
“…ข้าฯจึงขอปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและยืนยันว่า ข้าฯไม่ได้กระทำหรือร่วมกันกระทำ ก่อ สนับสนุน รู้เห็นเป็นใจ กับผู้ใด ในการวางแผนให้ได้มาซึ่ง สว. โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในทุกกรณี ไม่ได้กระทำหรือร่วมกันกระทำ ก่อ สนับสนุน รู้เห็นเป็นใจกับผู้ใด ในการกระทำการอันเป็นการช่วยเหลือโดยวิธีใด ๆ ให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือก สว. ใดได้รับเลือกเป็น สว. หรือทำให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือก สว. ใดไม่ได้รับเลือกเป็น สว. และยืนยันว่าในการประชุมพรรคภูมิใจไทยทุกครั้งไม่มีผู้ใดกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาแต่อย่างใด…”
หมายเหตุ : สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายลอย ชุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญดาราศาสตร์คำนวณ โพสต์เฟซบุ๊กผ่านบัญชี ‘Loy Chunpongtong’ เนื้อหาถ้อยคำพร้อมหนังสือชี้แจงแก้ข้อข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 187 และ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 228 เกี่ยวกับคดีเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เมื่อปี 67 ต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ตอนนี้รายละเอียดถ้อยคำพร้อมหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 187
@ ไม่เชื่อมโยงองค์ประกอบความผิด-ข้อเท็จจริง-พฤติการณ์
2. (179) นายอ_____ _____ล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 187 ได้ให้ถ้อยคำพร้อมทั้งยื่นหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาและหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สรุปได้ว่า
ขอชี้แจงข้อกล่าวหาเป็นหนังสือ ฉบับลงวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ว่า ข้าฯในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรค_____ และ_____พรรค_____ ขอปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ดังนี้
บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 43 วรรคหนึ่ง และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 มาตรา 54 วรรคสอง อันเป็นการไม่ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาทราบข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสามารถทำการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ ไม่มีการเชื่อมโยงองค์ประกอบความผิดกับข้อเท็จจริงและหรือพฤติการณ์เฉพาะว่า ข้าฯได้กระทำหรือร่วมกันกระทำ ก่อ สนับสนุน รู้เห็นเป็นใจ ในการกระทำความผิด ที่ไหน เมื่อไร กับใคร และอย่างไร ในแต่ละพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหา ข้อ 1. (1) - (5) และ ข้อ 2 ที่พอเพียงให้ข้าฯเข้าใจพฤติการณ์ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระทำความผิด พยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์ วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุแห่งข้อกล่าวหา
ไม่มีการแสดงพยานหลักฐาน โดยสรุป เช่น รายการบัญชีของกลาง โพยฮั้ว ภาพถ่ายการกระทำความผิด หรือรายชื่อพยานบุคคลที่เป็นประจักษ์พยาน ทำให้ข้าฯไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบที่มาและความน่าเชื่อถือข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานแห่งข้อกล่าวหา ส่งผลให้ข้าฯไม่อาจชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานประกอบการชี้แจงหรือโต้แย้งพฤติการณ์หรือพยานหลักฐานแห่งข้อกล่าวหาได้
คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ไม่เปิดโอกาสให้ข้าฯสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาและปกป้องสิทธิของข้าฯได้อย่างเต็มที่ อันเป็นการฝ่าฝืนเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ออกโดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด มีการแจ้งข้อกล่าวหาที่เกินเลยกว่าที่บัญญัติไว้ให้เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 การแจ้งข้อกล่าวหาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย กระบวนการสืบสวนและไต่สวนไม่สุจริตและปราศความเที่ยงธรรมเป็นการใช้อำนาจเพื่อกลั่นแกล้งและเลือกปฏิบัติ โดยมีเจตนาพิเศษเพื่อให้ข้าฯได้รับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น และทำให้ข้าฯเสื่อมเสียชื่อเสียง
คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 กล่าวหาว่า ข้าฯได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 และมาตรา 77 (1) โดยบรรยายว่า "ข้าฯได้กระทำหรือร่วมกันกระทำ หรือก่อ สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำของคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย..." ตามพฤติการณ์ที่ปรากฏในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา ข้อ 1. (1) - (5) นั้น โดยมิได้บรรยายให้เข้าใจว่าพฤติการณ์ใดที่ข้าฯกระทำด้วยข้าฯ เอง พฤติการณ์ใดที่ข้าฯ ร่วมกระทำกับผู้อื่นคือใครพฤติการณ์ใดที่ข้าฯเป็นผู้ก่อให้กระทำการอะไร พฤติการณ์ใดที่ข้าฯสนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจกับผู้ใดให้กระทำการอะไร ที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร
@ แจ้งข้อกล่าวหาไม่ครบองค์ประกอบความผิด
อีกทั้งบทบัญญัติดังกล่าวมิได้บัญญัติให้ "การก่อ สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจ" ในการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 จึงเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาที่เกินกว่าตัวบทกฎหมายที่กำหนดให้เป็นความผิด ซึ่งบุคคลจะต้องรับโทษต่อเมื่อกฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดไว้เท่านั้น และเป็นการฝ่าฝืนพระประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 43 วรรคหนึ่ง และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 ข้อ 54 วรรคสอง
การกล่าวหาว่าข้าฯได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 และมาตรา 77 (1) โดยมิได้บรรยายให้เห็นว่า ผู้สมัครและหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนที่ได้รับผลการกระทำของข้าฯตามข้อกล่าวหาคือใคร และบุคคลนั้นได้ลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้กับใคร จึงเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาที่ไม่ครบองค์ประกอบความผิด
และการกล่าวหาว่า "ข้าฯได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 76 โดยบรรยายว่า คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และทีมงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ของท่านได้กระทำหรือร่วมกันกระทำ หรือรู้เห็นในการกระทำเพื่อดำเนินการตามข้อกล่าวหาที่ 1 นั้น ถือได้ว่าเป็นกรณีที่ข้าฯซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองและเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้กระทำการอันเป็นการช่วยเหลือโดยวิธีโด ๆ ให้ผู้สมัครผู้ใดได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือทำให้ผู้สมัครผู้ใดไม่ได้รับเลือก" โดยมิได้บรรยายให้เข้าใจว่า พฤติการณ์ใดที่ข้าฯกระทำด้วยข้าฯเอง พฤติการณ์ใดที่ข้าฯร่วมกระทำกับผู้อื่นคือใคร พฤติการณ์ใดที่ข้าฯเป็นผู้ก่อให้กระทำการอะไร พฤติการณ์ใดที่ข้าฯสนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจกับผู้ใดให้กระทำการอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร และผู้สมัครและหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนที่ได้รับผลการกระทำของข้าฯตามข้อกล่าวหาคือใคร และบุคคลดังกล่าวได้ลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้กับใคร ทีมงานที่เกี่ยวข้องมีจำนวนกี่ทีม ใครบ้าง และเกี่ยวข้องกับข้าฯอย่างไร อีกทั้งบทบัญญัติดังกล่าวมิได้บัญญัติให้ "การรู้เห็นในการกระทำ" ดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 จึงเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาที่เกินกว่าตัวบทกฎหมายที่กำหนดให้เป็นความผิด
และการกล่าวหาว่า ข้าฯกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 และมาตรา 77 (1) โดยบรรยายว่า "ข้าพเจ้ากระทำ หรือก่อ สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำของคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย...” ตามพฤติการณ์ที่ปรากฏในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา ข้อ 1. (1) - (5) และข้อ 2. นั้น เป็น "การขัดต่อหลักการพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การกระทำดังกล่าวเป็นการสมยอมหรือช่วยเหลือกันในการลงคะแนนเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่รับรู้กันมาก่อนเป็นการล่วงหน้าโดยผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศแต่ละคนที่มาประชุมขาดความเป็นอิสระในการลงคะแนนเลือกสมาชิกวุฒิสภา ทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาไม่เป็นความลับซึ่งขัดต่อหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งที่ต้องเป็นไปโดยลับและโดยเสรี" ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวข้างต้นไม่ได้เป็นองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 และมาตรา 77 (1) ตามที่กล่าวหา
@ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
การกล่าวหาว่า ข้าฯได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 มาตรา 76 และ มาตรา 77 (1) ซึ่งมีผลให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมตามมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่า คณะกรรมการผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รับรองว่าไม่มีโพยฮั้ว สว. ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการเลือกสว. ปี 2567 นั้น เป็นไปโดยถูกต้อง สุจริต และเที่ยงธรรม จึงได้ประกาศผลการเลือกในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 จึงเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ข้าฯจึงขอปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและยืนยันว่า ข้าฯไม่ได้กระทำหรือร่วมกันกระทำ ก่อ สนับสนุน รู้เห็นเป็นใจ กับผู้ใด ในการวางแผนให้ได้มาซึ่ง สว. โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในทุกกรณี ไม่ได้กระทำหรือร่วมกันกระทำ ก่อ สนับสนุน รู้เห็นเป็นใจกับผู้ใด ในการกระทำการอันเป็นการช่วยเหลือโดยวิธีใด ๆ ให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือก สว. ใดได้รับเลือกเป็น สว. หรือทำให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือก สว. ใดไม่ได้รับเลือกเป็น สว. และยืนยันว่าในการประชุมพรรคภูมิใจไทยทุกครั้งไม่มีผู้ใดกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา