
“…เขาบอกว่า กกต.สีอะไร ทุกวันนี้ ถ้าถามผม ‘กกต.สีรุ้ง’ มีหลากสี มันสวยด้วยนะรุ้ง ไม่ได้เป็นสีแบบที่คน…คือ เราห้ามความคิดคนไม่ได้ แต่ถามว่า เราทำอะไรให้คนรู้สึกว่า เราไม่เป็นกลาง อย่ามากล่าวหากันว่า เพราะเกิดที่นั่น เพราะเป็นคนอย่างนั้น ผมเป็นเลขาฯ ผมไม่ได้เป็นเพราะสีน้ำเงิน ตอนผมเป็นเลขาฯ ผมไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ…”
8 กุมภาพันธ์ 2569 การเลือกตั้งทั่วไปทั่วประเทศ เป็นวันชี้ชะตา 'อนาคตประเทศไทย'
ไม่ถึง 20 วัน 'แสวง บุญมี' เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดใจกับสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ในฐานะที่เปรียบเสมือนเป็น 'กรรมการ' ผู้ตัดสินในสนามแข่งขัน 'ศึกเลือกตั้ง'

@ ถ้ากรรมการทำผิดกม. ติดคุกแน่นอน
'กกต.' ในฐานะเป็น 'กรรมการ-ผู้คุมกฎ' ต้องแบกความคาดหวังของบรรดาเหล่า 'กองเชียร์' และ 'ผู้เล่น' ที่ต่างฝ่ายต่างงัด 'กลยุทธ์' มาใช้ในการ 'หาเสียง' ทั้ง 'ในเกม-นอกเกม' โดยมี 'เดิมพัน' เป็น 'อำนาจรัฐ' อะไรเป็น 'หลักยึด' ในการ 'วางตัว' ให้ 'เป็นกลาง' เขาบอกว่า ประกอบด้วย 3 ประการ
หนึ่ง กกต.ทำงานกับกฎหมาย (กติกา) การแข่งขันต้องมีกติกา สอง ทำงานกับคน ทั้งผู้สมัครฯ พรรคการเมืองและประชาชน สาม ทำงานกับผลประโยชน์ การแข่งขันมีผลประโยชน์ซ้ายขวาเป็นเดิมพัน
เรามีหน้าที่ทำตามกฎหมาย ถ้ากฎหมายไม่ดี ต้องไปแก้กฎหมาย บางครั้งกฎหมายไม่ดี คนมาด่า คนมาตำหนิกรรมการ ด่าสิบรอบก็ทำแบบนี้สิบรอบ เพราะกฎหมายเขียนไว้ให้ทำแบบนี้
“ปัญหาอยู่ตรงไหน ไม่ใช่กฎหมายไม่ดีมาด่ากรรมการ ถ้ากรรมการทำผิดกฎหมาย ติดคุกแน่นอน ไม่รู้ใครได้ประโยชน์ กฎหมายมันเป็นแบบนี้จะให้ทำยังไง”
ยกตัวอย่างการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยคดี แม่ไปลักนมให้ลูก ทั้งที่ผิดอาญาแต่ศาลไม่ลงโทษ เพราะเป็นเรื่องของมนุษยธรรม เพื่อความสงบเรียบร้อย แต่ กกต. ทำแบบนั้นไม่ได้ การแข่งขันมีคนได้คนเสีย ต้องกฎหมายอย่างเดียว ใครแข็งแรงกว่าก็ว่ากันไปเลย คำว่าแข็งแรงกว่าคือศักยภาพ
เวลาเราปล่อยแถวการแข่งขัน แต่ละพรรคศักยภาพไม่เท่ากัน แต่ใช้สนามเดียวกัน ถ้าเป็นอย่างอื่นกรรมการอาจจะใช้ดุลพินิจ ให้แต้มต่อคนอ่อนแอกว่า ศักยภาพน้อยกว่า แต่ กกต.ไม่ได้เลย ถ้านักการเมืองอาสามาอยู่ตรงนี้ก็ต้องใช้กติกานี้ ทำอย่างอื่นนอกจากกฎหมายไม่ได้
“เราถูกกล่าวหาว่า เฮ้ย เรา (กกต.) อยู่ข้างไหน เราทำตามกฎหมาย แต่เขาไม่ได้ประโยชน์ หรือ ถ้ากฎหมายไม่ดีมัน ขาดความยุติธรรมตามธรรมชาติ ถ้าไม่มีกฎหมาย อันนี้คือความถูกต้องเลยนะ เพราะมันเป็นความยุติธรรมตามธรรมชาติ วิญญูชนเห็นเลย แต่บ้านเรากฎหมายบอกว่า หมูเป็นหมา คนบอกว่า ไม่ใช่ แต่เราบอกว่าก็กฎหมายมันบอกแบบนี้ ถ้าเราไม่ทำตาม เราโดนละเว้นปฏิบัติหน้าที่ (ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157)”
กกต.ถูกเอกเซเรย์ทุกวัน ผิดเล็กผิดน้อยยังถูกเอาไปประจาน ไม่ถูกใจก็จะบอกอีกแบบหนึ่ง ปัญหาอยู่ตรงไหน ถ้าอยู่ที่กฎหมายก็ไปแก้กฎหมาย
“งวดนี้เหมือนตำหนิเราว่า เอ๊ะ ทำไม กกต. ทำแบบนี้ เลือกตั้งครั้งหน้าผมก็ทำแบบนี้ เพราะกฎหมายยังไม่แก้”
@ เสียเปรียบ-ลงที่กรรมการ
'คนชนะเขียนกติกา' วลีนี้ ผุดขึ้นมาทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นยุค 'เผด็จการทหาร' หรือ 'เผด็จการรัฐสภา' ผู้ขึ้นมามีอำนาจมักร่าง-รื้อ 'กติกา' การเข้าสู่อำนาจให้ 'ตัวเอง-พวกพ้อง' ได้เปรียบ 'คู่แข่ง' ไม่ว่ากติกานั้นจะหน้าตาอัปลักษณ์เพียงใดก็ตามในสายตา 'คนดู'
'แสวง' เห็นด้วยกับคำว่า 'กฎหมายล้าสมัย' ได้ เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี-วิธีคิดของคน ทว่า เขามองทะลุ-ไกลกว่านั้น ว่า บางทีกติกาถูกกำหนดโดยผู้มีอำนาจในบางยุคบางสมัย การแข่งขันเป็นเหมือนกันทั้งโลก "มีที่ไหนเจ้าภาพไม่เอาเปรียบ"
“ได้เปรียบคนละครั้ง ผลัดกันมาเป็นผู้มีอำนาจ ตอนตัวเองมีอำนาจได้เปรียบก็เงียบ ตอนไม่มีอำนาจ เป็นฝ่ายค้าน ก็พูดคนละประโยค สุดท้ายก็มาลงที่กรรมการ แทนที่จะออกกฎหมายให้เป็นที่ยอมรับ ไม่ใช่คุณแข่งขันกันแค่สองคน คนดูทั้งประเทศ ทำไมคุณไม่ทำให้คนรู้สึกว่ายุติธรรมสำหรับประชาชน ถ้ากฎหมายมันแฟร์ อาจจะได้สิ่งที่ดีกว่าที่คุณกำลังแข่งขันกันด้วยซ้ำไป ทุกการแข่งขันกติกาต้องดีและเป็นที่ยอมรับก่อน การแข่งขันก็จะง่ายเป็นที่ยอมรับ ”
@ 'ตำบลกระสุนตก' - เลือก (ไม่) เกิด (บุรีรัมย์) ไม่ได้
เมื่อผลลัพธ์ของการแข่งขัน มี 'ผู้แพ้' และ 'ผู้ชนะ' มี 'ได้-เสีย' เป็น 'เดิมพัน' ดังนั้น 'องค์กรตัดสิน' อย่าง 'กกต.' จึงไม่มียุคไหนไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ 'ไม่เป็นกลาง' หรือ 'ลำเอียง' เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
'แสวง' ผู้รับบทบาท-บทหนัก ในการ 'เป่านกหวีด' ตัดสิน ให้คุณ-ให้โทษ ในสนามแข่งขัน ซึ่งตกเป็น 'จำเลย' ไปโดยปริยาย ตอบทันที ว่า "เป็นข้อกล่าวหา" พร้อมกับชี้แจงประกอบด้วยคำแก้ไข ไม่แก้ตัว-ไม่แก้ต่าง ่และยอมรับว่า ทุกครั้งที่มี 'ก้อนหิน' กระหน่ำเข้าใส่การปฏิบัติหน้าที่ของ 'เลขาฯกกต.' ที่ชื่อ 'แสวง' มักกลายเป็น 'ตำบลกระสุนตก' และถูกมองว่า เข้าข้าง 'พรรคสีน้ำเงิน' เพียงเพราะเกิดเป็น 'คนบุรีรัมย์'
“ก็ (ตำบลกระสุนตก) เป็นทุกวันอยู่แล้ว แล้วผมเลือกเกิด (เป็นคนบุรีรีมย์) ได้ไหมล่ะ ผมไม่ต้องแก้ต่างอะไรเลย ไม่จำเป็นต้องแก้”
กกต.ทำสนามให้คนมาแข่ง ช่วงการแข่งขันไปเข้าข้างใดไม่ได้ เพราะเป็นกติกาที่ปฏิบัติร่วมกัน ทุกอย่างเป็นไปตามกติกา แต่ถ้าเป็นคดี เป็นดุลพินิจ คิดได้ว่าช่วยใครหรือไม่ แต่ระหว่างเลือกตั้งไม่มีโอกาสที่จะเราไปเข้าข้างใคร ก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง
ส่วนข้อกล่าวหาเคยไปข้องแวะกับ 'ครูใหญ่' แห่งบุรีรัมย์ 'ผู้นำทางจิตวิญญาณ' ของ 'พรรคสีน้ำเงิน' หรือไม่ 'แสวง' ผู้ที่ 'เลือกเกิดไม่ได้' ยืนยันหนักแน่นว่า "ไม่มี เป็นเพียงการกล่าวหา"

@ กกต.ไม่ใช่ 'สีน้ำเงิน' - 'กกต.สีรุ้ง'
เขาบอกว่า กกต.สีอะไร ทุกวันนี้ ถ้าถามผม “กกต.สีรุ้ง” มีหลากสี มันสวยด้วยนะรุ้ง ไม่ได้เป็นสีแบบที่คนคิด เราห้ามความคิดคนไม่ได้ แต่ถามว่า เราทำอะไรให้คนรู้สึกว่า เราไม่เป็นกลาง อย่ามากล่าวหากันว่า เพราะเกิดที่นั่น เพราะเป็นคนอย่างนั้น ผมเป็นเลขาฯ กกต. ผมไม่ได้เป็นเพราะสีน้ำเงิน ตอนผมเป็นเลขาฯ ผมไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ
เรื่องแรก ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นกับการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. และการเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 8 ก.พ. เรานำสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแก้ไข ไม่ให้เกิดขึ้นอีก เราพยายามทำให้เกิดความผิดพลาดจากคน (Human Error) น้อยที่สุด
เรื่องที่สอง การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางและความเที่ยงธรรม ซึ่ง มีข้อกล่าวหามาอยู่ตลอด
“เราไม่เอาองค์กรหรือประเทศชาติไปฝากไว้กับคนกลุ่มใดกลุ่มในกลุ่มหนึ่งแน่นอน”
@ 'แพ้ฟาวล์' นอกเกม-กลั่นแกล้ง?
ขณะที่การแข่งขันในสนามเลือกตั้ง 'หาเสียง-สาดสี' ชนิด 'คาบลูกคาบดอก' ทั้ง 'ผู้เล่น' และ 'กองเชียร์' หมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิด 'กฎหมายเลือกตั้ง' ยังมีผู้สมัครฯบางรายโดนจับ 'แพ้ฟาวล์' ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม 'ผู้ต้องหา' ตามหมายจับคดีเว็บพนัน- ยาเสพติด
'แสวง' มองปรากฎการณ์ 'เล่นนอกสนาม' ว่า เหตุที่จับ มองได้กี่อย่าง กลั่นแกล้งหรือไม่ คนกำลังแข่งขันกันอยู่ คนถือกฎหมายบ้านเมืองก็มีหน้าที่ต้องทำ ถ้ามีพยานหลักฐาน ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกกต. กกต.จะไปห้ามไม่ให้จับไม่ได้
“ถามว่า นอกเกม กลั่นแกล้งกันไหม อยู่ที่คนมอง”
ตรวจไม่ครบหรอก กรณีที่เกิดขึ้นผู้สมัครฯในทางกฎหมายยังไม่ถือว่ามีความผิด เป็นเพียงการถูกกล่าวหา แต่ในทางการเมืองไปมันแล้ว บาดเจ็บกว่าทางกฎหมาย
@ ไม่โกรธ 'ทัวร์ลง'
การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็น 'ครั้งแรก' ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่การจัดการ 'เลือกตั้ง' พร้อมกับการออกเสียง 'ประชามติ' เป็น 'วันเดียวกัน' เข้าคูหา 2 คูหา กาบัตร 3 ใบ ขานคะแนน 3 กระดานรวด 'แสวง' ให้ความมั่นใจว่า การบริหารจัดการจะ "ทำได้ดีกว่าเดิม" แม้ว่า 'เนื้องาน' มากกว่าเดิม 1 เท่าตัว
“ต้องมีสมาธิ ขานคะแนน 3 กระดานชิดกัน เดี๋ยวคนขีดคะแนนได้ยินเสียงแว่วๆ ไปขีดของกระดานอื่นก็ได้ หรือ คนอ่านอ่านตามคนที่พูดกระดานอื่นก็ได้ เป็นสิ่งที่ยังกังวลอยู่บ้าง”
'แสวง' ยอมรับแบบไม่ค่อยเต็มอกเต็มใจกับสิ่งที่ตัวเองต้องเผชิญ ไม่ว่าการบริหารจัดการเลือกตั้งจะออกมาสมบูรณ์แบบอย่างไร แต่พอผลการตัดสินจะออกมา 'ไม่ถูกใจ' มักนึกถึงหน้า 'เลขาฯกกต.' เพราะ "หน้านี้คนด่าได้"

“หนักที่สุดก็ตอน สว. ผมไปที่ไหน คนก็นึกว่าผมตายไปแล้ว ผมไปทำผิดอะไร ถ้าผมทำผิดอย่างที่เขาพูดผมติดคุกไปนานแล้ว ถ้ามีหลักฐานก็ว่ามาสิ อย่ามากล่าวหากันเพียงเพราะว่า คุณไม่ได้ผลประโยชน์ หรือ มีเป้าหมายอย่างอื่น มาทำลายผม ถ้าผมทำอย่างที่คุณว่า เอาหลักฐานไปฟ้องเลย เอาทั้งกรมมาสอบยังไม่ได้อะไรเลย อย่ามาแกล้งกันก็แล้วกัน”
เราอยู่ตรงนี้ ให้มาลงที่เลขาฯกกต. ก็แล้วกัน ไม่เคยโกรธคน ถ้าเขาไม่เข้าใจก็ทัวร์ลงเหมือนเดิม
“ตำแหน่งอย่างผมเนี่ย ผมอยู่ตรงกลางระหว่างสำนักงาน กกต. กับ ความคาดหวังของประชาชน ตั้งความรู้สึกจะโกรธคนไม่ได้ เราต้องการความร่วมมือกับทุกคน เมื่อถึงวันเลือกตั้งเรากำหนดประเทศไทยด้วยกัน”
@ 'กรรมการ' ไม่เคยทำให้ใครได้ 'แชมป์'
'กกต.' ในฐานะที่เป็น 'กรรมการ' มีส่วนในการ 'ตัดสิน' ผลการแข่งขัน ที่มี 'เดิมพัน' การเป็น 'รัฐบาล' หรือ 'ฝ่ายค้าน' บางครั้ง 'ค้านสายตา' กองเชียร์-ผู้ชมข้างสนาม เหมือนในอดีตที่ผ่านมา เช่น การนับคะแนน หรือ การแบ่งเขตเลือกตั้ง 'แสวง' ยืนยันว่า "ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น" และ 'ออกตัว' ว่า "พรรคการเมืองต้องทำให้ประชาชนเลือกก่อน"
เราต้องการการเลือกตั้งที่ดี เลือกตั้งเสร็จแล้วไม่ใช่มาทะเลาะกัน ด้วยเหตุผลว่า การจัดการไม่ดี มาทะเลาะกันเพราะผลการเลือกตั้ง ประเทศไม่ไปไหน เราเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยเดินต่อไป ใช้ประเทศไทยได้เต็มศักยภาพที่มี
“ไม่ใช่ กกต.คนเดียว ถ้าคุณฝากความหวังไว้กับกรรมการ กรรมการไม่เคยทำให้ใครได้แชมป์ คุณจะได้แชมป์ต้องทำเอง แข่งกีฬาใช้ความสามารถ คุณอาสาประชาชนมา คุณอย่ามามอง กรรมการไม่ใช่คนให้น้ำ คุณมองคนให้น้ำได้ นักมวยมามองกรรมการไม่ได้หรอก กรรมการมีหน้าที่ทำให้คนแข่งขันเป็นธรรม อย่ามาหวังพึ่งกรรมการว่า กรรมการจะทำให้คนหนึ่งคนใดชนะ ถ้าอยากชนะคุณทำเอง ทำกับประชาชน เราจะให้ความเป็นธรรมในการแข่งขันให้คุณ”
เลือกตั้งแต่ละครั้ง คนไม่เคยสนใจว่าอะไรจะตามมา คนแข่งขันก็อยากได้ชัยชนะ แล้วมามองที่กรรมการ กรรมการไม่ได้สำคัญอะไรเลย กรรมการแค่ทำสนามแข่งขันให้เป็นธรรม
“คนสงสัยได้หมด แต่ก่อนคนสงสัย กกต.แก้คะแนนหรือเปล่า หรือแบ่งเขต มีคนได้คนเสีย เวลาแบ่งเขตทุกจังหวัด คนก็ส่งหลังบ้านให้เลขาฯ ทั้งที่ลูกน้องผมทำอยู่ที่จังหวัด เอาแบบนี้นะ ๆ ๆ ทุกคนอยากชนะทั้งนั้น ไม่ใช้แบบตามกฎหมาย แต่เราทำตามกฎหมาย ใครได้ประโยชน์เราไม่รู้ พอไม่ได้ตามที่ต้องการก็โวย มีแต่คนที่คิดแต่ชนะและเอาเปรียบเท่านั้น”
@ อย่าเอา 'กรรมการ' ไปใช้ประโยชน์-แอบอ้าง
“ถ้าคุณอยากชนะเพราะกรรมการ คุณไม่ต้องมาหา แต่ถ้าคุณอยากได้ความยุติธรรม เราให้คุณอยู่แล้ว คุณอย่าคิดชนะแบบ หาคนช่วย หาตัวช่วย คุณอย่าคิดเอากรรมการไปใช้ประโยชน์ มีทั้งแอบอ้าง มีทั้งดูกฎหมายแล้วหาช่องทางทำผิด”
กกต. ไม่เอาความหวังของประชาชน ประเทศชาติ หรือองค์กรไปให้ใครแน่นอน ตัวเองและลูกน้องตรงอยู่ในแถวแน่นอน รับประกัน
“ยกตัวอย่างให้ผมดูว่า ผมเอาสำนักงาน กกต.ไปเอื้อประโยชน์ให้คนใดคนหนึ่ง แต่อย่ามาบอกว่า อยู่ที่นั่น ที่นี่ เป็นคนที่นั่นที่นี่ แล้วมันจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้”

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา