
ศาสตราจารย์ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคง วิเคราะห์เหตุรุนแรงล่าสุดที่ชายแดนใต้เอาไว้อย่างน่าสนใจ
โดยเฉพาะการก่อเหตุที่ประจวบเหมาะกันหลายปัจจัย ทั้งวาระ 22 ปีไฟใต้ การเลือกตั้งท้องถิ่นระดับ อบต. ซึ่งส่งผลต่อเนื่องถึงการเลือกตั้งระดับชาติในอีกไม่ถึง 1 เดือนข้างหน้า รวมไปถึงโจมตีซึ่งพุ่งเป้าเชิงสัญลักษณ์ทำลายเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างชัดเจน ซ้ำร้ายยังเลือกช่วงเวลาใกล้กับวันเด็กแห่งชาติอีกด้วย
อาจารย์สุรชาติ ประเมินเป็นข้อๆ ตามสไตล์ ดังนี้
1.รัฐบาลและกองทัพไทยติดกับดักอยู่กับเรื่องกัมพูชา สนใจปัญหาความมั่นคงอื่นน้อยลง โดยเฉพาะไม่สนใจภาคใต้
2.ความรุนแรง คือ เสียงสัญญาณถึงรัฐไทยว่า อย่าลืม BRN
3.สัญญาณถึงชุมชนในพื้นที่ในช่วงเวลาเลือกตั้งว่า BRN ยังมีแรงก่อการ จึงต้องเลือกคนที่เป็นแนวร่วม/พรรคแนวร่วม BRN นำเสนอ
4.การทำลายฐานทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งการทำลายเศรษฐกิจด้วยการก่อการร้ายดำเนินต่อเนื่องมาตลอด
5.การวางระเบิดปั๊มน้ำมัน เป็นการสร้างความกลัวในพื้นที่ เพราะเป็นพื้นที่อันตราย
6.ปั๊ม ปตท.มีลักษณะเป็นชุมชนในการเดินทาง และเป็นจุดแวะพักทางเศรษฐกิจในพื้นที่ เพราะมีร้านต่างๆ เป็นส่วนประกอบในปั๊ม
7.เป็นการทำลายกลุ่มทุน เพราะเจ้าของปั๊มเหล่านี้น่าจะเป็นกลุ่มทุนและนักการเมืองในพื้นที่
8.ถ้ามองในแบบเดิม การก่อเหตุกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจ จะนำไปสู่การเรียกค่าคุ้มครอง เพราะไม่มีใครอยากมีปัญหา
9.ไม่มีข้อมูลชัดเจนในปัจจุบันว่า การก่อการร้ายของ BRN ในปัจจุบันมีส่วนเชื่อมต่อกับกลุ่มทุนเทาในพื้นที่หรือไม่ โดยเฉพาะน้ำมันเถื่อน และยาเสพติด
10.การทำลายเป้าหมายหลายจุด และเป็น soft targets ที่ป้องกันยาก เป็นการทำลายเครดิตของรัฐบาลในการป้องกันพื้นที่
11.ส่งผลกระทบต่อเครดิตรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งในการดูแลความปลอดภัย
12.ชี้ชัดว่า การเจรจาในกรอบ JCPP (แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติภาพแบบองค์รวม) ฉบับปรับปรุงใหม่ ยังไม่มีสาระอะไร นอกจากเป็นละครการเมืองของ สมช.และคณะ รวมถึงการใช้งบค้างท่อเรื่องการเจรจาที่ไม่ถูกใช้ในช่วงที่ผ่านมา
13.การก่อเหตุในภาวะที่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อส่งสัญญาณถึงการต่อต้านรัฐ และข่มขู่
14.เป็นการเขย่าขวัญวันเด็ก ตอบโต้การจัดงานที่มีการดึงเยาวชนของฝั่งรัฐไทยไปร่วมกิจกรรม
15. ส่งสัญญาณถึง “วาระครบรอบปล้นปืน” เพราะคาดเดาว่าจะมีการก่อเหตุในวันนั้นหรือไม่ (4 ม.ค.69 จากเหตุปล้นปืน 4 ม.ค.47) แต่มีการก่อเหตุในเวลาตามมา เพื่อบ่งบอกถึงการดำรงอยู่ของ BRN
อาจารย์สุรชาติ สรุปเป็นข้อสังเกตทิ้งท้ายว่า ต้องติดตามว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีจะตอบอะไรกับปัญหาภาคใต้ หรือจะปล่อยละครการเมืองชุดนี้เล่นไปอีกนานไหม เพราะปี 2570 จะมาด้วยการสับเปลี่ยนกำลังตามยุทธศาสตร์ชาติของ คสช. จนถึงวันนี้ ยังไม่มีคำตอบในทางยุทธศาสตร์ใดๆ ให้กับรัฐและสังคมไทยเลย นอกจากรอฟังข่าวการก่อเหตุของ BRN ไปเรื่อย
ขณะเดียวกัน ปัญหาใต้หนักและซับซ้อนกว่าปัญหากัมพูชา และต้องตระหนักว่า ยุติได้ยากกว่าปัญหากัมพูชาด้วย เพราะเรากำลังเดินสู่ปีที่ 23 อย่างคาดไม่ถึงและไม่มีคำตอบอะไร นอกจากดูละครการเจรจาไปเรื่อยๆ และใช้สตางค์ไปเรื่อยๆ !!
