
เปิดคำสั่งยึดทรัพย์พระราชวิสุทธิประชานาถ/อดีตพระอลงกต วัดพระบาทน้ำพุ กับ พวก 20 รายการ 60.9 ล้าน เงินสด รถยนต์ โฉนดที่ดิน ในชื่อ 4 คน ถือครอง อัยการสั่งฟ้องคดีทุจริตเบิกถอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว หลัง ปปง. ประกาศให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอชดใช้คืน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2569 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เรื่อง ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องเพื่อขอรับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน [ราย พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือนายอลงกต พูลมุข กับพวก]
ประกาศระบุว่า ด้วยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว และคณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งที่ ย. 6/2569 ลงวันที่ 12 มกราคม 2569 เรื่อง ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน (เก้าสิบวัน) นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาและความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่นและความผิดฐานฟอกเงิน ราย พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือนายอลงกต พูลมุข กับพวก กล่าวคือ
พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือนายอลงกต พูลมุข กับพวก ต่อศาลว่า พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือนายอลงกต พูลมุข เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์สินของวัดพระบาทน้ำพุ ไม่นําส่งเงินให้กับวัดพระบาทน้ำพุ โดยร่วมกับนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล กับพวก ทำการเบิกถอนและโอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคาร กสิกรไทย จํากัด (มหาชน) สาขาสยามสแควร์ เลขที่บัญชี 059-8-57061-2 ชื่อบัญชี ใจฟ้าอาทร ประชานาถ โดยนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล แล้ว พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือนายอลงกต พูลมุข ได้ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่วัดพระบาทน้ำพุ หรือผู้หนึ่งผู้ใด และโดยทุจริต ร่วมกับนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล กับพวก เบียดบังเอาเงินของ วัดพระบาทน้ำพุในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จํากัด (มหาชน) สาขาสยามสแควร์ เลขที่บัญชี 059-8-57061-2 ชื่อบัญชี ใจฟ้าอาทรประชานาถ โดยนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล ไปเป็นของ พระราชวิสุทธิประชา หรือนายอลงกต พูลมุข และนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 49/1 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2565 และข้อ 3 แห่งกฎกระทรวงการคืนหรือการชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน พ.ศ. 2567 จึงขอให้บุคคลผู้ได้รับความเสียหาย โดยตรงจากการกระทำความผิดมูลฐานในรายคดีดังกล่าวและไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดนั้น ยื่นคําร้องเพื่อขอรับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ภายใน 90 วัน (เก้าสิบวัน) นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
สำนักข่าวอิศรารายงานว่า ทรัพย์สินที่คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ให้ยึดทรัพย์สินอดีตพระอลงกต กับพวก จำนวน 20 รายการ มูลค่า 60,948,052 บาท ประกอบด้วย
เงินสด 10 รายการ มีชื่อ นายเสกสันน์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง 9 รายการและ นายอลงกต เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง 1 รายการ
กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าสะพายหญิง 3 รายการ ชื่อ นายเสกสันน์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง
รถยนต์ 4 รายการที่มีชื่อ นายวีรวัฒน์ 1 รายการ น.ส.ชมดาว 1 รายการ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง น.ส.พัศชนันท์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ฯ 1 รายการ และไม่ระบุชื่ออีก 1 รายการ
โฉนดที่ดิน 2 รายการ (แปลง) มีชื่อ นายเสกสันน์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง 1 แปลง และ พระราชวิสุทธิ 1 แปลง
และ บัตร SNP GOLD มีวัตถุคล้ายทอง ในชื่อ นายอลงกต เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง 1 รายการ
รวมนายเสกสันน์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครองมากสุดประมาณ 13 รายการ รองลงเป็น นายอลงกต หรือ พระราชวิสุทธิ






Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา