
ประเทศไทยมี แรงงานข้ามชาติ เข้ามาทำงานตามพื้นที่ชายแดนและเมืองชั้นใน การย้ายถิ่นของประชากรเหล่านี้และ ลูกแรงงานข้ามชาติ ที่มีสถานะทางกฎหมายเช่น สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ได้รับความคุ้มครอง การเลือกปฏิบัติ การศึกษาอบรม ทั้งนี้ สิทธิเด็กถือเป็นสนธิสากล (Universal Rights) ได้รับการรับรอง คุ้มครองเพื่อพัฒนาเด็กทั้งกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา ไม่เลือกปฏิบัติ คำนึงถึงสิทธิเด็ก สิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

สถานการณ์และสิทธิทางการศึกษาของลูกแรงงานข้ามชาติสมุทรสาคร
เด็กที่เป็นลูกแรงงานข้ามชาติ กำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก พวกเขาเติบโตมาในพื้นที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารทะเล อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา ปัญหาคือการขาดสิทธิสถานะทางทะเบียน ทำให้เข้าถึงโรงเรียนรัฐได้ยาก ต้องพึ่งพา ศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติ ซึ่งเป็นระบบการศึกษาทางเลือก ดำเนินการโดยองค์กรภาคประชาสังคม และมีความเสี่ยงด้านการถูกใช้แรงงาน และปัญหาสุขภาพอนามัย
อุปสรรคด้านการศึกษา นโยบายรัฐเปิดให้เด็กไร้สัญชาติเรียนฟรี 15 ปี แต่ในทางปฏิบัติยังมีกำแพงด้านภาษา ค่าใช้จ่ายแฝง ความพร้อมของโรงเรียน ทำให้ต้องพึ่งพาศูนย์ฝึกอบรมเด็กรายวันในมหาชัย บางแห่งเผชิญปัญหาจัดการเรียนการสอนที่ยังขาดการรับรองทางกฎหมายเต็มรูปแบบ
ความไม่สงบในเมียนมา ทำให้มีเด็กติดตามพ่อแม่ที่ย้ายถิ่นฐานมาทำงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ทรัพยากรของศูนย์การเรียนรู้ที่มีอยู่ไม่เพียงพอ และ ความเสี่ยงด้านแรงงานเด็กในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลและกุ้ง พบความเสี่ยงของการใช้แรงงานเด็กข้ามชาติ ซึ่งเกิดขึ้นจากความยากจนของแรงงาน
แนวทางการแก้ไข ปัจจุบันหน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกันผลักดันให้เกิดการรับรองศูนย์การเรียนรู้ เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับ ใบรับรองผลการศึกษา ใช้ภาษาไทยเป็น และได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิรักษาพยาบาล และสวัสดิการทางสังคมตามหลักสากล
ปัญหาแรงงานเด็กในพื้นที่สมุทรสาคร
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ได้สำรวจใน ชุมชนแรงงานข้ามชาติรอบมหาชัย พบข้อมูลเด็กข้ามชาติที่ติดตามพ่อแม่เข้ามา ไม่ต่ำกว่า 10,000 คน กลุ่มอายุเกิน 10 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มหลุดจากระบบการศึกษาและเข้าสู่ตลาดแรงงานแบบไม่เป็นทางการมากขึ้น เด็กลูกแรงงานข้ามชาติที่ไม่ได้เข้าเรียน จำเป็นต้องทำงานรับจ้างหารายได้ (Paid Work) สาเหตุจากค่านิยมของผู้ปกครองที่ว่าการศึกษาภาคบังคับ(ประถมศึกษา) เพียงพอต่อการประกอบอาชีพในอนาคต
โอกาสทางการศึกษาของเด็กที่เป็นลูกแรงงานข้ามชาติในสมุทรสาคร
นายวุฒิชัย พุ่มสงวน อัยการผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์คุ้มครองสิทธิเด็ก เยาวชนและสถานบันครอบครัว สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว ได้ฉายประเด็นปัญหาสังคมเกี่ยวกับ คุณภาพชีวิตของเด็กที่เป็นลูกแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย มีทั้งความเสี่ยงภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน และสิทธิทางการศึกษาของลูกแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ไว้อย่างน่าสนใจยิ่ง
หากโจทย์คือ ประเทศไทยขาดแคลนแรงงานประเภท 3D งานหนัก งานสกปรกและงานอันตราย แรงงานไทยไม่นิยมทำ การนำเข้าแรงงานข้ามชาติมาทดแทนจึงจำเป็น เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย และลักลอบเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต การย้ายถิ่นไม่ได้มีแค่หนุ่มสาววัยทำงานแต่มีเด็กติดตามมาด้วย ยังมีเด็กที่เกิดในเมืองไทยจากการตั้งครอบครัว ส่งผลให้ “ลูกแรงงานข้ามชาติ” มีสถานะทางกฎหมายที่แตกต่างกัน จำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับสถานะ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสวัสดิการ หากประเทศไทยให้เขาได้ ย่อมเป็นสิ่งที่ดีงาม
“กฎหมายไทยให้สิทธิเรียนฟรี 15 ปี แก่เด็กทุกคนโดยไม่เลือกสัญชาติ การศึกษาในระบบโรงเรียนรัฐบาล (สิทธิตามกฎหมายไทย) มติ ครม. ปี 2548 เรื่อง "Education for All" ที่อนุญาตให้เด็กที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย เข้าเรียนในสังกัดรัฐบาลได้ เด็กจะได้รับการจัดสรรรหัสประจำตัว (G-Code) เพื่อใช้ทดแทนเลขบัตรประชาชน สามารถเข้าเรียนฟรีและได้รับวุฒิการศึกษาที่เป็นทางการของกระทรวงศึกษาธิการไทย และสามารถนำไปใช้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ ”
จาก “อินเล” มา “มหาชัย” ชีวิตใหม่ของแรงงานข้ามชาติ
จิน ดา มิน อายุ 30 ปี หญิงเมียนมาในประเทศไทย เปิดเผยถึงเหตุผลที่ต้องย้ายมาทำงานในประเทศไทย เพื่อหารายได้ให้กับครอบครัว หวังสร้างบ้านและเลี้ยงดูบุตรอีก 2 คน ลูกสาวคนโตอายุ 5 ปี ส่งกลับไปที่ประเทศเมียนมาเข้าโรงเรียนที่เมียนมา ส่วนบุตรชายคนเล็ อายุ 2 ขวบครึ่ง อยู่ที่เมืองไทย เธอตั้งชื่อลูกด้วยดภาษาไทยว่า “นะโม” ส่วนชื่อพม่า “เนลิน อ่อง” (แปลว่า แสงสว่าง) กำลังเรียนเตรียมอนุบาลที่โรงเรียนในมหาชัย
เธอเล่าว่าพอได้งานทำ นายหน้าจะเรียกเก็บค่าอำนวยความสะดวก ค่าประสานงาน และจัดการทำใบรับรองให้ด้วย โดยจะหักเงินไปมากถึง 50% ของค่าจ้างเดือนแรก สมมุตว่าได้ 5,000 บาทเขาก็จะหักไป 2,500-3,000 บาท
จากวิกฤติสู่โอกาส “แรงงานข้ามชาติ” ในประเทศไทย
แรงจูงใจคือ ต้องการสร้างบ้านและมีเงินเก็บ ค่าแรงในประเทศไทยสูงกว่าในเมียนมา ที่นั่นได้เดือนละ 300 บาท แต่ในไทยได้วันละ 300-400 บาท
เริ่มต้นจากการชวนแฟนมาทำงานด้วยการเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ ชวนแฟนไปทำงานด้วยกัน จากการชักชวนจากเพื่อนและญาติที่เคยมาทำงานก่อน งานแรกที่เป็น “แม่บ้าน” งานหลักคือ “การซักผ้า” เจ้านายที่ปทุมธานี คลอง 8 เป็นบ้านหลังใหญ่ มีแม่บ้าน 5 คน ตอนมาใหม่ๆ พูดภาษาไทยไม่ได้เลย แต่เจ้านายใจดีช่วยสอนภาษาไทยจนสามารถพูดและฟังรู้เรื่องได้ภายใน 2 ปี
จิน ดา มิน ได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในประเทศไทย ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สามารถสร้างบ้านที่พม่าได้บางส่วน แต่ยังไม่แล้วเสร็จและยังคงต้องทำงานต่อไปเพื่อดูแลครอบครัว
“เมื่อตอนอยู่ที่พม่าไม่มีโรงงาน ต้องทำนา ทำสวนหาเลี้ยงชีพ บางทีก็ต้องขึ้นภูเขาไปเก็บของมาขาย หาเลี้ยงชีพเป็นไปอย่างง่าย ๆ ด้านคุณภาพชีวิตเมื่อการ”เปรียบเทียบปัจจุบันกับอดีต คุณภาพชีวิตดีดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับตอนที่อยู่ในพม่า” ได้ส่งเงินกลับไปสร้างบ้านที่พม่าได้ด้วยเงินที่หามาได้จากการมาทำงานที่เมืองไทย แต่บ้านยังสร้างไม่เสร็จเรียบร้อย ยังคงต้องอดทนและหางานต่อไป
ลูกแรงงานข้ามชาติและเด็กลูกครึ่ง
โจ เมน นาย เด็กชายชาวเมียนมา อายุ 16 ปี เล่าว่าตนติดตามพ่อแม่เข้ามาอยู่ในเมืองไทยตั้งแต่อายุ 8 ปี ต้องหยุดเรียนเพื่อทำงานช่วยพ่อแม่หารายได้ เคยทำงานในโรงงานขนาดเล็ก เกือบ 5 ปีจนกระทั่งโรงงานแห่งนั้นเลิกกิจการ มีหน้าที่แกะเปลือกกุ้งและคัดแยกขนาดปลาและอื่นๆ แล้วแต่นายจ้างจะสั่งมา ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก รู้เพียงว่าทำงานอะไรก็ได้ ขอให้ได้เงินมาช่วยครอบครัวและเก็บไว้เล็กน้อยเพื่อเป็นเงินส่วนตัวสำหรับใช้จ่ายและทุนการศึกษา
เขาย้อนเล่าเรื่องราวในวันวาน เคยพบเห็นการเข้ามาตรวจสถานประกอบการที่ถูกระบุว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง (SMEs และล้งประมง) เพื่อป้องกันการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน มีลักษณะงานที่ไม่เหมาะสม (Worst Forms of Child Labor) แรงงานเด็กข้ามชาติไม่ได้ทำงานในโรงงานแปรรูปขนาดใหญ่ซึ่งมีระบบมาตรฐานคู่ค้าสากลควบคุมอย่างเข้มงวด แต่จะกระจายตัวอยู่ในแรงงานนอกระบบ (Informal Sector) และธุรกิจครอบครัวขนาดเล็ก
เช่น การแปรรูปสัตว์น้ำ(ล้งกุ้ง/ปลา) แกะเปลือกกุ้ง, คัดแยกขนาดปลา(ต้องสัมผัสความชื้น สารเคมีและน้ำแข็งเป็นเวลานาน), งานหน้าท่าสะพานปลา, ขนย้ายลังปลา, ล้างเรือประมง, ขายของหน้าร้านหรืองานบริการในชุมชนแรงงานข้ามชาติ ต้องทำงานเกิน 4-8 ชั่วโมงต่อวันหรือทำงานเวลากลางคืน ซึ้งก่อเกิดอุบัติเหตุจากเครื่องมือบด/สับ บาดแผลจากมีด สัตว์ทะเลมีพิษ เป็นต้น

อเล็กซานด้า(อายุ17 ปี ไทยมาเลย์) ชัคกี้(อายุ 13 ปี) กัลยา (อายุ 16 ปี-กระเหรี่ยง) ซันโม (อายุ 18 ปี) กัลยาณี (อายุ 15 ปี- ลาว)โจเมนนาย (อายุ 16 ปี-เมียนมา) วีรภาพ (อายุ 19 ปี)
ศกร. ศูนย์การเรียนรู้ หน่วยจัดการเรียนรู้บัณฑูรศิลป์ มหาชัย 2
ในทุกวันอาทิตย์ “ลานกว้าง” บนอาคารตลาดเทศบาล ซี่งได้รับความอนุเคราะห์จากเทศบาลนครสมุทรสาคร ที่นี่เป็นดั่งเมืองหรรษาของเหล่าเยาวชนชาวชาติพันธุ์และลูกครึ่งผู้มีความหลากหลาย มารวมตัวกัน เพื่อเรียนรู้วิชาภาษาไทย งานประดิษฐ์สิ่งของ รวมถึงการสอนให้มีทักษะชีวิต การอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ทำให้พื้นที่โล่งว่างกลับมาคึกคักและมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังได้เห็นคุณแม่พาลูกชายสมัครเรียนกับ “ครูพี่ข้าว” รติรัตน์ รถทอง ตามหลักสูตร สกร.

คุณรติรัตน์ รถทอง หรือ “ครูข้าวสาลี” เล่าว่า ใครที่ชอบวาดรูปและระบายสี สายงานวาดงานศิลปะ ลำบากอะไรมั้ย พบว่ามีความเปราะบาง ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว คุณพ่อคุณแม่คุณทำงานแรงงานในโรงงานเหล็กและโรงงานอื่นๆ ในพื้นที่ เด็กเหล่านี้ 90% มีงานทำ มีเจ้านายรับรอง คาดหวังที่จะได้เข้าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น มีความฝันอยากมีอาชีพเป็นทหาร หมอ นักธุรกิจ นักกีฬา ศิลปิน ฯลฯ
หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน แบ่งห้องเรียนเป็นห้อง A หมายถึง เตรียมความพร้อมเข้าประถม (10 กว่าคน) ห้อง B และ C: สำหรับเด็กที่ไม่รู้ภาษาไทยเลย ต้องมีครู 3 ภาษา (มอญ, พม่า, ไทย) สอนควบคู่กันไป ระดับการศึกษา: สอนระดับประถม (35 คน) และ ม.ต้น (29 คน) รวม 64 คน เกณฑ์การรับเข้าเรียน: ประถม: ต้องมีทักษะการวิเคราะห์, คณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ ม.ต้น: ต้องสามารถพูดได้เกิน 3 ภาษา (ไทย, อังกฤษ, พม่า, มอญ) การวัดผลจะมีการทดสอบทุก 6 เดือน มีการรับรองวุฒิได้รับวุฒิการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีผู้อำนวยการอำเภอเป็นผู้เซ็นรับรอง

ครูรติรัตน์ รถทอง ย้ำชัดว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ (ครู) ที่มีเงินเดือนของราชการ ส่วนสถานที่ศูนย์การเรียนรู้ ได้รับความอนุเคราะห์จากเทศบาลนครสมุทรสาคร ส่วนค่าจ่ายค่าไฟฟ้าจ่ายกันเอง โดยมีครูและเด็กๆ ร่วมกันลงขันจ่ายค่ากิจกรรม ที่นี่ยังต้องการการสนับสนุนที่ไม่ใช่เงินแต่ขอเป็น”โอกาส”สำหรับเด็กๆ
โอกาสและคุณภาพชีวิตของเด็กข้ามชาติ
เด็กข้ามชาติมีความต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนคนไทย อาชีพล่ามในโรงงาน เป็นอาชีพที่ดีในสายตาของลูกแรงงานข้ามชาติ ค่าจ้างเริ่มต้น 10,000 บาท เพราะโรงงานต้องการล่ามจำนวนมาก เช่น โรงงานที่มีพนักงาน 3,000 คน ต้องมีความสามารถในการอ่านเขียนภาษาไทยที่ชัดเจน และจะได้ สวัสดิการ ผู้ที่มีบัตรไทยหรือบัตรประกันสังคมจะได้รับสวัสดิการเหมือนคนไทย ส่วนผู้ที่ไม่มีบัตรสามารถซื้อแพ็คเกจประกันสุขภาพรายปี เริ่มต้น 500 บาท
คุณภาพชีวิตของเด็กที่เป็นลูกแรงงานข้ามชาติที่มีเกิดและเติบโตในประเทศไทย จะพ้นจากกับดักอคติที่เคยถูกกล่าวหาว่ามาแย่งงานคนไทยและใช้ทรัพยากรต่างๆ เพราะอย่างน้อยที่สุดประเทศไทยมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กแต่ละคนที่พร้อมจะร่วมกันจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยไปในทิศทางใดในอนาคตที่ยากจะคาดเดา แต่อย่างน้อยที่สุดประเทศไทยก็มอบโอกาส ทางการการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าบ้านเมืองที่เขาต้องเดินทางจากมา
ผลงานโดย : รสวรรณภัทชก์ หงษ์สุวรรณ์
ผลงานข่าวชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "โครงการพัฒนาผู้ผลิตสื่อต้นแบบเพื่อการรายงานข่าวสิทธิเด็กอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์" ภายใต้ โครงการพัฒนาวิชาชีพสื่อมวลชนด้านทักษะขาดแคลนบริหารจัดการหลักสูตรโดย สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ได้รับทุนสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา