มีการพยากรณ์ว่า ประชากรอินเดียอาจติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสูงถึง 300-500 ล้านคน และป่วยขั้นรุนแรงถึง 30-50 ล้านคน หากไม่มีมาตรการป้องกันใดๆ อินเดียมีประชากรยากจนจำนวนมาก สุขอนามัยไม่ดี และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขค่อนข้างแย่ มีเตียงพยาบาล 0.7 เตียง ต่อ 1,000 คน ขณะที่อิตาลีและสหรัฐอเมริกามีเตียงพยาบาล 3.4 และ 2.9 เตียงต่อ 1,000 คน มีเตียงไอซียูเพียง 50,000 เตียง

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาอินเดียมีมาตรการปิดเมืองล็อคดาวน์เพื่อลดการระบาดของโคโรน่าไวรัส (COVID-19) เป็นผลทำให้แรงงานหลายร้อยล้านคนในเมืองหลักเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง ทำไมถึงต้องปิดเมืองล็อคดาวน์?
ล่าสุดเมื่อ 1-2 เมษายน 2563 จำนวนผู้ติดติดเชื้อได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าก่อนหน้านี้จำนวนผู้ติดเชื้อจะมีไม่มากนัก อินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรจำนวนมากถึง 1.3 พันล้านคน และมีความหนาแน่นของประชากรสูงมากเช่นเดียวซึ่งมักจะกระจุกตัวในเมืองใหญ่ๆ เช่น เมืองนิวเดลี เมืองบอมเบย์
มีการพยากรณ์ว่า ประชากรอินเดียอาจติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสูงถึง 300-500 ล้านคน และป่วยขั้นรุนแรงถึง 30-50 ล้านคน หากไม่มีมาตรการป้องกันใดๆ อินเดียมีประชากรยากจนจำนวนมาก สุขอนามัยไม่ดี และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขค่อนข้างแย่ มีเตียงพยาบาล 0.7 เตียง ต่อ 1,000 คน ขณะที่อิตาลีและสหรัฐอเมริกามีเตียงพยาบาล 3.4 และ 2.9 เตียงต่อ 1,000 คน มีเตียงไอซียูเพียง 50,000 เตียง
ตั้งแต่ 31 มีนาคม 2563 อินเดียมีการทดสอบผู้ติดเชื้อโควิดเพียง 38,000 คน ซึ่งนับว่าน้อยมากเนื่องขาดแคลนชุดทดสอบ
การล็อคดาวน์ในอินเดีย จึงเป็นการแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัสอย่างเร่งด่วนก่อนจะสาย อย่างไรก็ตาม การล็อคดาวน์ทำให้มีการเปลี่ยนจากวิกฤติสุขภาพกลายเป็นวิกฤติด้านเศรษฐกิจและสังคมแทน เพราะคนตกงานเป็นจำนวนมาก และการเดินทางกลับบ้านของแรงงานที่ตกงานอาจจะเป็นการกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ หากไม่มีมาตรการ social distancing ที่ดีรองรับ เพื่อลดผลกระทบรัฐบาลอินเดียได้อัดฉีดเงินจำนวน 23 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา และผู้มีรายได้น้อยได้รับอาหารและยกเว้นค่าก๊าซหุงต้มจำนวน 83 ล้านครัวเรือน และให้เงินโอนให้เปล่า 6.65 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนกับผู้หญิง 200 ล้านคนในช่วงเวลา 3 เดือน (Chandrashekhar, 2020)
มุมคิดด้านประโยชน์สำหรับประเทศไทย นอกเหนือจากที่รัฐบาลได้ทำไปแล้วน่าจะมีดังนี้
1. เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส จังหวะนี้ที่แรงงานจากกรุงเทพฯ เดินทางกลับบ้านภูมิลำเนา รัฐบาลอาจใช้มาตรการแรงจูงใจที่หลากหลายดึงดูดให้แรงงานหนุ่มสาวที่มาทำงานที่กรุงเทพฯ กลับไปทำงานในภาคเกษตรที่บ้านเกิดเพื่อแก้ปัญหาสังคมสูงวัยอย่างรุนแรงในภาคเกษตร และยังสามารถช่วยเพิ่มผลิตภาพที่ตกต่ำในภาคเกษตรด้วยเพราะแรงงานหนุ่มสาวมีขีดความสามารถในการเรียนรู้เทคโนโลยีและการใช้เครื่องจักรกลสมัยใหม่ได้ดีกว่าแรงงานสูงอายุ และยังเป็นการเพิ่มความอบอุ่นในครอบครัวได้อีกด้วย
หน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวง อว. อาจพิจารณาประสานกับกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้สถาบันการศึกษาในสังกัดในพื้นที่เชี่ยวชาญด้านเกษตรฝึกอบรมให้ความรู้กับแรงงานกลุ่มนี้ กระทรวงเกษตรฯ เองมีข้อจำกัดด้านบุคลากรฝึกอบรม การยื่นมือเข้าช่วยของสถาบันการศึกษาในพื้นที่สามารถลดข้อจำกัดตรงนี้ได้ และช่วยสร้างความผูกพันระหว่างชาวบ้านและสถาบันการศึกษาในพื้นที่อีกด้วย (โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ และคณะ 2561, 2562 และ Attavanich et al., 2019)
2. นอกจากภาคเกษตรแล้ว สถาบันการศึกษาและกระทรวงแรงงานอาจพิจารณาสนับสนุนการฝึกอบรมให้ความรู้แก่แรงงานหนุ่มสาวเหล่านี้ตามความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่ อาทิ ไกด์นำเที่ยว งานหัตถกรรม เป็นต้น ช่วงเศรษฐกิจถดถอยการ reskill/upskill แรงงานนับว่าเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างมาก
3. ในการจัดฝึกอบรมทักษะแรงงาน รัฐบาลอาจพิจารณาให้เงินช่วยเหลือแบบมีเงื่อนไข (Conditional Transfer) เช่น ถ้าเรียนจบคอร์ส ก รัฐจะโอนเงินให้เท่าไหร่ เพื่อจูงใจให้แรงงานสนใจเรียนรู้และช่วยลดความเดือดร้อนของแรงงานได้อีกด้วย นอกจากนั้น มีงานศึกษาในต่างประเทศพบว่า การโอนเงินให้กับผู้หญิงจะได้ผลดีมากกว่าโอนเงินให้เพศชายซึ่งเราจะเห็นอินเดียให้วิธีการนี้
4. ที่ผ่านมานโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยเน้นการเติบโตแบบกระจุกตัวเพียงไม่กี่พื้นที่ของประเทศ คล้ายกับอินเดีย ดังนั้น ควรมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกระจายให้ทั่วทุกพื้นที่เพื่อลดการกระจุกตัวของแรงงานในเมืองเศรษฐกิจหลัก
5. แรงงานนอกระบบของอินเดียและไทยมีสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับจำนวนแรงงานทั้งหมด ดังนั้น การเพิ่ม Social Safety Net ให้กับคนกลุ่มนี้ซึ่งเดือดร้อนมากที่สุดน่าจะเป็นสิ่งที่ต้องเร่งทำในช่วงวิกฤติ
6. การเดินทางกลับภูมิลำเนาของชาวอินเดียเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ภาครัฐควรเพิ่มงบประมาณสนับสนุนหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ต่างๆ ให้เพียงพอและทั่วถึง เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัส
เอกสารอ้างอิง
1. Vaishnavi Chandrashekhar. 2020. 1.3 billion people. A 21-day lockdown. Can India curb the coronavirus? Sciencemag News. https://www.sciencemag.org/…/13-billion-people-21-day-lockd…
2. Attavanich, W., Chantarat, S., Chenphuengpawn, J., Mahasuweerachai, P., & Thampanishvong, K. (2019). Farms, Farmers and Farming: A Perspective through Data and Behavioral Insights. PIER Discussion Paper. Puey Ungphakorn Institute for Economic Research.
3. โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ บุญธิดา เสงี่ยมเนตร วิษณุ อรรถวานิช และ จิรัฐ เจนพึ่งพร. 2562. สถานการณ์สูงวัยกับผลิตภาพและการทำเกษตรของครัวเรือนเกษตรไทย. https://www.pier.or.th/?post_type=abridged&p=6704.
4. โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ วิษณุ อรรถวานิช และ บุญธิดา เสงี่ยมเนตร 2561. จุลทรรศน์ภาคเกษตรไทยผ่านข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและสำมะโนเกษตร https://www.pier.or.th/?post_type=abridged&p=5580

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา