
‘อนุทิน’ เผย สส.ได้มากกว่า 150 ที่นั่ง ชี้ไม่มีนโยบายปราบคอร์รัปชั่น เพราะถ้าภูมิใจไทยเข้าไปจะไม่มีการโกง ระบุเลิก MOU 44 เพราะทำได้เลย ส่วน MOU 43 ยังรอปักปันเขตแดน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 20.45 น. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการปราศรัยใหญ่
โดยผู้สื่อข่าวถามถึงการประกาศยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (MOU 44) ทันที หากได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทินระบุว่า ถือเป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยต้องการที่จะทําเพื่อให้สิ่งที่ไม่คืบหน้าถูกยกเลิก และจะใช้วิธี เงื่อนไข กฎเกณฑ์ใหม่เข้ามาคุยเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า" ครับ"
เมื่อถามอีกว่า แล้วบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 43)ทําไมถึงไม่ประกาศยกเลิก นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนั้นยังมีเรื่องของการปักปันเขตแดน ที่มีความคืบหน้ามาระดับหนึ่งแล้ว และสิ่งที่เราได้ดําเนินการภายใต้ MOU 43 ก็เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย ไม่ได้มีข้อขัดแย้งใดๆ แต่ในส่วนที่เราเคลือบแคลงสงสัย ส่วนใหญ่เราก็เข้าไปควบคุมพื้นที่ไว้หมดแล้ว
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาการปะทะกับกัมพูชาทั้งสองครั้ง ทําให้ทหารและคนไทยได้รับผลกระทบสูง ยังไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจยกเลิก MOU 43 อีกหรือ นายอนุทิน ตอบว่า มันมีสิ่งที่กําลังดําเนินการ แต่ถ้าไม่เป็นไปในแนวทางที่ไม่ป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย กับประชาชนคนไทย เราก็พร้อม ที่จะต้องมีการปรับปรุง หรือปรับเปลี่ยน การดําเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ
เมื่อถามต่อว่า ที่ประกาศว่าพรรคภูมิใจไทยจะโตขึ้นอีกเท่าตัว แสดงว่าคาดหวัง 150 ที่นั่งขึ้นไปใช่หรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า " ผมว่ามากกว่านั้น"
เมื่อถามอีกว่า การปราศรัยใหญ่ครั้งนี้คาดหวังอะไรบ้าง นายอนุทิน ตอบว่า ทุกครั้ง เราเป็นพรรคที่ต้องการสื่อสารกับประชาชนของเราตลอดเวลา เพื่อให้ได้รับทราบในเจตนารมณ์และนโยบาย พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าถ้าพรรคภูมิใจไทยบริหารประเทศจะพร้อมทั้งเรื่องนโยบายและบุคลากร และพร้อมที่จะประสานงานกับทุกฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดการสะดุด
กับคำถามว่า ทําไมบนเวทีปราศรัยพรรคภูมิใจไทยถึงไม่มีการพูดถึงนโยบายการปราบปรามการทุจริต นายอนุทิน ตอบว่า บอกแล้วว่าถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทยเข้าไป ความเสี่ยงการทุจริตคอร์รัปชั่นจะไม่มี
ถามต่อว่า ถ้าหากมีการทุจริตจากคนในรัฐบาล จะทําอย่างไร นายอนุทิน ไม่ตอบคําถามดังกล่าว พร้อมส่งสัญญาณมือว่าพอแล้ว

@จับได้ทุกสี
เมื่อถามต่อว่า ที่พรรคภูมิใจไทยเน้นไม่สร้างศัตรู แต่สร้างมิตรภาพ แสดงว่าสามารถจับได้กับทุกพรรคทุกสีใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า "ผมจับมือกับทุกคนได้ถ้าเราไปในทิศทางเดียวกัน และให้เกียรติซึ่งกันและกัน พร้อมยอมรับในนโยบาย พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคเดียวที่พูดว่ายอมรับนโยบายของทุกพรรค ถ้าเชื่อว่านโยบายต่าง ๆ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เดี๋ยวก็จะเป็นปัญหาว่ารับกาสิโนหรือเปล่า ถ้าเป็นนโยบายที่มีความเห็นแตกแยกชัดเจน อันนี้ไม่รับ"
เมื่อถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนําจัดตั้งรัฐบาล คิดว่าจะสามารถ รวบรวมเสียงในสภามาไว้ในมือได้เท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า " เรื่องพวกนี้รอวันมะรืน อีก 48 ชั่วโมงจะมาตอบ"
เมื่อถามต่อว่า พรุ่งนี้(7ก.พ.)จะเป็นวันสุดท้ายของการหาเสียงพรรคภูมิใจไทยจะมีหมัดเด็ดอะไรออกมาอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้สรุปแล้ว พรุ่งนี้เดินสายขอบคุณพี่น้องประชาชน ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เชื่อว่าพี่น้องประชาชนรับทราบ ในสิ่งที่เราต้องการนําเสนอ และเจตนารมณ์ของพรรคภูมิใจไทย
เมื่อถามถึง กระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทย สั่งกองทัพ ใกล้ช่วยเหลือในการเลือกตั้งครั้งนี้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายอนุทิน ตอบคําถามดังกล่าว เพัยงก้มหน้าและเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปทันที


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา