
พิธีรับ-ส่งหน้าที่ ผอ.รมน.ภาค 4 “พล.ท.นรธิป โพยนอก” ขยับขึ้น ผช.ผบ.ทบ. ส่งไม้ต่อ “พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน” แม่ทัพภาคที่ 4 ป้ายแดง ประกาศเดินหน้าสานต่อนโยบายดับไฟใต้ปี 2570 ดัน 14 อำเภอนำร่อง ควบคู่การศึกษา-ความปลอดภัย
วันพุธที่ 30 ก.ย. 69 ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี มีการจัดพิธีร่วมลงนามในเอกสารรับ-ส่งหน้าที่ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) ระหว่าง พล.ท.นรธิป โพยนอก ผอ.รมน.ภาค 4 คนเก่า กับ พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน ผอ.รมน.ภาค 4 คนใหม่ ที่ศาลาพินประเสริฐ โดยมีผู้บังคับบัญชาชั้นสูง ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง และกำลังพลของกองทัพภาคที่ 4 เข้าร่วมพิธี

พล.ท.นรธิป ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นเป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 โดยได้กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานใน กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติหน้าที่จนภารกิจบรรลุผลสำเร็จ มั่นใจว่า พล.ต.ชาคริต จะเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อประโยชน์และความสงบสุขของประชาชนต่อไป
ด้าน พล.ต.ชาคริต ซึ่งได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 และจะขยับขึ้นเป็น “พลโท” ได้กล่าวในการรับมอบหน้าที่ โดยยืนยันต่อข้าราชการทุกนายว่า จะสานต่อนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของ พล.ท.นรธิป ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทำให้ประชาชนมีทัศนคติที่ดีและให้ความร่วมมือกับรัฐ พร้อมสานต่อการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อให้ภารกิจลุล่วง คืนความสงบสุขและสันติสุขสู่พื้นที่
@@ รู้จัก “รองคิ้ว” ไม่ใช่หน้าใหม่ชายแดนใต้

สำหรับ พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน หรือที่รู้จักกันในฉายา “รองคิ้ว” เป็นนายทหารสายรบพิเศษ เติบโตมาจากสายงานปฏิบัติการ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 28 (ตท.28) ผ่านการดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย อาทิ ผู้บังคับกองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 4, ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 4, เสนาธิการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ, ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 รวมถึงตำแหน่ง รองแม่ทัพภาคที่ 4 และ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน.
ที่สำคัญ พล.ต.ชาคริต ถือเป็นนายทหารที่มีประสบการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างโชกโชน โดยลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2536 และคลุกคลีอยู่กับสถานการณ์ความไม่สงบระลอกใหม่ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ทำให้มีความเข้าใจบริบทของพื้นที่เป็นอย่างดี
@@ วางนโยบาย “พื้นที่ปลอดภัย” ควบคู่ พัฒนา-การศึกษา

สำหรับการสานต่อนโยบายของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ประจำปี 2570 ภายใต้การนำของ พล.ต.ชาคริต จะให้น้ำหนักกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นลำดับแรก เพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาระยะยาวด้วยการ “พัฒนาพื้นที่และการศึกษา” โดยมุ่งสนับสนุนให้เยาวชนในพื้นที่มีโอกาสทางการศึกษาและได้รับการพัฒนาในทิศทางที่ดีขึ้น
@@ ลุย 14 อำเภอนำร่อง เพิ่มบทบาท “ศปก.อำเภอ”
ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่โดยยึด “14 อำเภอนำร่อง” เป็นพื้นที่ตัวอย่างในการจัดระเบียบ ดูแลประชาชน และสนับสนุนด้านการศึกษาไปพร้อมกัน ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะเป็นกรอบยุทธศาสตร์สำคัญ ที่จะมีการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปแปลงสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2570 ต่อไป
อนึ่ง นโยบาย “14 อำเภอนำร่อง” เป็นผลจากการประชุมและกำหนดทิศทางแก้ไขปัญหาชายแดนใต้จาก คณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกระจายอำนาจการสั่งการไปยัง “ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ” ให้สามารถตัดสินใจได้เองใน 5 ภารกิจ โดยเฉพาะงานด้านการพัฒนา การศึกษา และการควบคุมการเข้า-ออกตามแนวชายแดน โดย 14 อำเภอนำร่อง เป็นอำเภอที่มีพรมติดกับประเทศมาเลเซีย รวมถึงพื้นที่ต่อเนื่องทั้งหมด
อ่านประกอบ : ไม่ต้องรอคำสั่ง! ลุยติดดาบ “ศปก.อำเภอ” สู้ไฟใต้
