
ศอ.บต.สั่งสอบปมนายทุนกว้านซื้อที่ดินชายแดนใต้ ยังไม่ฟันธงตั้ง “สุสานชาวยิว” หวั่นสร้างเฟคนิวส์ปลุกปั่นปมเชื้อชาติ ชาวบ้านปูดโยงผังเมืองสีม่วง อ้างเตรียมตั้งโรงงานขนาดใหญ่ โอดถูกขู่ปิดปาก ฝากความหวัง มท.2 ฟันขบวนการนอมินี
ความคืบหน้ากรณีมีกระแสข่าวการกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง เพราะมีข่าวว่าอาจเป็น “นอมินี” ของคนอิสราเอลที่กำลังหาพื้นที่ตั้งสุสานชาวยิว เนื่องจากสุสานย่านเจริญกรุง กทม. ใกล้เต็ม และสุสานที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ไม่ได้รับการต่อใบอนุญาต
ข่าวนี้ปรากฏออกมาท่ามกลางการปลุกกระแสต้านชาวอิสราเอลบางส่วนที่เข้ามาพำนักในประเทศไทยแบบระยะยาว และทำธุรกิจเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่มพวกของตนเอง คล้ายเป็น “กลุ่มปิด” โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร ทั้งบริษัทนำเที่ยว ยานพาหนะ ร้านอาหาร และศาสนสถาน โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน) แม่ฮ่องสอน เป็นต้น
ล่าสุด นายชนธัญ แสงพุ่ม หรือ “ดร.เจ๋ง” รักษาการเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้สัมภาษณ์ “ทีมข่าวอิศรา” ในเรื่องนี้ว่า ได้มอบหมายให้ทีมงานลงพื้นที่ประสานงานและรวบรวมข้อมูลแล้ว เนื่องจากเบื้องต้นยังไม่แน่ใจว่าเป็นข้อมูลเท็จจริงประการใด
นายชนธัญ อธิบายว่า เรื่องนี้สามารถมองได้ 2 มิติ
มิติแรก หากสื่อมวลชนหรือหน่วยงานลงพื้นที่แล้วพบว่ามีการปฏิบัติลักษณะดังกล่าวจริง คือ การใช้ตัวแทนเชิด หรือ “นอมินี” กว้านซื้อที่ดิน ทางกระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานหลักซึ่งรับผิดชอบกรมที่ดิน ก็จะต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
มิติที่สอง หากประเด็นนี้เป็นเพียงการปล่อยข่าวลือ ถือเป็นเรื่องที่ล่อแหลมและอันตรายมาก เพราะอาจทำให้คนในพื้นที่เกิดความหวาดระแวง โดยเฉพาะการปล่อยข่าวว่ามีการกว้านซื้อพื้นที่ของชาวไทยพุทธ อาจเป็นการปล่อยข่าวเพื่อสร้างความเกลียดชัง หรือการนำข้อความไปบิดเบือนปลุกปั่นว่า “ชาวยิวจะเข้ามาอยู่แทนและยึดพื้นที่ของชาวมุสลิม” ซึ่งถือเป็นการสร้างกระแสจิตวิทยาที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความหวาดกลัว
“ในส่วนของ ศอ.บต. เราทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเพื่อการสังเกตการณ์ และเป็นฐานข้อมูลสำหรับการตัดสินใจของฝ่ายนโยบาย เพราะหน่วยปฏิบัติหลักคือกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทางรัฐมนตรีจะได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมการปกครองดำเนินการตรวจสอบต่อไป”
“ผมมองว่าแนวทางการทำงานของ รมช.มหาดไทย (มท.2 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี) ที่เตรียมลงพื้นที่รับทราบข้อมูลและทำงานเชิงลึกอย่างเงียบๆ ถือเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมอยู่แล้ว” รักษาการเลขาธิการ ศอ.บต. ระบุ
@@ กอ.รมน.ยังไม่ขยับ เปิดทางมหาดไทยแม่งาน
“ทีมข่าวอิศรา” ยังได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในประเด็นเดียวกันนี้กับ พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้ข้อมูลว่า ในมุมของหน่วยทหารในพื้นที่ ขณะนี้ยังไม่ได้มีการเข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยกำลังดำเนินการตามช่องทางปกติของกลไกภาครัฐอยู่แล้ว
@@ ชาวบ้านปัตตานีเผย มีกว้านซื้อที่เขตผังเมือง “สีม่วง”

“ทีมข่าว” ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี ซึ่งมี สส.ภูมิใจไทยถึง 4 คน จาก 5 คน และคาดว่าจะเป็นพื้นที่ที่ส่งข้อมูลให้ นายพลพีร์ รมช.มหาดไทย ซึ่งสังกัดพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน
“ทีมข่าว” ได้พูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ ได้ข้อมูลว่า ปัจจุบันกระแสการกว้านซื้อที่ดินถูกพูดถึงอย่างหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในโซน อ.โคกโพธิ์ และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อติดกับ อ.เทพา จ.สงขลา
“ทราบมาว่ามีการกว้านซื้อที่ดินไปแล้วในแถบ อ.เทพา และเขตรอยต่อ เนื่องจากโซนนี้มีที่ดินว่างเปล่าจำนวนมาก ทำเลดี อยู่ไม่ไกลจากทะเลและถนนสายหลัก ประกอบกับบริบทนี้มีความสอดคล้องกับกรณีที่รัฐเคยมีความพยายามผลักดันการแก้ไขผังเมืองให้เป็น ‘สีม่วง’ หมายถึงผังเมืองประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า จึงมีการมองว่าอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนักธุรกิจต่างชาติหรือกลุ่มทุนใหญ่”
มุมมองของชาวบ้าน เชื่อว่า หากมีการกว้านซื้อที่ดินจริงๆ จะไม่มีการบอกว่าต้องการทำสุสาน แต่อาจใช้การลงทุนตั้งโรงงานในพื้นที่ “สีม่วง” บังหน้า เพื่อซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินก่อน จากนั้นจึงค่อยดำเนินการในขั้นต่อไป ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าจะมีการตั้งสุสาน หรืออาจจะเป็นการลงทุนทำธุรกิจจริงๆ ก็เป็นไปได้ทั้งหมด จึงอยากให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบอย่างจริงจัง
“ชาวบ้านหวังว่ารัฐบาลจะเอาจริงกับเรื่องนี้ เพราะลำพังชาวบ้านตัวเล็กๆ ทำอะไรไม่ได้เลย เรารู้แค่ว่ามีการใช้คนในพื้นที่เป็นตัวแทน (นอมินี) และใครที่พูดเรื่องนี้มากก็มักจะโดนข่มขู่ อย่างกรณีที่ผมเคยโพสต์ข้อความลอยๆ บนโซเชียลมีเดีย โดยไม่ได้พาดพิงใคร ก็ยังมีคนโทรศัพท์สายตรงมาหา พยายามอธิบายแก้ตัวว่าตัวเองไม่เกี่ยว ทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลย แต่คนที่รู้ความเคลื่อนไหวในพื้นที่จะทราบดีว่าใครที่มีกลิ่นทะแม่งๆ หรือมีเอี่ยวกับเรื่องนี้” แหล่งข่าวซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่ปัตตานี ระบุ
เขาย้ำว่า ความหวังเดียวของชาวบ้านในตอนนี้อยู่ที่ รมช.มหาดไทย พลพีร์ สุวรรณฉวี ที่ดูแลรับผิดชอบปัญหานอมินี เพราะชาวบ้านไม่เชื่อมั่นในกลไกของเจ้าหน้าที่รัฐระดับพื้นที่ เชื่อว่าหากปล่อยไว้คงไม่มีการขยับตรวจสอบใดๆ และดีไม่ดีอาจมีเจ้าหน้าที่บางคนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้เสียเอง
@@ อีกราย “รวมที่ดินผืนใหญ่” อ้างทุน กทม.เปิดโรงงาน

ชาวบ้านในพื้นที่ปัตตานีอีกราย เผยข้อมูลว่า มีกระแสข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนปริศนาเข้ามากว้านซื้อที่ดินจริงๆ เมื่อช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยเป็นกลุ่มนายหน้าเข้ามาติดต่อขอซื้อที่ดินบริเวณริมถนนสายหลัก ในพื้นที่ ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เสนอราคาซื้อขายที่สูงกว่าท้องตลาดมาก
“ราคาซื้อขายที่ดินปกติในบริเวณนั้นจะอยู่ที่ประมาณไร่ละ 1 แสนกว่าบาท แต่นายหน้ากลุ่มนี้กลับเสนอราคาให้สูงถึง 250,000 บาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยกลุ่มนายหน้าอ้างว่าต้องการรวบรวมที่ดินให้ได้ผืนใหญ่ เพราะมีบริษัทใหญ่จากกรุงเทพฯ เตรียมจะลงมาเปิดโรงงานในพื้นที่”
“นายหน้าบอกว่าบริษัทจากส่วนกลาง จะมาเปิดโรงงาน ชาวบ้านก็เชื่อกันหมด แถมยังเสนอให้ราคาสูงกว่าตลาดอีกเท่าหนึ่ง ทำให้หลายคนในพื้นที่เตรียมจะขาย เพราะเห็นว่าได้ราคาดีมาก” แหล่งข่าวระบุ
อย่างไรก็ดี ชาวบ้านรายนี้บอกว่า ในเวลาต่อมา การเจรจาซื้อขายที่ดินบริเวณ ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ ต้องหยุดชะงัก เนื่องจากกลุ่มนายหน้าไม่สามารถรวบรวมที่ดินผืนใหญ่ได้ตามเป้าหมายที่นายทุนต้องการ ซึ่งตั้งเป้าไว้สูงถึง 200-300 ไร่
หลังจากเรื่องเงียบไป ก็มีข่าวตามมาว่า อาจเป็นกลุ่มทุนอิสราเอลที่มากว้านซื้อที่ แต่ไม่แน่ชัดว่าต้องการนำไปตั้งสุสาน เนื่องจากขนาดของพื้นที่เป้าหมาย 200-300 ไร่ นับว่าใหญ่เกินกว่าที่จะทำสุสาน ฉะนั้นจึงอาจมีแผนลงทุนธุรกิจจริงๆ ก็ได้ ส่วนเรื่องสุสานเป็นผลพลอยได้ที่จะตามมา
