‘สภาผู้บริโภค’ จี้‘หน่วยงานรัฐ’ ตั้งหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจซื้อขาย ‘ทองคำออนไลน์’ โดยตรง หลัง ‘ผู้บริโภค’ แบกรับความเสี่ยงซื้อทองที่ 'ไม่มีอยู่จริง’
.....................................
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายจิณณะ แย้มอ่วม อนุกรรมการด้านการเงินและการธนาคาร สภาองค์กรของผู้บริโภค เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจการซื้อขาย (เทรด) ทองคำผ่านระบบออนไลน์ในประเทศไทย ยังไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพกำกับดูแลโดยตรง ทั้งที่มีมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงแซงหน้ามูลค่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปแล้ว อีกทั้งยังพบว่าผู้บริโภคมีความเสี่ยงในการซื้อทองคำไม่มีอยู่จริง หรือการซื้อขายทองคำบนตัวเลขจินตนาการ
ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐ ทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง เร่งหาข้อยุติในการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจซื้อทองคำออนไลน์อย่างเป็นระบบ โดยกระทรวงพาณิชย์ควรเข้ามาเป็นเจ้าภาพหลัก เนื่องจากทองคำคือสินค้าชนิดหนึ่ง พร้อมกำหนดมาตรการบันทึกประวัติการซื้อขาย เพื่อป้องกันการใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงิน
ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทตรวจสอบและกำกับดูแลสัญญาการให้บริการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเข้มงวด เนื่องจากข้อสัญญาหลายส่วนมีการเอาเปรียบผู้บริโภค เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่วางบรรทัดฐานไว้ว่า การซื้อขายทองคำลักษณะนี้เป็นคดีผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนได้รับสิทธิและความคุ้มครองในกระบวนการพิจารณาคดีที่ดีกว่าคดีแพ่งสามัญ
“ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. มีกฎหมายรองรับเรื่องการเก็งราคา แต่ตลาดทองคำไทยกลับไม่มีกฎหมายรองรับลักษณะนี้เลย เมื่อไม่มีการกำกับดูแล การเทรดทองออนไลน์จำนวนมากจึงมีพฤติการณ์เข้าข่ายการพนัน เพราะเป็นการเก็งกำไรจากส่วนต่างราคา โดยไม่มีการชำระเงินเต็มจำนวน และไม่มีการส่งมอบทองคำจริง
อีกทั้งยังพบความเสี่ยงการซื้อทองคำไม่มีอยู่จริงหรือซื้อขายบนตัวเลขจินตนาการ ซึ่งเคยเกิดคดีความที่ผู้บริโภคไม่สามารถรับส่งมอบทองคำได้จริง หรือถูกบังคับขายหลักประกันอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อเกิดข้อพิพาท ผู้ประกอบการมักเลี่ยงไปฟ้องผู้บริโภคเป็นคดีแพ่งสามัญแทนคดีผู้บริโภค เพื่อสร้างความได้เปรียบในชั้นศาลและผลักภาระการพิสูจน์หลักฐานไปที่ประชาชน ทั้งที่ข้อมูลการสั่งซื้อทั้งหมดอยู่ในระบบของผู้ประกอบการฝ่ายเดียว” นายจิณณะ ระบุ
สภาผู้บริโภค ยังยกตัวอย่างกรณี JWR Group แพลตฟอร์มเทรดทองคำยักษ์ใหญ่ ในเซินเจิ้น ประเทศจีน ซึ่งประกาศระงับการถอนเงินโดยไม่มีกำหนด เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยอ้างเรื่องสภาพคล่องตึงตัวจากการพุ่งสูงของราคาทองคำโลก ทำให้นักลงทุนจำนวนมากถูกแช่แข็งสินทรัพย์ และเข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรมเนื่องจากขาดหน่วยงานกำกับดูแลที่ชัดเจน ขณะที่ความเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.8 แสนล้านบาท
ส่วนในประเทศไทยเองมีกรณีบริษัท ซินเนอร์จี้ คอมโมดิตี้ส์ เทรด จำกัด ร้านทองชื่อดัง ซึ่งปิดตัวลง หลังจากไม่สามารถส่งมอบทองคำให้ผู้ซื้อจำนวนมากได้ เพราะเป็นการซื้อขายทองคำบนตัวเลขสมมติเท่านั้น
สำหรับผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการเทรดทองออนไลน์ หรือประสบปัญหาเกี่ยวกับแพลตฟอร์มการซื้อขาย สามารถรวบรวมหลักฐานและแจ้งเรื่องร้องเรียนมาได้ที่สภาผู้บริโภค ได้ที่เว็บไซต์ https://complaint.tcc.or.th/complaint

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา