
ณ คลินิกพิเศษการแพทย์บูรณาการ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ซึ่งปักหลักทำการอยู่ ณ ศูนย์การค้าอุบลสแควร์ กลางเมืองอุบลราชธานี ภารกิจวันนี้มีนัดหมายพูดคุยกับเด็กที่เคยเข้าสู่วงจรบุหรี่ไฟฟ้าแล้วกำลังจะก้าวข้ามหลุมดำผ่านวังวนมืดมาได้ ภายใต้แนวคิดและกระบวนการต่างๆที่เกื้อหนุนเพื่อถ่ายทอดเป็นวิทยาทานกรณีศึกษาอันจะนำไปสู่โจทย์การแก้ปัญหาภัยจากบุหรี่ไฟฟ้าในอนาคต
“เอ” เด็กสาววัย16 ปีชาว อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เธอเลือกวิธีบำบัดด้วยการฝังเข็ม โดยมาตามหมอนัดในรอบสัปดาห์ รอบเดือน เข้ารับการบำบัดมากว่า 1 เดือนแล้ว ส่วนความถี่การนัดอยู่ที่ดุลพินิจของหมอตามโปรแกรมบำบัดและตามสภาพร่างกายที่หมอวิเคราะห์ “เอ” ยอมรับว่าสูบบุหรี่ไฟฟ้าครั้งแรกจากการชักชวนของเพื่อนตอนเรียนชั้น ม.1 ต่อเนื่องมาถึงม.2(โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอ.วารินชำราบ) ตอนแรกอาศัยอุปกรณ์ของเพื่อนลิ้มลองต่อมาสั่งซื้อจากออนไลน์เป็นของส่วนตัวในราคา 300-400 บาท พื้นที่ที่นิยมหลบซุ่มแอบสูบคือห้องน้ำโรงเรียน จากนั้นเริ่มขยับการลิ้มลองมาหัดสูบบุหรี่มวน ครั้นขึ้นชั้น ม.3 ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนแห่งใหม่ เขตอ.เมืองอุบลฯ
ส่วนหนึ่งของบทสนทนาที่“เอ” สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ของสถานศึกษาคือความหละหลวม เทียบกับโรงเรียนแห่งแรกทำให้เด็กมีโอกาสเข้าถึงง่าย สบช่องมั่วสุมแอบสูบในห้องน้ำโรงเรียนอยู่เนืองๆ ในขณะที่โรงเรียนแห่งใหม่เข้มงวดมากโอกาสที่จะได้สัมผัสในโรงเรียนจึงน้อย มีช่วงเวลาสั้นๆแค่นอกรั้วโรงเรียน โดยจะมีการนัดหมายกันกับกลุ่มเพื่อนเป็นครั้งคราว ความถี่การเข้าถึงจึงมีอุปสรรคอยู่บ้าง
“บี” เด็กหนุ่มวัยละอ่อน นักเรียนชั้น ม.1 อายุ 14 ปี โรงเรียนปทุมวิทยากร ซึ่ง“บี” มีบ้านพักอยู่ ถนนอุบล-ตระการ ในเมืองอุบลฯใกล้กับโรงเรียน “บี” เข้ารับการบำบัดด้วยวิธีฝังเข็ม เขาเล่าประสบการณ์การสูบเริ่มจากบุหรี่มวนมาต่อยอดเป็นบุหรี่ไฟฟ้าโดยเพื่อนชักชวน เหตุผลที่อยากลองบุหรี่ไฟฟ้าโดยเข้าใจผิดว่าพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าน้อยกว่าบุหรี่มวนและไม่เป็นที่รังเกียจของสังคมเพราะบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีควันไปรบกวนใครไม่สร้างความรำคาญเหมือนบุหรี่มวนสามารถสูบได้ในที่สาธารณะรูปลักษณ์อุปกรณ์คนนอกส่วนใหญ่แทบดูไม่ออกและไม่รู้ ตอนอยู่ชั้น ม.1 เคยถูกครูจับได้คาห้องน้ำ ถูกทำโทษทำทัณฑ์บนไว้แต่ยังหาช่องทางแอบสูบหากสบโอกาสอยู่เนืองๆ โดยไม่ทราบถึงพิษภัยและโทษที่มีส่งผลต่อสุขภาพและการเรียน
“ซี” เด็กหนุ่มวัยคะนองอายุ18 ปี จากชุมชนเขตรอบนอกเมืองอุบลฯ ที่เลือกวิธีบำบัดด้วยยา เล่าว่าก่อนที่จะมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าเขาเล่นมาหลายขนาน! ลองมาหลายรูปแบบ ช่วงรับการบำบัดสัปดาห์แรกมีอาการคลื่นใส้ หงุดหงิดง่าย พักหลังร่างกายเริ่มปรับสภาพได้อาการเริ่มนิ่ง
“ซี” บอกเล่าเบื้องหลังชีวิตที่มีปมปัญหาครอบครัวกับทีมข่าวว่าพ่อแม่แยกทางกัน พ่อไปทำงานอยู่ที่จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนแม่ยังอยู่ที่อุบลฯ สภาพครอบครัวแตกแยกจึงมีผลต่อสภาพจิตใจขาดความอบอุ่น ครั้งที่เรียนระดับปวช.ปี 1 ได้ไปเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา ไปอยู่กับพ่อได้ปีเดียว แล้วกลับมาอยู่กับแม่ที่จ.อุบลฯ เรียนต่อที่วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ระดับปวช.ปี2
ส่วนแรงบันดาลใจที่มีอิทธิพลต่อทัศนคติการเข้ารับการบำบัดครั้งนี้ “เอ” และ “บี” ระบุชัดว่าเกิดจากนพ.เพียรศักดิ์ แซ่หว่อง กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ รพ.สรรพสิทธิ์ ไปทำกิจกรรมรณรงค์ต้านบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนสร้างแรงบันดาลใจกระตุ้นการตระหนักรู้ จึงตัดสินใจเดินเข้าสู่กระบวนการบำบัดด้วยความสมัครใจ และที่สำคัญต้องการทดแทนสิ่งที่พลาดพลั้งไปเป็นรางวัลให้กับแม่...ทำเพื่อแม่... ส่วน “ซี” แสดงจุดยืนในตรรกะเดียวกันว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่ไปยึดติดกับปัจจัยอื่น การที่ตนตัดสินใจมาบำบัดเพียงต้องการชนะใจตน “การจะเลิกได้หรือไม่ได้อยู่ที่ใจเรา เอาใจเราเป็นที่ตั้ง” “ซี”กล่าวย้ำ แต่ทิ้งท้ายน่าสนใจว่าอิทธิพลที่มีผลต่อการตัดสินใจครั้งนี้ยอมรับมาจากเพื่อนสาวที่ขอร้องให้ตนหยุด
ด้านนางป. อายุ 35 ปี คุณแม่ของบียอมรับว่าเมื่อทราบว่าลูกสูบบุหรี่ไฟฟ้าใจหายและเสียใจ ได้แต่เก็บความรู้สึกด้านลบไว้ไม่แสดงออก ไม่ได้บีบคั้นหรือตั้งเงื่อนไขใดๆกับลูก พยายามเข้าใจและพูดคุยกับลูกถี่ขึ้นให้เวลากับเขามากขึ้นหากิจกรรมพิเศษมาเสริม จากนั้นลูกได้รับแรงจูงใจจากคุณหมอเพียรศักดิ์ แซ่หว่อง แม่และลูกจึงพากันไปปรึกษาคุณหมอเพียรศักดิ์ ที่คลินิกนำมาสู่กระบวนการบำบัดในวันนี้ โดยตนจะเป็นธุระพาลูกมาเองทุกครั้งที่หมอนัด เป็นกำลังใจให้เขา และก็เฝ้าสังเกตอาการและพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
“เขาสมัครใจที่จะเลิกเองโดยมีคุณหมอเพียรศักดิ์เป็นกำลังใจ” คุณแม่ป. ยืนยันกับทีมข่าว เมื่อลูกเข้ารับการบำบัดก็สบายใจไปเปราะหนึ่ง อย่างน้อยก็ลดความเสี่ยงไปได้มาก ที่ผ่านมาพร่ำสอนถึงพิษภัยและผลที่จะกระทบต่ออนาคตของเขาอยู่ตลอด
ส่วน นางวันทนีย์ ทองหนุน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ คลินิกเลิกบุหรี่บูรณาการ เปิดเผยว่าสถิติปี 2568 จำนวนผู้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูบำบัดบุหรี่ไฟฟ้าของคลินิกเลิกบุหรี่บูรณาการ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ เฉพาะในกลุ่มเด็กมีราว 20 คน พบอายุน้อยสุดเป็นเพศชายวัยเพียง 11 ปี ส่วนผู้ที่ผ่านการบำบัดครบตามคอร์สแล้วกลับมาสูบอีกมีราว 30 % ทั้งนี้โอกาสที่เขาจะหวนกลับสู่วังวนเดิมมากน้อยอยู่ที่ปัจจัยครอบครัวสิ่งแวดล้อมและสภาพจิตใจเป็นหลัก
นางวันทนีย์ ทองหนุน ให้ความเห็นว่าปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าเข้าถึงง่าย หาซื้อได้ตามร้านค้าในชุมชนที่แอบซ่อนเอามาขายและสะดวกที่สุดคือสั่งซื้อทางออนไลน์ นับเป็นปัญหาต้นน้ำที่จะนำไปสู่การเสพสารเสพติดอื่นๆ เช่น กัญชา กระท่อม แม้กระทั่งเครื่องดื่มที่ชื่อในกลุ่มวัยรุ่นเรียกว่า “โปร”เป็นการพลิกแพลงผสมจากน้ำกระท่อม ยาแก้ไอ เครื่องดื่มชูกำลังเพื่อให้ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทรุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าวิตกอย่างยิ่ง ซึ่งหน่วยงานทางด้านสาธารณสุขมีภารกิจหลักในการป้องกันและฟื้นฟู ส่วนมาตรการปราบปรามเป็นฝ่ายปกครองที่จะต้องใช้อำนาจทางกฏหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อช่วยกันหยุดตัวเลขนักสูบหน้าใหม่
สำหรับ พญ.จินตนา บุญเทียม แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว แพทย์ชำนาญการพิเศษ ให้ข้อมูลว่า คลินิกพิเศษการแพทย์บูรณาการ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ หรือคลินิกฟ้าใส คลินิกเลิกบุหรี่แบบบูรณาการ แห่งนี้เป็นสาขาที่ 1 คลินิกพิเศษอุบลสแควร์ ซึ่งเปิดบริการวันจันทร์ และวันพฤหัสบดี เป็นการเพิ่มพื้นที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเข้ามาใช้บริการงานสาธารณสุขในย่านชุมชนรอบนอก เพิ่มเติมจากสาขาที่ 2 ตึกผู้ป่วยนอก ชั้น 3 รพ.สรรพสิทธิ์ ที่เปิดให้บริการวันอังคาร
สำหรับกระบวนการรักษา-บำบัดผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ทั้งแบบมวนและบุหรี่ไฟฟ้า คุณหมอจินตนาอธิบายว่าเบื้องต้นจะมีการประเมินระดับการติดนิโคติน ตรวจเช็คสุขภาพปอด ซึ่งในขั้นตอนนี้จะคัดกรองอย่างละเอียด จะใช้กุศโลบายเปลี่ยนคำสั่งสอนเป็นความเข้าใจ ซึ่งการออกแบบบูรณาการแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปเพราะแต่ละคนมีวิถีที่ไม่เหมือนกัน แต่กระบวนการทุกขั้นตอนใช้มาตรฐานระดับสากล จากนั้นจึงจะวางแผนการรักษาบำบัด โดยมีทางเลือกการรักษาแบบบูรณาการ เช่น แพทย์แผนไทย โดยมีชา ยาอมหญ้าดอกขาว นวดจุด ส่วนแพทย์แผนจีน ด้วยวิธีฝังเข็ม ช่วยลดอาการอยากสูบ ปรับสมดุลของร่างกาย และการใช้ยาเลิกบุหรี่ ไซทิซิน(Cytisine)ช่วยแก้อาการถอนพิษบุหรี่ รวมถึงการใช้เทคนิค 5 D การนวดผ่อนคลาย การเคี้ยวมะนาว ออกกำลังกาย
นอกจากนั้นยังมีการติดตามดูแลประเมินผลผ่านTele-Healih วิดีโอคอล โทรศัพท์ พร้อมส่งต่อคลินิกหมอครอบครัวที่กระจายอยู่ตามชุมชนเขตเมือง และอสม.ในการติดตามเยี่ยมในชุมชนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังทำงานกระบวนการร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างบูรณาการทั้งสถานพยาบาล สถานศึกษา ชุมชน อีกด้วย พญ.จินตนา บุญเทียม กล่าวในที่สุด

หมายเหตุ : สายด่วน 1600 ให้คำปรึกษาการเลิกบุหรี่เลิกอย่างยั่งยืน
ผลงานโดย : ชลธิษ จันทร์สิงห์ และ สมศักดิ์ รัฐเสรี
ผลงานข่าวชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "โครงการพัฒนาผู้ผลิตสื่อต้นแบบเพื่อการรายงานข่าวสิทธิเด็กอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์" ภายใต้ โครงการพัฒนาวิชาชีพสื่อมวลชนด้านทักษะขาดแคลนบริหารจัดการหลักสูตรโดย สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ได้รับทุนสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
หมายเหตุ : ภาพประกอบจาก bangkokhospital.com

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา