
ของดีใกล้บ้าน ไปได้ไกลกว่าเดิม เซเว่นฯ เปิดพิกัด 7 สินค้าชุมชนไทย เชื่อมโอกาสสร้างอาชีพ ซีพี ออลล์ ร่วมมือผู้ประกอบการและเกษตรกร ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เพิ่มช่องทางให้สินค้าไทยเข้าถึงผู้บริโภค ภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”
กระเป๋าหนึ่งใบอาจบอกเล่าภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น น้ำพริกหนึ่งกระปุกอาจเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพ และกล้วยหอมทองหนึ่งลูกอาจเชื่อมผลผลิตจากสวนกับผู้บริโภคทั่วประเทศ เบื้องหลังสินค้าชุมชนแต่ละชิ้น จึงมีทั้งฝีมือ ความตั้งใจ และเรื่องราวของผู้คนที่น่ารู้จัก
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เดินหน้าร่วมมือกับผู้ประกอบการและชุมชน สนับสนุนการพัฒนามาตรฐานสินค้า เพิ่มช่องทางจำหน่าย และเชื่อมสินค้าท้องถิ่นกับผู้บริโภค ผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น All Online และเซเว่น เดลิเวอรี่ ตามช่องทางจำหน่ายของสินค้าแต่ละประเภท ภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”
ปัจจุบัน มีสินค้า SME สินค้าชุมชน และสินค้าเกษตร จำหน่ายผ่านช่องทางดังกล่าวรวมกว่า 20,000 รายการ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้รู้จักของดีจากหลากหลายพื้นที่ พร้อมเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทย พร้อมชวนเปิดพิกัด 7 สินค้าเด่นจากชุมชนและเกษตรกรไทย ที่มีเสน่ห์มากกว่าความอร่อยหรือประโยชน์ใช้สอย เพราะทุกชิ้นมีเรื่องราวของคนอยู่เบื้องหลัง
1. กระเป๋าจักสานกระจูดทะเลน้อย จ.พัทลุง — ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สะพายไปได้ทุกวัน
จาก “กระจูด” พืชท้องถิ่นในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง สู่กระเป๋าจักสานที่นำวัสดุธรรมชาติมาเติมเสน่ห์ให้การแต่งตัวในชีวิตประจำวัน ชาวชุมชนบ้านทะเลน้อย ซึ่งเดิมประกอบอาชีพประมง นำกระจูดมาจักสานเป็นของใช้ ก่อนพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของชุมชน การเพิ่มช่องทางจำหน่ายจึงช่วยให้ฝีมือท้องถิ่นได้พบกับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ และให้ภูมิปัญญาดั้งเดิมเดินต่อไปกับวิถีชีวิตปัจจุบัน
กระเป๋าจักสานกระจูดทะเลน้อย มีให้เลือก 2 ลวดลาย ได้แก่ กระเป๋าสะพายเซเว่น และกระเป๋าสะพายเซเว่น ลายขาว–ดำ ราคา 479 บาท ตรวจสอบสาขาที่จำหน่ายได้ที่ https://www.7eleven.co.th/campaign-privilege/campaign/4144-bag7
2. แม่แย้ม หมอนขิด จ.ยโสธร — ส่งต่อฝีมือจากชุมชน สู่มุมพักผ่อนของคนรุ่นใหม่
ลวดลายเป็นเอกลักษณ์และสีสันโดดเด่นของ “หมอนขิด” คือเสน่ห์ของหัตถกรรมพื้นบ้านที่อยู่คู่ชุมชนบ้านศรีฐาน จังหวัดยโสธรมาอย่างยาวนาน “แม่แย้ม หมอนขิด” นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นธุรกิจ พร้อมพัฒนาสินค้าและเรียนรู้การบริหารจัดการให้สอดรับกับความต้องการของตลาด มีทั้ง OTOP หมอนหนุนลายขิด สีชมพู และ OTOP Maeyam ที่นอนปิคนิคแบบใยฝ้าย
เมื่อของใช้พื้นบ้านเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น จึงเป็นโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักและนำงานฝีมือไทยมาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน พร้อมส่งต่อคุณค่าของภูมิปัญญาชุมชนผ่านการใช้งานจริง
3. ไข่เค็มไชยา จ.สุราษฎร์ธานี — ของดีประจำถิ่นที่เชื่อมรสชาติ กับรายได้เสริมของชุมชน
“ไข่เค็มไชยา” จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไข่เค็ม อสม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดจากการรวมกลุ่มของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกมีงานทำและมีรายได้เสริมในช่วงว่างเว้นจากอาชีพเกษตรกรรม ผลิตด้วยกรรมวิธีและวัตถุดิบธรรมชาติ โดยคัดเลือกไข่เป็ดคุณภาพ นำมาคลุกกับดินจอมปลวกและขี้เถ้าแกลบ จนได้เอกลักษณ์ไข่แดงร่วนเป็นทราย มีความมัน ไข่ขาวนุ่ม และรสไม่เค็มจัด อีกทั้ง “ไข่เค็มไชยา” ยังเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ของอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี การเพิ่มช่องทางจำหน่ายออนไลน์ช่วยให้ผู้บริโภคต่างพื้นที่เข้าถึงของดีเมืองไชยาได้สะดวกขึ้น พร้อมเปิดพื้นที่ให้เรื่องราวและฝีมือของชุมชนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
4. กล้วยหอมทองจากสวนไทย 43 จังหวัด — ผลไม้ใกล้ตัวที่เชื่อมโอกาสให้เกษตรกร 2,010 คน
เบื้องหลังกล้วยหอมทองที่ผู้บริโภคหยิบซื้อในเซเว่นฯ คือผลผลิตจาก เกษตรกร 2,010 คน ใน 43 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ร่วมส่งต่อผลไม้จากสวนสู่ชีวิตประจำวันของผู้คน ปัจจุบัน เซเว่นฯ รับซื้อกล้วยหอมทองจากเกษตรกร มากกว่า 15 ล้านลูกต่อเดือน หรือกว่า 190 ล้านลูกต่อปี เป็นอีกหนึ่งช่องทางรองรับผลผลิต และเชื่อมเกษตรกรไทยกับตลาดผู้บริโภคทั่วประเทศ มีให้เลือกทั้ง แพ็กเดี่ยวและแพ็กคู่ จำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทุกสาขาทั่วประเทศ ความสะดวกในการเลือกซื้อจึงเชื่อมโยงกับโอกาสจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกรไทยไปพร้อมกัน
5. น้ำพริกกากหมู แม่แอ๊ว จ.ลำพูน — ความกรุบกรอบที่มีอาชีพของ 40 ครัวเรือนอยู่เบื้องหลัง
ข้าวสวยร้อนๆ กับน้ำพริกรสชาติถูกใจ อาจเป็นความสุขง่ายๆ ของหลายคน สำหรับ “น้ำพริกกากหมู แม่แอ๊ว” ยังมีเรื่องราวของการสร้างงานให้ 40 ครัวเรือน จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแคบหมูหนองช้างคืน จังหวัดลำพูนอยู่เบื้องหลัง แบรนด์นำประสบการณ์ด้านรสชาติกว่า 20 ปี มาต่อยอดด้วยเทคโนโลยีการผลิตแคบหมูไร้มันแบบเฉพาะตัว โดยผู้ผลิตระบุว่าสินค้าคงความกรอบ เก็บได้นาน 1 ปี คงรสชาติสดใหม่ ไม่เกิดกลิ่นเหม็นหืน และไม่ใส่สารกันเสีย รับประทานได้ทั้งเป็นเครื่องเคียงหรือของว่าง มีหลายรสชาติ ได้แก่ รสต้นตำรับ รสต้มยำ และรสปูผัดผงกะหรี่ เป็นตัวอย่างของการนำความรู้ท้องถิ่นมาพัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมเชื่อมโอกาสสร้างรายได้ให้คนในชุมชน
6. น้ำพริกป้าแว่น จ.ชลบุรี — จากฝีมือทำอาหารของเกษตรกร สู่การสร้างอาชีพในท้องถิ่น
จากคำชมว่า “ทำอาหารอร่อย” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ คุณบังอร วันน้อย หรือ “ป้าแว่น” เกษตรกรจากอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ที่เริ่มนำน้ำพริกไปขายตามตลาด ก่อนพัฒนาเป็นแบรนด์ “น้ำพริกป้าแว่น” ซึ่งอยู่คู่เซเว่นฯ มาอย่างยาวนานจุดเด่นคือรสชาติจัดจ้าน เข้มข้น ถึงเครื่องแบบไทย ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่น ทั้งพริกขี้หนู ข่า และตะไคร้ จากชุมชนในอำเภอเกาะจันทร์และอำเภอใกล้เคียงในจังหวัดชลบุรี จากฝีมือของคนหนึ่งคน สู่การรวมกลุ่มสร้างอาชีพและพัฒนาสินค้าชุมชนให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เรื่องราวของน้ำพริกป้าแว่นจึงสะท้อนการเติบโตของธุรกิจที่เชื่อมโยงกับงาน รายได้ และผู้คนในพื้นที่
7. จั๊บจั๊บ ก๋วยจั๊บอุบลกึ่งสำเร็จรูป จ.อุบลราชธานี — ต่อยอดเมนูพื้นบ้าน ให้เข้าถึงได้สะดวกขึ้น
ความตั้งใจอยากให้คนไทยได้ชิมก๋วยจั๊บญวนแบบดั้งเดิมของอุบลราชธานี เป็นจุดเริ่มต้นของ “จั๊บจั๊บ ก๋วยจั๊บอุบลกึ่งสำเร็จรูป” ที่นำเมนูขึ้นชื่อประจำถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ เส้นทำจากข้าวที่ปลูกในท้องถิ่น มีเอกลักษณ์เหนียวนุ่ม พร้อมน้ำซุปสูตรต้นตำรับจากอุบลฯ ช่วยให้ผู้บริโภคได้สัมผัสรสชาติท้องถิ่นในรูปแบบที่สะดวกขึ้น จั๊บจั๊บ จึงเป็นอีกตัวอย่างของการผสานภูมิปัญญาอาหารกับนวัตกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสให้เมนูพื้นบ้านเข้าถึงผู้คนได้ไกลกว่าเดิม
ทั้ง 7 สินค้าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวผู้ประกอบการ ชุมชน และเกษตรกรไทยที่เชื่อมต่อกับผู้บริโภคผ่านเซเว่นฯ ซีพี ออลล์ มุ่งร่วมพัฒนาสินค้าและเพิ่มช่องทางจำหน่าย เพื่อให้ของดีท้องถิ่นมีโอกาสเติบโต และให้การเติบโตนั้นเชื่อมโยงกับการสร้างอาชีพและรายได้ของคนในชุมชน ภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”
เพราะของดีจากชุมชนมีคุณค่าอยู่แล้ว การเพิ่มโอกาสให้ผู้คนได้รู้จักและเลือกซื้อ คืออีกแรงสนับสนุนให้ฝีมือไทยเดินทางต่อไปได้ไกลขึ้น


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา