม่ใช้ ส่วนเรื่องสถานที่ ยังเป็นการให้นอนพื้น ไม่ได้มีการตกแต่งสวยหรู ผู้ต้องขังก็ยังได้รับการดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชนที่เขาจะต้องเข้าถึงการรักษาพยาบาล แต่ก็ยังมีการรักษาที่ไม่ทันท่วงทีจนเสียชีวิต แต่จะต้องไม่มีผู้ต้องขังที่ถูกซ้อมหรือถูกฆาตกรรมด้วยเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ก็ยังมีผู้เสียชีวิตจากการแออัดและกระทบกระทั่งของผู้ต้องขังที่ทำร้ายกันเองจนเสียชีวิต รวมไปถึงผู้ต้องขังฆ่าตัวตายก็ยังมีอยู่
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าสามารถจัดเลี้ยงอาหารหรูหราในเรือนจำได้ พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ประเด็นนี้ไม่มีอย่างแน่นอน ซึ่งในเรือนจำพิเศษกรุงเทพนั้น มีผู้ต้องขังอยู่ถึง 3,700 คน มีงบประมาณคนละ 25 บาทเท่านั้น เมื่อมีองค์กรหรือหน่วยงานที่รวมไปถึงประชาชนที่อยากจะทำบุญกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ทางเรือนจำก็ต้องรับไว้ ซึ่งจะมีการตรวจสอบว่าผู้ที่บริจาคไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ต้องขัง ไม่มีการซุกซ่อนอาวุธไว้ นอกจากนี้เรื่องการบริจาคอุปกรณ์ต่างๆ ก็ยังมีผู้ต้องขังที่ยังยากไร้อยู่ ตรงนั้นก็มีรับสิ่งของบ้าง เช่น พัดลม นอกจากนี้ ในเรื่องที่มีการกล่าวอ้างว่าภายในเรือนจำมีการแบ่งเป็นบ้านๆ ที่มีอิทธิพลนั้น แต่ก่อนอาจจะมี แต่ในช่วงที่ผมเป็นอธิบดีนั้นไม่มีอย่างแน่นอน
ขณะที่ นายชูวิทย์ ได้เดินทางมาภายในงานแถลงข่าว พร้อมกล่าวว่า ในฐานะที่ตนเคยอยู่ ยืนยันว่าในยุคนี้วีไอพีไม่มี แต่คำว่าวีไอพีนั้นคือ บางคนอายุ 70 ทำงานไม่ไหว หรือวีไอพีบางคนสถานะก่อนหน้าเคยเป็นใหญ่เป็นโตมาก่อน คนก็เลยไปเรียกวีไอพี ส่วนคำว่า บ้าน ต้องเข้าใจก่อนว่า เข้าไปในคุกต้องมีสังคม กินข้าวคนเดียวก็คงไม่ได้ คนเหนือก็อาจจะนั่งกินกับคนเหนือด้วยกัน คนใต้กินกับคนใต้ด้วยกัน คนบางซื่อกินกับคนบางซื่อด้วยกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสังคมในคุก สมัยก่อนจะเดินสูบบุหรี่ที่ไหนก็ได้ จะทิ้งที่ไหนก็ได้ แต่ปัจจุบันไม่ได้ แม้แต่ไฟแช็คยังพกไม่ได้เลย ส่วนที่ว่าสมัยผมเป็นวีไอพีไหม อันนี้ไม่มีพิเศษ จะติดแอร์ หรือมีหม้อน้ำร้อน ซึ่งไม่มี ถ้าเป็นสูงอายุจะให้นั่งส้วมยองๆ ก็ไม่ได้ เกิดบาดเจ็บไปต้องส่ง รพ.คุก ซึ่งต้องดูสถานะนักโทษ บางคนเป็นคนเอาเรื่องเอาราว อยู่กับใครไม่ได้ ก็ต้องแยก คนแก่ก็ต้องไปอยู่ห้องคนแก่ กระเทยก็ต้องอยู่ห้องเดียวกัน ซึ่งบางคนที่เข้ามาอยู่ในคุก 2-3 เดือนแล้วออกมาพูดถึงเรื่องห้องขัง อาจจะยังไม่รู้ลึกซึ้ง ไม่รู้จริง
"ผมนอนผ้าห่ม 3 ผืน ผืนหนึ่งปู ผืนหนึ่งห่ม อีกผืนทำหมอน ขนาดกลางคืนผมเอากล้วยไปกิน เช้ามาผมโดนผู้คุยเรียกไปคุยเลย เพราะไม่อยากให้เรือนนอนมีอาหาร มีมด มีแมลงสาบ จะกินอะไรก็กินก่อน ตื่นลงมาเขาเปิดห้องขัง 6 โมง ทำธุระส่วนตัว 7 โมงกว่ากินข้าว เคารพธงชาติ 11 โมงกินข้าวเที่ยง บ่ายสองโมงกินข้าวเย็น ต้องกินให้ลง เพราะบ่ายสามโมงต้องขึ้นห้องขัง หากไม่กินก็ต้องอีก 15 ชั่วโมงถึงจะได้กิน" นายชูวิทย์ กล่าว
ที่มา : https://www.dailynews.co.th/crime/719796


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา