
ภัทรพงศ์ มอบนโยบาย 7 ด้านแก่ บวท. ขณะที่รักษาการซีอีโอมองสถานการณ์สงคราม-น้ำมันไม่จบ ทำเที่ยวบินโตลด 0.1%
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ต้องถือว่า บวท.เป็นหน่วยงานหลักในการนโยบายสูู่เป้าหมาย “ยกระดับการบริหารน่านฟ้า ขับเคลื่อนไทยสู่ World-class Aviation Hub” โดยได้มอบนโยบายการดำเนินงาน 7 ด้านสำคัญ
สำหรับนโยบาย7 ด้านได้แก่ 1. ให้ บวท. เสนอมาตรการลดภาระต้นทุนของสายการบินควบคู่กับมาตรการบริหารความคล่องตัวจราจรทางอากาศ โดยนำ Air Traffic Flow Management (ATFM) มาใช้บริหารความหนาแน่นเที่ยวบิน ลดความล่าช้า ซึ่งจะช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของสายการบิน เป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการในช่วงที่อุตสาหกรรมการบิน ยังเผชิญความผันผวนด้านพลังงาน
2.สนับสนุนนโยบายรัฐบาลในด้านการกระตุ้นกระแสเงินสดในภาคอุตสาหกรรม เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ขอให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2569 พร้อมจัดทำและปรับปรุงแผนการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570 โดยคำนึงถึงความจำเป็น คุ้มค่าต่อการลงทุนและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ
3.ยึดหลักความปลอดภัยเป็นหัวใจสูงสุดของการให้บริการการเดินอากาศรักษาและยกระดับมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง
4. เชื่อมโยงและบูรณาการยุทธศาสตร์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม
5.ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการสนับสนุนภารกิจด้านความปลอดภัยทางการบิน อาทิ ข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาการบิน
6. เร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบการให้บริการการเดินอากาศ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ผ่านโครงการสำคัญ และมุ่งพัฒนาไปสู่องค์กรดิจิทัลแห่งอนาคต
และ7.ดำเนินงานโดยคำนึงถึงความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินของประเทศในระยะยาว โดยบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG เข้ากับการดำเนินงานหลักขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน และสนับสนุนเศรษฐกิจในภาพรวม
“การ ยกระดับการบริหารน่านฟ้า ขับเคลื่อนไทยสู่ World-class Aviation Hub อันเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ต้องอาศัยการบูรณาการอย่างใกล้ชิดของทั้ง 4 หน่วยงานด้านอากาศ นอกจากบวท. ที่จะต้องบริหารจัดการจราจรทางอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว ยังมีกรมท่าอากาศยาน มีหน้าที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานทั่วประเทศ และการผลิตบุคลากรคุณภาพของสถาบันการบินพลเรือน และการเสริมศักยภาพด้านการบริการของโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทุกส่วนล้วนเป็นฟันเฟืองที่ต้องขับเคลื่อนสอดประสานกัน โดยพร้อมที่จะเป็น“ลมใต้ปีก” ที่สนับสนุนในระดับนโยบาย รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบ งบประมาณเพื่อยกระดับขีดความสามารถขององค์กรให้สามารถตอบสนองต่อปริมาณการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้น “ นายภัทรพงศ์ระบุ
ด้านนายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า ปัจจุบัน บวท.มีการบริหารจัดการในการขึ้นลงอากาศยานให้มีการไต่ระดับอย่างต่อเนื่องเพื่อลดอัตราการใช้เชื้อเพลิงขึ้นทำการขึ้นและลง ลงได้ประมาณ 20-30% โดยใช้กับทุกสนามบิน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นกับสภาพอากาศในขณะนั้นด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงโครงสร้างเส้นทางบินอย่างต่อเนื่อง โดยจัดทำเส้นทางบินใหม่ และพัฒนาเส้นทางบินเดิมให้เป็นเส้นทางบินที่ตัดตรง ซึ่งสามารถลดระยะทาง และลดระยะเวลาการบิน โดยความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและลดต้นทุนของสายการบิน ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
โดยมีโครงการที่จะแล้วเสร็จภายในปี 2569 จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1.เส้นทางบิน NAN- SAGAG ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ไทย-ลาว-จีน เพื่อลดระยะทางการบิน และเชื่อมโยงการเดินทางจากประเทศไทยไปยังพื้นที่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของจีน เช่น คุนหมิง กุ้ยหยาง เฉิงตู เทียนฟู ฉงชิ่ง ซีอาน ผ่าน สปป.ลาว และ 2. เส้นทางบิน Direct Route ซึ่งเป็นโครงการนำร่อง สำหรับเครื่องบินผ่านน่านฟ้าไทย โดยใช้เทคโนโลยี PBN ลดระยะทางการบิน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง ยังช่วยให้สายการบินและผู้ใช้งานห้วงอากาศสามารถวางแผนปฏิบัติการบินล่วงหน้าได้อีกด้วย
ส่วนการลดค่าบริการเที่ยวบินภายในประเทศ ร้อยละ 30 นั้น อาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้บวท.เนื่องจากจะเป็นการจูงใจให้สายการบินเพิ่มเที่ยวบิน ขณะที่เป้าหมายในการลดค่าบริการเพื่อลดต้นทุนและสายการบินสามารถปรับลดค่าโดยสารให้ประชาชนได้
@ประเมิน ปี 69 “น้ำมัน-สงคราม”ไม่จบ เที่ยวบินเติบโตลดลง 0.1%
ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณจราจรทางอากาศ เฉลี่ย2,300 เที่ยวบินต่อวัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 2,400 เที่ยวบินต่อวัน ถือว่าลดลงเล็กน้อยไม่เป็นนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยจากเช้าสู่ช่วง Low Season และราคาน้ำม้นที่เพิ่มขึ้น อย่างไรในภาพรวมทั้งปี 2569 ประเมินไว้ 3 กรณี คือ 1. หากสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลงจากนี้ เที่ยวบินจะเติบโตประมาณ 2-3% จากปี 68 2. สถานการณ์เลวร้าย เที่ยวบินจะลดลง ไม่เกิน 0.1% ซึ่งถือว่าไม่มาก 3. สถานการณ์คลี่คลายดีขึ้นเที่ยวบิน จะเติบโต 3 % แต่ก็ยังต่ำกว่าปกติที่จะเติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี
“บวท.พร้อมในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมโดยจะเร่งรัดโครงการเตรียมความพร้อมการให้บริการการเดินอากาศ ณ สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งโครงการนี้อยู่ในกลุ่ม Quick-win 2 เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบการให้บริการการเดินอากาศ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมทั้งพัฒนาประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการให้บริการจราจรทางอากาศด้วยระบบ Digital Tower ทั้งในรูปแบบ Hybrid สำหรับสนามบินที่มีปริมาณการจราจรทางอากาศสูง ในกลุ่มสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง และในรูปแบบ Remote Tower สำหรับสนามบินที่มีปริมาณการจราจรทางอากาศต่ำ ในกลุ่มสนามบินเบตง และสนามบินนราธิวาส อีกทั้งศึกษาแนวทางการให้บริการการขนส่งทางอากาศในอนาคต โดยพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการบินแบบทั่วทั้งระบบ ตามกรอบการพัฒนาระบบการบินสมัยใหม่ เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคของ System Wide Information Management (SWIM) พัฒนาระบบบริหารจัดการห้วงอากาศแบบบูรณาการ รวมถึงบูรณาการงานด้านบริการจราจรทางอากาศสำหรับอากาศยานไร้คนขับและบริการข้อมูลการบิน สนับสนุนการขนส่งทางอากาศรูปแบบใหม่ (Advanced Air Mobility: AAM) รองรับบริการอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน และอากาศยานขึ้นลงทางดิ่งไฟฟ้าอีกทั้งออกแบบการใช้ห้วงอากาศใหม่ให้มีขีดความสามารถในการรองรับความต้องการของผู้ใช้ห้วงอากาศกลุ่มต่าง ๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างมีคุณภาพ บวท. ให้ความสำคัญด้านการพัฒนาบุคลากรให้ก้าวหน้าทันเทคโนโลยีที่ทันสมัยควบคู่กับการให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Air Traffic Management (Green ATM) โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ บวท. ได้ดำเนินมาตรการลดภาระต้นทุนสายการบิน เพื่อช่วยประคับประคองอุตสาหกรรมการบินในระยะสั้น ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการให้บริการการจราจรทางอากาศเพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยในระยะยาว” นายสุรชัยกล่าว

สุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท.

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา