“...พรรคเพื่อไทย ‘เจ้าของนโยบาย’ อย่าง ‘นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช’ อดีตเลขาธิการนายกฯ ออกมาอธิบายนโยบาย ‘สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน’ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ว่า เป็นการ ‘หาเงินให้รัฐ’ โดยเป็นการ ‘ต่อยอดความเสร็จ’ จากหลายประเทศ โดยเฉพาะ ‘ไต้หวัน’ ที่ใช้ระบบ ‘สลากชิงโชคจากใบเสร็จ’ จนสามารถเพิ่มรายได้ภาษีเข้าประเทศได้เฉลี่ยกว่า 20 % ต่อปี...”
กลายเป็น ‘ทอล์กออฟเดอะทาวน์’ ต่อนโยบาย ‘เศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน’ ของพรรคเพื่อไทย ทั้งจาก ‘กรณ์ จาติกวณิช’ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์-อดีตรมว.คลัง ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า นโยบาย ‘สุ่มแจก’ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบงบประมาณ-ทำลายระบบการคลังประเทศ ‘เอาเงินภาษีมาแจก’
ฟากพรรคเพื่อไทย ‘เจ้าของนโยบาย’ อย่าง ‘นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช’ อดีตเลขาธิการนายกฯ ออกมาอธิบายนโยบาย ‘สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน’ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ว่า เป็นการ ‘หาเงินให้รัฐ’ โดยเป็นการ ‘ต่อยอดความเสร็จ’ จากหลายประเทศ โดยเฉพาะ ‘ไต้หวัน’ ที่ใช้ระบบ ‘สลากชิงโชคจากใบเสร็จ’ จนสามารถเพิ่มรายได้ภาษีเข้าประเทศได้เฉลี่ยกว่า 20 % ต่อปี
“เราไม่ได้แค่สร้างเศรษฐีใหม่ แต่เรากำลังสร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืน รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปพัฒนาประเทศให้ทันสมัย และที่สำคัญที่สุดคือ รัฐจะได้ข้อมูลมหาศาลในการนำมาใช้กับเทคโนโลยี AI เพื่อวางแผนนโยบายรัฐให้แม่นยำและตรงจุดมากขึ้น”
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ขอนำรายละเอียด ‘เศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน’ ของพรรคเพื่อไทย มาเปรียบเทียบกับ ‘หวยใบเสร็จ’ ของพรรคประชาชน เพื่อดูความเหมือน-ความต่าง และความเป็นไปได้
@ ‘เศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน’
พรรคเพื่อไทย :
เศรษฐกิจนอกระบบในไทยมีมูลค่ามากถึง 9 ล้านล้านบาท (ข้อมูลจากธนาคารโลก) ใหญ่เป็นอันดับ 14 ของโลก และอันดับ 2 ในอาเซียน (รองจากประเทศเมียนมา)
การไม่สามารถเก็บภาษีจากส่วนนี้ได้ ทำให้ไทยขาดรายได้มหาศาล ขาดข้อมูลการค้าขายที่แม่นยำ และขาดโอกาสในการพัฒนาประเทศ
ต่อไปนี้คนไทยมีโอกาสเป็นเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน
เพียงแค่มีใบเสร็จจากการจับจ่ายใช้สอยทุกประเภทสินค้าและบริการ ใบเสร็จใช้ได้ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าถึงร้านรถเข็น ร้านอาหารริมทาง ไม่มีมูลค่าขั้นต่ำ ไม่จำกัดจำนวนใบเสร็จ เพราะ ‘เพื่อไทย’ มีนโยบาย ’สร้างเศรษฐีเงินล้าน‘ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนเข้าระบบภาษีแทนการบังคับ ด้วยการสุ่มจับรางวัลจากเลขใบเสร็จ 5 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท
และอีก 4 รางวัลมาจากการสุ่มจับเลขบัตรประชาชน ได้แก่ 1.เกษตรกร 2.ผู้สูงอายุ 3.อาสาสมัครเพื่อสังคม เช่น อสม. ชรบ. กู้ภัย ทหารผ่านศึก ฯลฯ 4. ผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้ รางวัลละ 1 ล้านบาทเช่นกัน
‘สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน‘ ทุกการจับจ่ายคือโอกาสรวยทุกคน ทุกวัน เลือกเพื่อไทย เบอร์ 9 ทั้งคนทั้งพรรค

@ ‘หวยใบเสร็จ SMEs’
พรรคประชาชน :
หวยใบเสร็จ เพิ่มแต้มต่อให้ SMEs
จัดทำหวยใบเสร็จกระตุ้นยอดขาย SMEs เพิ่มสิทธิประโยชน์ผู้ซื้อ-ผู้ขาย เพื่อดึงธุรกิจเข้าระบบภาษีและสร้างแต้มต่อให้ธุรกิจรายย่อยแข่งขันได้
ทำไมต้องแก้ปัญหา (WHY)
ข้อมูลจากธนาคารโลกในปี 2563 SMEs ไทย 3.2 ล้านราย ซึ่งครอบคลุมการจ้างงานถึง 69% ของประเทศ กำลังสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ทุนใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่กฎระเบียบภาษีในปัจจุบันยังเป็นอุปสรรคต่อการเข้าระบบ ส่งผลให้ไทยมีเศรษฐกิจนอกระบบสูงถึง 45% ซึ่งนับเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียน และทำให้ธุรกิจรายย่อยเสียโอกาสในการขยายศักยภาพอย่างเต็มที่
เราจะทำอะไร (WHAT)
ผลักดัน “หวยใบเสร็จ SMEs” เพื่อสนับสนุนให้ SMEs มีแต้มต่อในการแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ จูงใจให้ผู้บริโภคสนับสนุนสินค้าและบริการจากธุรกิจ SMEs มากขึ้น โดยผู้ประกอบการ SMEs ที่ร่วมโครงการจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย
1. สิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค :
-
ทุกยอดซื้อสะสมจากร้าน SMEs (สะสมจากหลายร้านได้) ครบ 500 บาท โดยซื้อผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” หรือแอปธนาคารที่ร่วมโครงการ จะได้รับหวยใบเสร็จ (เลข 3 ตัว) 1 ใบ
-
ลุ้นรางวัลได้ทุกครึ่งเดือน (สูงสุด 20 ใบ/เดือน ในเฟสแรก)
-
ภายใต้วงเงินรางวัลรวม 1,000 ล้านบาทต่อเดือน
-
เติมเงินคนละครึ่ง 1,000 บาทต่อคน 12 ล้านคน พร้อมหวยใบเสร็จ SMEs ที่จะจูงใจผู้บริโภคสนับสนุนร้านค้ารายย่อย SMEs ครั้งแรก
2. สิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการ:
-
ร้านค้า SMEs ได้รับหวยใบเสร็จ 1 ใบ เมื่อมียอดขายสะสมครบทุก 5,000 บาท (ไม่เกิน 20 ใบ/เดือน รวมกับข้อ 1 ในเฟสแรก)
-
เข้าร่วมโครงการได้ ทั้ง SMEs ประเภทบุคคลธรรมดา และ นิติบุคคล
3. สิทธิประโยชน์ทางภาษี (Simplify Tax/VAT) แก่ SMEs ที่ร่วมโครงการ
-
ขยายเพดาน VAT: เพิ่มเพดานเกณฑ์ยอดขายต่อปีที่จะต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม จากเดิม 1.8 ล้านบาท/ปี เป็น 3.6 ล้านบาท/ปี
-
เพิ่มสิทธิหักค่าใช้จ่าย: เพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายเหมาในการคำนวณภาษีรายได้บุคคลธรรมดา เดิมอัตรา 60% เป็นสูงสุด 90% (สำหรับรายได้ไม่เกิน 5.4 ล้านบาท/ปี)
-
VAT เหมาจ่าย: เลือกจ่าย VAT อัตราเหมา 2.1% แทน 7% ได้ และยื่นรายไตรมาสแทนรายเดือน เพื่อลดภาระงานเอกสาร

4. การเข้าถึงเงินทุน: SMEs ในโครงการสามารถใช้ข้อมูลยอดขายจริงมายื่นขอ สินเชื่อในระบบ ได้ทันที พร้อมเพิ่มการค้ำประกันจาก บสย. เพื่อสร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงินในการปล่อยกู้
ทำอย่างไรให้สำเร็จ (HOW)
1.ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล: ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมอย่างแอปฯ “เป๋าตัง” และระบบ “สลากดิจิทัล” เพื่อให้โครงการเริ่มได้ทันที ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่
2.จัดสรรงบประมาณรางวัล: อนุมัติงบประมาณเพื่อเป็นเงินรางวัลหวยใบเสร็จ SMEs และงบประมาณคนละครึ่ง ครั้งแรก
3.ตรากฎหมายสิทธิประโยชน์ภาษี: ออกพระราชกฤษฎีกาตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกําหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน และ ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะช่วยเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการ
4.ปฏิรูประบบ VAT เหมาจ่าย: ปรับปรุงประมวลรัษฎากร เพิ่มหลักการระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแบบเรียบง่าย (Simplify VAT) ให้ SMEs สามารถเสีย VAT ในอัตราเหมาจ่าย แทนการเสีย VAT เป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายได้
5.ปรับนิยาม SME: ปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดนิยาม SME ให้สอดคล้องกับบริบท และ ผูกกับรายชื่อผู้ถือหุ้น เพื่อป้องกันการจดบริษัทหรือแตกบริษัทย่อยเพื่อรับสิทธิประโยชน์ SMEs จากมาตรการภาครัฐ
6.เปิดข้อมูลเพื่อสินเชื่อ: เปิดช่องทางเชื่อมโยงข้อมูลรายได้ (API) จากโครงการ ให้สถาบันการเงินใช้ประเมินสินเชื่อได้ โดยมี บสย. ช่วยค้ำประกัน
7.เชื่อมต่อระบบบริหารจัดการธุรกิจ : เปิด API ให้ข้อมูลจากโครงการเชื่อมกับระบบ POS, บัญชี, ERP, CRM ของเอกชนได้ตามลำดับ เพื่อให้ SMEs มีข้อมูลในการบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ (โดยรัฐอุดหนุนผ่านคูปอง SMEs)
8.ขยายสู่แพลตฟอร์ม Delivery และ E-commerce: เชื่อมระบบหวยใบเสร็จเข้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือแพลตฟอร์มต้องยินยอมให้ระบบการชำระเงินโอนตรงจาก "ผู้ซื้อสู่ผู้ขาย" เท่านั้น
9.ปลดล็อกผูกขาด: กำหนดมาตรฐานข้อมูลและ API เพื่อเปิดให้ธนาคารหรือผู้ให้บริการ E-Payment รายอื่นเข้าร่วมโครงการได้ เพื่อลดการผูกขาดนโยบายรัฐไว้กับธนาคารใดธนาคารหนึ่ง และเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน
สุดท้ายจะ ‘ผ่านด่าน’ ข้อสังเกตุ ของคณะกรรมการตรวจสอบที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในประกาศโฆษณา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ โปรดติดตามด้วยใจระทึก
ที่มาภาพปก-แทรกเนื้อหา : พรรคเพื่อไทย/พรรคประชาชน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา