
‘ปปป.-ป.ป.ช.–ป.ป.ท.’ ขยายผลทุจริตออกใบถิ่นที่อยู่–สัญชาติไทยให้ต่างชาติ บุกจับ ‘ปลัดอำเภอ–เจ้าหน้าที่เทศบาล’ รวม 6 ราย เครือข่ายขบวนการสวมสิทธิ์สัญชาติ
....................................
เมื่อวันที่ 22 ม.ค. เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการปราบปรามการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) พ.ต.อ.ภาสกร นภาโชติ ผกก. 4 บก.ปปป. บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) , กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมการปกครอง เข้าตรวจค้นเป้าหมายหลายจุดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขยายผลจับกุมขบวนการเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต สวมสิทธิ์ใบถิ่นที่อยู่ถาวรและสัญชาติไทยให้กับชาวต่างชาติ
จากปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 ราย ประกอบด้วย นายธีรวัฒน์ สุขศรี,นายวิเศษ ผงนอก ซึ่งเป็นปลัดอำเภอในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ,น.ส.สุวนันท์ วรธงชัย ,น.ส.เนตรนภา เขื่อนเพชร น.ส.รุ่งอรุณ สวัสดิ์ไหว และน.ส.พรพัชร ธนกัณฬ์ ซึ่งเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่เทศบาลในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
โดยทั้งหมดถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 ที่ 1–6/2569 ลงวันที่ 20 ม.ค. 2569 ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำหรือรับรองเอกสาร แต่กลับรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ และเป็นเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกันทำ ใช้ หรือสนับสนุนการใช้หลักฐานเท็จทางทะเบียนราษฎรโดยมิชอบ”
สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับกรมการปกครอง ได้เข้าจับกุม นายอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมพวก คดีทุจริตเรียกรับผลประโยชน์จากการขอสัญชาติไทยและขอสถานะบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
จากนั้นจึงได้สืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบความผิดปกติเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เอกสารคำร้องขอหนังสือรับรองการเกิด ที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
จากการตรวจสอบพบการออก หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.20/1) ลงวันที่ 15 ส.ค. 2568 และเอกสาร ป.ค.14 ลงวันที่ 14 ส.ค.2568 ซึ่งปรากฏลายมือชื่อของ นายธีรวัฒน์ และนายวิเศษ ปลัดอำเภอทั้งสองราย เป็นผู้ลงนามรับรองเอกสาร เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรวม 6 ราย ก่อนนำไปสู่การจับกุมตัวทั้งหมดได้ในที่สุด
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนขยายผลอย่างละเอียด เพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการรายอื่น รวมถึงตรวจสอบเอกสารทางทะเบียนที่อาจถูกสวมสิทธิ์เพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในระบบทะเบียนราษฎรอีกต่อไป
ขณะที่รายงานข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งว่า กรณีการเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ของรัฐในเขตพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 6 รายดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18-20 พ.ย.2568 สำนักงาน ป.ป.ช. บก.ปปป. สำนักงาน ป.ป.ท. กรมการปกครอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้บูรณาการร่วมกันในการสืบสวน กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐในเขตพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ มีพฤติการณ์ทุจริตการออกบัตรให้กับบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน และเปิดปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” ร่วมกันตรวจค้นจับกุมผู้กระทำความผิดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากนั้นจึงได้ทำการขยายผลตรวจสอบข้อมูลพบรายการของบุคคลที่มีความผิดปกติจำนวนมากในพื้นที่อำเภอเชียงดาวและดำเนินการลงพื้นที่สืบสวน พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐในเขตพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เข้าไปเกี่ยวข้องเบื้องต้น จำนวน 6 ราย โดยมีลักษณะแบ่งงานกันทำ ร่วมกันทำเป็นขบวนการ และมีบุคคลต่างด้าวที่ได้รับบัตรดังกล่าว จำนวน 9 ราย จึงได้ขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ออกหมายจับ และหมายค้น โดยผู้ต้องหาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
ผู้ต้องหากลุ่มที่ 1 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในอำเภอเชียงดาวจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ธุรการทางทะเบียน ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ
เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และร่วมกัน ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 มาตรา 162 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 ประกอบ มาตรา 83
ผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในเทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 2 ราย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 162 ประกอบ มาตรา 83
สำนักงาน ป.ป.ช. บก.ปปป. สำนักงาน ป.ป.ท. กรมการปกครอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้สนธิกำลังร่วมกันเข้าจับกุมบุคคลดังกล่าว จำนวน 6 ราย และเข้าตรวจค้น จำนวน 3 จุด ณ ที่ว่าการอำเภอเชียงดาว เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง และบ้านพัก เพื่อพบตัวบุคคลผู้มีหมายจับและเพื่อพบสิ่งของ และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยผลการตรวจค้นพบสิ่งของและเอกสารหลายรายการ จึงได้ยึดเพื่อนำมาตรวจสอบและใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป
สำหรับผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
วันเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยแพร่เอกสารข่าว โดยระบุว่า วันนี้ (22 ม.ค.) กรมสอบสวนคดีพิเศษได้บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ 4 หน่วยงานในปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” ปราบปรามขบวนการทุจริตให้คนต่างด้าวมีสิทธิอาศัยถาวร ในประเทศไทยในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ปรากฏผลการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ จำนวน 5 ราย จากทั้งหมด 6 ราย ได้แก่
(1) ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว
(2) ปลัดอำเภอกลุ่มงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว
(3) ลูกจ้างงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว
(4) ลูกจ้างงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว
(5) ผู้อำนวยการกองคลัง เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง
ตรวจค้นที่พักอาศัยของบุคคลตามหมายจับ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่
(1) บ้านเลขที่ 299 หมู่ที่ 7 ตำบลแม่นะ ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยของลูกจ้างงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของต้องสงสัย
(2) อาคารห้องพักข้าราชการอำเภอเชียงดาว ชั้น 4 ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของต้องสงสัย
(3) อาคารห้องพักข้าราชการอำเภอเชียงดาว ชั้น 3 ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของปลัดอำเภอกลุ่มงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว
ผลการตรวจค้นพบสมุดบัญชีธนาคาร อาวุธปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก เอกสารใบคำขอทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย ในห้วงปี พ.ศ. 2555 จำนวนกว่า 200 รายการ ซุกซ่อนอยู่ใต้เตียงนอนของเป้าหมายตรวจค้น เงินสดจำนวน 101,000 บาท ถูกซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่าง ๆ ภายในห้องพัก
ทั้งนี้ จากการสืบสวนและการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้ ตรวจพบความผิดปกติอันมีลักษณะเป็นเครือข่ายและมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ ระหว่างสำนักทะเบียนอำเภอเชียงดาว สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลเมืองนะ และสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง อันมีลักษณะเป็นเครือข่ายและมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ
โดยอาจเกี่ยวข้องกับการสวมตัวทำบัตรประชาชนคนสัญชาติไทยของเครือข่ายจีนเทา การสวมสิทธิบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรี การนำบุคคลต่างด้าวที่เป็นแรงงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดอื่น ๆ มาทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 0) ในเขตอำเภอเชียงดาว หรือเรียกว่าขบวนการฟอกแรงงาน การคืนรายการบุคคลที่ถูกจำหน่าย ซึ่งน่าจะไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย เป็นต้น
กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองกิจการอำนวยความยุติธรรมและศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค จะได้ร่วมบูรณาการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 หน่วยงานเพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่องต่อไป

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา