
ตำรวจนราฯ เตรียมหอบความเห็นแย้ง ชง “อัยการสูงสุด” ชี้ขาด หลังอัยการจังหวัดสั่งไม่ฟ้อง “นาวาตรีเดโช” ทหารสังกัด กอ.รมน.นราธิวาส คดียิงถล่ม สส.กมลศักดิ์ อ้างเหตุหลักฐานไม่พอ ส่วนที่เหลือโดนระนาวตามความเห็นพนักงานสอบสวน ด้านทีมเกาะติดคดีของพรรคประชาชาติ แฉหลักฐานโทรศัพท์ล่องหนตามคาด ทำผู้ต้องหาสำคัญลอยนวล
ความคืบหน้าคดีคนร้ายก่อเหตุอุกอาจ ลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มี.ค.69 หลังโหวตเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยถูกยิงถล่มหน้าบ้านริมถนนใหญ่ใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
ล่าสุดมีรายงานจากการเปิดเผยของ สส.รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ว่า พนักงานอัยการได้พิจารณาสำนวนคดีเสร็จสิ้นแล้ว และมีคำสั่ง “ไม่ฟ้อง” หนึ่งในผู้ต้องหาคนสำคัญ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร
“ทีมข่าวอิศรา” ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวในสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานอัยการภาค 9 ได้รับการยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยพนักงานอัยการมีความเห็น “สั่งไม่ฟ้อง” ผู้ต้องหาสำคัญ 1 ราย คือ นาวาตรี เดโช รัตนพันธุ์ นายทหารสังกัด กอ.รมน.นราธิวาส ซึ่งถูกออกหมายเรียกเข้ารับทราบข้อหาเป็นคนสุดท้าย เนื่องจากอัยการมองว่าน้ำหนักพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง
แหล่งข่าวจากตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานอัยการได้พิจารณาสำนวนคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์แล้ว โดยมีคำสั่ง “ไม่ฟ้อง” นาวาตรีเดโช หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาในข้อหาสนับสนุนการกระทำความผิด ซึ่งคำสั่งดังกล่าวได้พิจารณาเสร็จสิ้นมาระยะหนึ่งแล้ว
“เมื่ออัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ทางตำรวจก็จะต้องทำความเห็นแย้งส่งไปให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาดตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ทีมสอบสวนอยู่ระหว่างการยกร่างและรวบรวมรายละเอียดเพื่อทำเรื่องส่งความเห็นแย้งเสนอไปยังอัยการสูงสุด”
สำหรับผู้ต้องหารายอื่นๆ อีก 5 ราย ทางพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องต่อศาล ตามความเห็นของพนักงานสอบสวน
สรุปรายชื่อผู้ต้องหาที่อัยการสั่งฟ้องในข้อหาหลัก ข้อหาสนับสนุน และข้อหาทำลายหลักฐาน ดังนี้
// 5 ผู้ต้องหาที่อัยการเดินหน้าสั่งฟ้อง //
นายสมพร ลังเดช อดีตนาวิกโยธิน ทำหน้าที่ประสานงานและเตรียมการ
นายอลาวี อาแว ทำหน้าที่ขับรถ
เรือเอกวิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน เคยผ่านหลักสูตร RECON ทำหน้าที่มือปืน
นายธนภัทร วัฒนภิญโญ อดีตทหารพราน ทำหน้าที่มือปืน
นาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ นายทหารสังกัด กอ.รมน.นราธิวาส ทำหน้าที่สนับนสนุนทีมปฏิบัติการ เป็นผู้ที่ให้ทีมสังหารยืมรถของหน่วยไปใช้ยิง สส.กมลศักดิ์
// ผู้ต้องหาที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง //
นาวาตรี เดโช รัตนพันธุ์
// ผู้ต้องหาที่แยกฟ้อง //
นายสุนทร พรหมภักดีเจ้าของอู่รถที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ทำหน้าที่ชำแหละและแยกชิ้นส่วนรถยนต์เพื่อทำลายหลักฐาน
ทั้งนี้ อัยการได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาหลัก 4 คนในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า และ นาวาเอกมนตรี ในข้อหาสนับสนุนการพยายามกระทำความผิด
แหล่งข่าวจากตำรวจภูธรนราธิวาส เผยต่อว่า สาเหตุสำคัญที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนาวาตรีเดโช เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานในสำนวนที่มีความเชื่อมโยงไปถึงตัวนาวาตรีเดโชนั้น “มีน้อยมาก” และยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะสั่งฟ้องในข้อหาสนับสนุนการกระทำความผิดได้
@@ อัยการโสภณ ตั้งคำถาม เสนอสำนวนผ่านอัยการภาคหรือยัง

ด้าน นายโสภณ ทิพย์บำรุง อัยการอาวุโส และ อดีตอธิบดีอัยการภาค 9 ซึ่งปัจจุบันรับผิดชอบคดีศาลสูงของจังหวัดปัตตานี ให้ความเห็นถึงระเบียบและขั้นตอนของสำนักงานอัยการสูงสุด กรณีพนักงานอัยการมีความเห็นต่างจากพนักงานสอบสวนว่า คดีลอบยิง สส. ถือเป็นคดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ
ทั้งนี้ ตามระเบียบของอัยการแล้ว พนักงานอัยการระดับจังหวัดจะไม่มีอำนาจเด็ดขาดในการออกคำสั่ง “ไม่ฟ้อง” ด้วยตนเอง หากพิจารณาสำนวนแล้วมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง จะต้อง “ทำความเห็น” เสนอขึ้นไปยังอธิบดีอัยการภาค 9 เพื่อให้เป็นผู้พิจารณาออกคำสั่งในขั้นตอนสุดท้าย
นายโสภณ ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันตนไม่ได้ดูแลคดีของสำนักงานอัยการจังหวัดแล้ว จึงไม่ทราบข้อเท็จจริงในเชิงลึกว่าพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงนาวาตรีเดโชเป็นอย่างไร หรือใครเป็นผู้ลงนามสั่งไม่ฟ้องในท้ายที่สุด แต่ขอยืนยันว่ากระบวนการพิจารณาสั่งคดีสำคัญลักษณะนี้ ต้องถูกเสนอผ่านไปยังอธิบดีอัยการภาคตามระเบียบอย่างแน่นอน
@@ “อ.เบน” แฉสำนวนไร้ข้อมูลโทรศัพท์ ทำ “นาวาตรี” รอดฉลุย

ขณะที่ ดร.อับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะแกนนำทีมเกาะติดคดียิง สส.ของพรรค ได้ออกมาแสดงท่าทีและตั้งข้อสังเกตต่อกรณีที่นาวาตรีเดโช มีแนวโน้มสูงที่จะรอดคดี โดยบอกว่า สาเหตุสำคัญเกิดจากกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานที่ไม่ได้มีการนำข้อมูลการใช้โทรศัพท์เข้าสู่สำนวนคดี
“จากการติดตามคดี พบช่องโหว่สำคัญในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น พยานหลักฐานที่เป็นกุญแจสำคัญอย่างข้อมูลการใช้โทรศัพท์ กลับไม่ถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาในสำนวนและชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ซึ่งหากมีข้อมูลส่วนนี้ จะสามารถพิสูจน์ทราบเส้นทางการติดต่อและเชื่อมโยงบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีได้อย่างแน่นอน”
“เรื่องนี้ชัดเจนว่า สาเหตุที่หลุดฟ้องเดโช เป็นเพราะเขาไม่ได้เอาข้อมูลโทรศัพท์มาเป็นพยานหลักฐาน ซึ่งผมขอยืนยันว่าถ้าเอาข้อมูลส่วนนี้มา ความเชื่อมโยงต่างๆ จะพบและปรากฏชัดเจนอย่างแน่นอน” ดร.อับดุลเราะมัน หรือ “อาจารย์เบน” กล่าว
รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ยังเน้นย้ำถึงความคาดหวังต่อกระบวนการยุติธรรมว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง โดยเรียกร้องให้นำข้อมูลทางโทรศัพท์ ตลอดจนพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สำคัญอื่นๆ กลับมาใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อให้ความจริงปรากฏและคลายข้อสงสัยของสังคม
