
‘ครม.’ เห็นชอบ ร่างระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับทางราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขั้น ‘ลับที่สุด’ ห้ามหน่วยงานดำเนินการส่ง-รับผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 30 ธันวาคม 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับทางราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) โดยกำหนดให้เพิ่มเติมหมวด 5 ข้อมูลข่าวสารลับอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 26 ข้อ อาทิ ส่วนที่ 6 การส่งและการรับ ข้อ 50/16 – 50/19 เช่น การกำหนดให้การส่งและรับข้อมูลให้ดำเนินการเฉพาะข้อมูลข่าวสารลับอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น ‘ลับ’ และ ‘ลับมาก’ โดยขั้น ‘ลับที่สุด’ ห้ามหน่วยงานดำเนินการส่งและรับผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่มีความจำเป็น ให้ทำความตกลงกับองค์การักษาความปลอดภัยเพื่อจัดทำข้อตกลงในการส่งและรับข้อมูลฯเป็นกรณีพิเศษกำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้นที่มีอำนาจอนุญาต ให้ใช้เจ้าหน้าที่นำสารในการส่งข้อมูลออกไปยังภายนอกหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศและต้องให้นายทะเบียนฯ ลงทะเบียนข้อมูลดังกล่าวไว้ก่อนทำการส่งออกทุกครั้ง
ส่วนที่ 7 การเปิดเผย ข้อ 50/20 กรณีหัวหน้าหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐมีคำสั่งให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับนั้นได้ตามข้อจำกัดหรือเงื่อนไขที่กำหนด และให้นายทะเบียนสำเนาข้อมูลให้และกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลใน รูปแบบการอ่านอย่างเดียว
ส่วนที่ 8 การทำลาย ข้อ 50/21 กำหนดให้การทำลายข้อมูลข่าวสารลับอิเล็กทรอนิกส์ให้นำความในข้อ 46 มาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยมีวิธีดำเนินการ เช่น กรณีที่การเก็บรักษาข้อมูลฯ ชั้นลับที่สุดจะเสี่ยงต่อการรั่วไหลอันจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ประโยชน์แห่งรัฐ หัวหน้าหน่วยงานสามารถพิจารณาสั่งทำลายข้อมูลฯ ชั้นลับที่สุดนั้นได้ หากพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำลาย นอกจากเหตุผลข้างต้นแล้วหัวหน้าหน่วยงานจะสั่งทำลายข้อมูลฯ ได้ ก็ต่อเมื่อได้ส่งข้อมูลฯ ให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีคุณค่าในการเก็บรักษา
ทั้งนี้ ให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอครม.ตรวจพิจารณาโดยให้รับข้อสังเกตของสำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมทั้งข้อเสนอแนะของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้ พร้อมทั้งให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมทั้งข้อเสนอแนะของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ฯ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปได้

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา