
ผู้ตรวจการแผ่นดินออกแถลงการณ์จี้ ‘คมนาคม’ เข้มมาตรฐานความปลอดภัย นำมาบัญญัติเป็นกฎหมายไว้ใช้ รวมถึงตั้งคณะกรรมการด้านวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัยด้วย และขอให้เร่งรัดจ่ายค่าชดเชย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 15 มกราคม 2569 ผู้ตรวจการแผ่นดินออกแถลงการณ์เรื่อง เหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และเหตุการณ์เครนถล่มบริเวณถนนพระราม 2 มีเนื้อหาดังนี้
ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์เครนที่ใช้ในการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21ณ อำเภอสีคิว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 และเหตุการณ์เครนก่อสร้างทางหลวงพิเศษ หมายเลข 82ร่วงบนถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดและก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมาก นั้น
ผู้ตรวจการแผ่นดินขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน และขอให้ผู้บาดเจ็บหายเป็นปกติโดยเร็ว
ผู้ตรวจการแผ่นดินในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธธรรมญที่มีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบการปฏิบัฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธธธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 หยิบยกปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่การดำเนินงานก่อสร้างบำรุงทาง โดยเฉพาะอย่างยิงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้างโครงการก่อสร้างบนทางหลวงหมาย(ถนนพระราม 2) มาพิจารณา และเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งพิจารณากำหนดมาตรการหรือแนวทางปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยสำหรับการดำเนินโครงการก่อสร้างและบำรุงทางที่มีการปฏิบัติงานบนที่สูงเป็นการเฉพาะเพิ่มเติมจากโครงการก่อสร้างทางทั่วไป และพิจารณานำมาตรการด้านความปลอดภัยที่กำหนดขึ้นดังกล่าวมาบัญญัติเป็นกฎกระทระทรวง ประกาศกระทรวง ระเบียบ หรือข้อบังคับ และผวกเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างก่อสร้างหลัก
และให้กระทรวงคมนาคมตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง "คณะกรรมการด้านวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัย" ซึ่งเป็นคณะกรรมการอิสระด้านวิศวกรรมที่จัดตั้งขึ้นโดยมีบทบาทและภารกิจหลักครอบคลุมการกำกับดูแลความปลอดภัยในทุกชั้นตอนของโครงการก่อสร้างและบำรุงรักษาทาง ตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ ดำเนินการก่อสร้าง จนถึงการตรวจสอบภายหลังเกิดเหตุ เพื่อให้ภาพรวมความปลอดภัยถูกควบคุมอย่างรัดกุม ตลอดจนให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางพัฒนาให้เกิด "สมุดพกผู้รับเหมา" อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยสมุดพกผู้รับเหมาดังกล่าวจะต้องเปิดเผยให้ทหน่วยงานของรัฐได้รับทราบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการของรัฐ และเป็นกลไกในการควบคุม กำกับดูแลผู้รับเหมา อีกทั้งขอให้พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาให้ครอบคลุมถึงผู้รับเหมาช่วงและผู้รับเหมาเฉพาะทาง เพื่อให้กลไก่ในการควบคุม กำกับดูแลผู้รับเหมาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อันจะส่งผลต่อการจัดการความปลอดภัยสำหรับงานก่อสร้างและบำรุงทาง และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น จากการก่อสร้างโครงการของรัฐ
ในอนาคต
ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดชดเชยเยียวยาค่าเสียหายให้กับผู้ได้รับผลกระทบตลอดจนดำเนินการตามข้อเสนอแนะดังกล่าวข้างต้น รวมถึงข้อเสนอแนะอื่น ๆ ตามคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ไปปฏิบัติเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่ยั่งยืน โดยผู้ตรวจการแผ่นดินจะติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด และจะจัดประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะอย่างเร่งด่วน เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนต้องได้รับความปลอดภัยสูงสุดจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐต่อไป
นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน 16 มกราคม 2569


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา