
"...การเพิ่มนิยามคำว่า 'คุกคามทางเพศ' เป็นการบัญญัตินิยามใหม่ที่ครอบคลุมการกระทำทางกาย วาจา การส่งเสียง ท่าทาง การติดตามเฝ้าดู และการสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะส่อไปในทางเพศ และการกระทำทางกายภาพที่เป็นการคุกคามทางเพศต้องเห็นได้ว่า 'น่าจะหรืออาจจะ' ทำให้ผู้เสียหายเกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ เดือดร้อนรำคาญ อับอาย ถูกเหยียดหยาม เกิดความหวาดกลัว ได้รับความไม่ปลอดภัยทางเพศ..."
กลายเป็นประเด็นร้อนส่งท้ายปี 2568!
เมื่อนักแสดงชายรายหนึ่งโพสต์คอมเมนต์เชิงคุกคามทางเพศคอมเมนต์ใต้ภาพของ นางสาวยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ “จินนี่” ลูกสาวของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย
ซึ่งในเวลาต่อมาทางนายปริเยศ อังกูรกิตติ ในฐานะโฆษกพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย นายศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคไทยสร้างไทย ในฐานะทนายความผู้ได้รับอำนาจของนางสาวยศสุดา เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนักแสดงชายรายนั้น ในข้อหาฐานความผิดคุกคามทางเพศต่อผู้อื่นลงในระบบคอมพิวเตอร์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 284/1 วรรค 3 ที่นักแสดงชายรายนั้นเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อภาพของจินนี่ ในลักษณะที่เข้าข่ายการคุกคามทางเพศ
ประกอบกับเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีสาระสำคัญในการปรับปรุงนิยามความผิดเกี่ยวกับเพศ และเพิ่มบทลงโทษใหม่สำหรับพฤติกรรม "คุกคามทางเพศ" เพื่อให้สอดคล้องกับสังคมยุคปัจจุบันโดยกฎหมายฉบับนี้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 2568 เป็นต้นไป
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568 พบข้อมูลที่น่าสนใจ จากเฟซบุ๊ก Santi Law Books หนังสือวิชาการ โดย ท่านสันติ ผิวทองคำ ที่โพสต์ข้อมูล 'หลักสาระสำคัญ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.อาญา ฉบับที่ 30 พ.ศ. 2568 12 ประเด็นขั้นเทพที่พนักงานสอบสวน ทนายความ และนักกฎหมาย ควรรู้ By ดร.ท่านติ.' ผู้สื่อข่าวสรุปประเด็นที่สำคัญ ดังนี้
1. การแก้ไขนิยามคำว่า “กระทำชำเรา” มีการขยายความให้ครอบคลุมถึงการใช้ "อวัยวะอื่น" (เช่น นิ้วมือหรือลิ้น) หรือ "วัตถุอื่น" (เช่น Sex toy) ล่วงล้ำอวัยวะเพศ หรือทวารหนัก หรือช่องปาก ของผู้อื่นเพื่อสนองความใคร่ นอกจากนี้ยังระบุชัดเจนว่า "อวัยวะเพศ" ให้รวมถึงอวัยวะเพศจากการผ่าตัดแปลงเพศ และ 'ผู้กระทำชำเรา' กฎหมายไม่ได้จำกัดเฉพาะบุคคลที่เป็นเพศชายเท่านั้น แต่อาจเป็นเพศหญิง หรือ LGBTQ ก็ได้ และการกระทำชำเราไม่ได้จำกัดเฉพาะกรณี 'ชายกระทำต่อหญิง' เท่านั้น แต่ 'หญิงกระทำต่อชาย' หรือ 'หญิงกระทำต่อหญิง'หรือ 'ชายกระทำต่อชาย' หรือ 'ชายหรือหญิงกระทำต่อ LGBTQ' หรือ 'LGBTQ กระทำต่อชายหรือหญิง' หรือ 'LGBTQ กระทำต่อ LGBTQ' ถือเป็นการกระทำชำเรา โดยการกระทำชำเรา นอกจากจะมีการกระทำทางกายภาพเป็นองค์ประกอบภายนอกแล้ว 'ผู้กระทำ' ต้องมี 'เจตนาพิเศษ' ในการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของตนหรือเพื่อสนองความต้องการทางเพศของตนหรือเพื่อสนองความหื่นกามของตน ด้วยจึงจะถือเป็นการกระทำชำเรา
2. การเพิ่มนิยามคำว่า 'คุกคามทางเพศ' เป็นการบัญญัตินิยามใหม่ที่ครอบคลุมการกระทำทางกาย วาจา การส่งเสียง ท่าทาง การติดตามเฝ้าดู และการสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะส่อไปในทางเพศ และการกระทำทางกายภาพที่เป็นการคุกคามทางเพศต้องเห็นได้ว่า 'น่าจะหรืออาจจะ' ทำให้ผู้เสียหายเกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ เดือดร้อนรำคาญ อับอาย ถูกเหยียดหยาม เกิดความหวาดกลัว ได้รับความไม่ปลอดภัยทางเพศ
3. การยกเลิกความผิดตามป.อาญา มาตรา 278 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ ที่ยกเลิกวรรคที่เกี่ยวกับกรณีใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของบุคคลอายุเกิน 15 ปี เนื่องจากการกระทำดังกล่าว ถูกยกระดับไปเป็นความผิดฐาน "กระทำชำเรา" ตามนิยามใหม่ที่มีโทษหนักกว่า
4. การยกเลิกความผิดตามป.อาญา มาตรา 279 วรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก และวรรคเจ็ด ที่ยกเลิกวรรคที่เกี่ยวกับการใช้วัตถุอื่น หรืออวัยวะอื่น ล่วงล้ำอวัยวะเพศ หรือทวารหนัก ของเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี หรือเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำชำเราเด็ก ซึ่งมีผลให้ผู้กระทำมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี หรือเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมีโทษรุนแรงขึ้น
5. กำหนดหลักเกณฑ์ใหม่เรื่องความผิดอันยอมความได้
- ข่มขืนกระทำชำเรา ยอมความได้เฉพาะกรณี 'คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย' กระทำต่อกัน โดยต้องไม่เกิดต่อหน้าธารกำนัล และไม่บาดเจ็บสาหัสหรือตาย
- อนาจารบุคคลอายุเกิน 15 ปี ยอมความได้หากไม่เกิดต่อหน้าธารกำนัล ผู้ถูกกระทำ/ผู้เสียหายไม่บาดเจ็บสาหัสหรือตาย และไม่กระทำต่อบุคคลดังต่อไปนี้ บุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา ญาติสืบสายโลหิต ศิษย์ในดูแล ผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการ ผู้อยู่ในความปกครอง ผู้อยู่ในความพิทักษ์ ผู้อยู่ในความอนุบาลหรือผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด ผู้ที่ไม่สามารถปกป้องตนเองเนื่องจากทุพพลภาพ ผู้มีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน คนป่วยเจ็บ คนชรา สตรีมีครรภ์ ผู้ซึ่งอยู่ในภาวะไม่สามารถรู้ผิดชอบ
6. เพิ่มความผิดฐานใหม่ คือ 'ฐานคุกคามทางเพศผู้อื่น' กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยความผิด 'ฐานคุกคามทางเพศผู้อื่น' เป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายจึงต้องร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหรือฟ้องคดีต่อศาลภายใน 3 เดือน นับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 96 แต่หากกระทำต่อเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี แม้เด็กจะยินยอมก็จะกลายเป็นความผิดตามป.อาญา มาตรา 284/1 วรรคสี่ ซึ่งไม่สามารถยอมความได้ และผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้กระทำผิดได้กระทำโดยอาศัยเหตุหรือโอกาสเหนือผู้เสียหาย เนื่องจากตนเป็นผู้บังคับบัญชา หรือ เป็นนายจ้าง หรือเป็นผู้มีอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำประการอื่นจะเป็นความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 284/2 ซึ่งไม่สามารถยอมความได้ และผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
7. เพิ่มความผิดฐานใหม่ คือ 'ฐานคุกคามทางเพศผู้อื่นโดยกระทำต่อเนื่องหรือกระทำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ' มีลักษณะสำคัญ 3 ประการ คือ ผู้กระทำผิดได้กระทำต่อผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง ทำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง และทำจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายจึงต้องร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหรือฟ้องคดีต่อศาลภายใน 3 เดือน นับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 96 แต่หากกระทำต่อเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี แม้เด็กจะยินยอมก็จะกลายเป็นความผิดตามป.อาญา มาตรา 284/1 วรรคสี่ ซึ่งไม่สามารถยอมความได้ และผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้กระทำผิดได้กระทำโดยอาศัยเหตุหรือโอกาสเหนือผู้เสียหาย เนื่องจากตนเป็นผู้บังคับบัญชา หรือ เป็นนายจ้าง หรือเป็นผู้มีอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำประการอื่นจะเป็นความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 284/2 ซึ่งไม่สามารถยอมความได้ และผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
8. เพิ่มความผิดฐานใหม่ คือ 'ฐานคุกคามทางเพศผู้อื่น หรือฐานคุกคามทางเพศผู้อื่นโดยกระทำต่อเนื่องหรือกระทำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ โดยกระทำในที่สาธารณสถาน หรือโดยกระทำต่อหน้าธารกำนัล หรือโดยกระทำลงในระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ (หรือกระทำลงในระบบคอมพิวเตอร์โดยการโฆษณาต่อประชาชน)' มีลักษณะสำคัญ คือ ผู้กระทำผิดได้กระทำลงในที่สาธารณสถาน กระทำลงต่อหน้าธารกำนัล กระทำลงในระบบคอมพิวเตอร์ที่เปิดเป็นสาธารณะ ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายจึงต้องร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหรือฟ้องคดีต่อศาลภายใน 3 เดือน นับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 96 แต่หากกระทำต่อเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี แม้เด็กจะยินยอมก็จะกลายเป็นความผิดตามป.อาญา มาตรา 284/1 วรรคสี่ ซึ่งไม่สามารถยอมความได้ และผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้กระทำผิดได้กระทำโดยอาศัยเหตุหรือโอกาสเหนือผู้เสียหาย เนื่องจากตนเป็นผู้บังคับบัญชา หรือ เป็นนายจ้าง หรือเป็นผู้มีอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำประการอื่น จะเป็นความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 284/2 ซึ่งไม่สามารถยอมความได้ แต่ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษหนักขึ้น เพราะ ความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 284/1 วรรคสาม มีระวางโทษเท่ากับความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 284/2 คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
9. เพิ่มความผิดฐานใหม่ คือ 'ฐานคุกคามทางเพศต่อเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม' มีลักษณะที่สำคัญคือผู้กระทำผิดได้กระทำต่อเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เช่น การโพสต์ภาพลามกอนาจารของเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ลงสื่อออนไลน์ แม้เด็กจะยินยอมซึ่งทำให้เด็กน่าจะได้รับความอับอายได้ อันเป็นการคุกคามทางเพศเด็ก หรือการติดตามรังควาญคุกคามทางเพศเด็ก หรือการแอบดูเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี อาบน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้แม้ว่าเด็กจะให้ความยินยอมก็ยังเป็นความผิดตามมาตรานี้ได้เช่นกัน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความผิดนี้ไม่สามารถยอมความได้
10. เพิ่มอำนาจศาลในการออกคำสั่งคุ้มครองผู้เสียหายในคดีคุกคามทางเพศ ไม่ว่าศาลจะลงโทษจำเลยหรือไม่ หากเห็นว่ามีพฤติการณ์จะคุกคามต่อ หรือน่าจะรบกวนการใช้ชีวิตของผู้เสียหาย ศาลมีอำนาจออกคำสั่งห้ามจำเลยเข้าใกล้หรือติดต่อผู้เสียหาย ได้ไม่เกิน 2 ปี หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุก
11. เพิ่มอำนาจศาลสั่งระงับหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ในกรณีคุกคามทางเพศผ่านคอมพิวเตอร์ ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้นำเข้าข้อมูล ผู้ให้บริการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ระงับการแพร่หลายและลบข้อมูลลามก นั้นออกจากระบบ
12. การแก้ไขความผิด 'ฐานข่มเหง รังแก คุกคาม ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น' ปรับปรุงข้อความให้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ ไม่ใช่การคุกคามทางเพศ เช่น การกลั่นแกล้งทั่วไปที่ทำให้เดือดร้อนรำคาญ เพื่อแยกแยะฐานความผิดออกจากมาตรา 284/1 ให้ชัดเจน
@ คดีคุกคามทางเพศ ผู้เสียหายร้องศาลไต่สวน ลบข้อมูลออกจากเว็บไซต์ได้ ไม่ต้องรอฟ้อง
นอกจากนี้ในวันเดียวกัน นายรัฐวิชญ์ อริยพัชญ์พล ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในศาลอาญา กล่าวถึงการยกระดับสิทธิเสรีภาพประชาชนจากภัยออนไลน์ว่า สถิติการรับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของศาลอาญามากขึ้นอย่างมีนัยยสำคัญ ซึ่งแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพิ่งเปิดเมื่อปีผ่านมา แต่รับคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์มากถึง 4,500 เรื่อง เป็นจำนวนที่มากกว่าคดีเกี่ยวกับยาเสพติดกว่าเท่าตัว และส่วนใหญ่เป็นคดีบัญชีม้า ทั้งนี้ คดีอาชญากรรมทางออนไลน์ทำให้มีผู้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและถูกหลอกลวงจำนวนมาก ถือว่าเป็นโจทย์ใหญ่ในปี 2569 ไม่ใช่เฉพาะศาลอาญาเท่านั้น แต่ศาลทั่วประเทศน่าจะต้องรับมือคดีอาชญากรรมทางออนไลน์มากขึ้น
ทางอธิบดีศาลอาญาได้เปิดศูนย์คุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์ โดยภารกิจหลักของศูนย์คุ้มครองคือการปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 20 ที่กระทรวงดิจิทัลยื่นคำร้องขอให้ศาลปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมาย ซึ่งทางแผนกก็ปิดไปแล้วมากกว่า 500,000 เว็บไซต์
นอกจากนี้ ศาลอาญาจะดำเนินการให้คำปรึกษาประชาชนที่ประสบภัยออนไลน์ โดยเปิดศูนย์รับคำร้อง เพื่อกลั่นกรองและส่งต่อให้กระทรวงดิจิทัล อีกทั้งประมวลกฎหมายอาญาจะมีการแก้ไขใหม่ โดยเพิ่มฐานความผิดเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศเข้าไปด้วย กรณีนี้ในมาตราที่แก้ไขใหม่ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องให้ศาลไต่สวน เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นออกจากเว็บไซต์ได้ทันที ไม่ต้องรอฟ้อง โดยศาลไต่สวนและให้ผู้ให้บริการลบข้อมูลดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ เป็นภารกิจใหม่ของศาลอาญา และสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องเพื่อนำภาพไม่เหมาะสมออกจากเว็บไซต์ โดยการยื่นคำร้องออนไลน์ รวมทั้งพิจารณาคดีลับด้วย
นายรัฐวิชญ์ กล่าวอีกว่า คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยบัญชีม้าเป็นส่วนที่ทำให้เกิดความเสียหายมากที่สุด ส่วนใหญ่ประชาชนที่เป็นจำเลยมักรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือบางคนอาจจะรู้ว่ามีความเสี่ยง ตนอยากสื่อสารไปว่าไม่ใช่ความเสี่ยง ถ้าเข้าบัญชีตัวเองไปถือว่าเป็นการกระทำความผิด เมื่อผู้เสียหายแจ้งความก็รู้ว่าใครเป็นเจ้าของบัญชี เราสามารถตัดตอนต้นเหตุอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ถ้าจัดการกับบัญชีม้า ซึ่งเป็นภารกิจอีกส่วนที่ศาลอาญาจะทำในปีหน้าโดยตั้งเครือข่ายคุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์ เพื่อให้ความรู้และป้องกันประชาชนจากภัยออนไลน์ ถ้าเราช่วยกันเต็มที่ก็คาดว่าน่าจะช่วยลดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีลงได้ในอนาคต
ส่วนผลการดำเนินคดีของนักแสดงชายรายนี้จะเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไปในปี 2569

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา