
ผลดีเอ็นเอจากก้นบุหรี่มัดตัว บุกรวบผู้ต้องสงสัยวางบึ้มปั๊ม ปตท.ท่าสาป ยะลา ขณะที่ผลประเมินเบื้องต้นความเสียหายสถานีบริการน้ำมัน 5 แห่งนราธิวาสที่กลายเป็นทะเลเพลิง ไม่ต่ำกว่า 54 ล้าน ด้าน “พ.ต.อ.ทวี” สวมบทอดีตเลขาฯศอ.บต. จี้รัฐเร่งเยียวยาผู้ประกอบการ เตือนล่าช้าจะกลายเป็นการซ้ำเติม
ความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุวางระเบิดภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. พร้อมกันถึง 11 แห่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.69 ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้และสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งพลังงาน และจุดแวะพักการเดินทาง รวมถือจับจ่ายซื้อสินค้าของประชาชนในพื้นที่นั้น
มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคดีความมั่นคงและคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ร่วมกับกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา, หน่วยเฉพาะกิจตำรวจยะลา 91 (ฉก.ตร.91) และหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม (นปพ.) ประจำจังหวัดยะลา ได้เข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมายพิสูจน์ทราบเป้าหมายสำคัญ 1 ราย เป็นผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่ ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา
การบังคับใช้กฎหมาย สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ได้เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบบริเวณ ปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ กระทั่งพบวัตถุพยานสำคัญคือ “ก้นกรองบุหรี่” ที่ถูกทิ้งไว้ใกล้กับจุดที่คนร้ายนำระเบิดไปวาง จึงได้ส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาค่าสารพันธุกรรม ( DNA) ปรากฏข้อมูลผลการเปรียบเทียบมีความเชื่อมโยงกับผู้ต้องสงสัยชาย อายุ 39 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ หมู่ 4 บ้านสาตอ ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา

ต่อมาในกลางดึกของวันที่ 13 ม.ค.69 เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายในพื้นที่บ้านสาคอ ต.ท่าสาป และพบตัวผู้ต้องสงสัย อยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการปฏิบัติ ก่อนจะนำตัวไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจในพื้นที่
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้อาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก เชิญตัวผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 (ฉก.ทพ.41) ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อดำเนินกระบวนการซักถามและขยายผลความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุรายอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในครั้งนี้ต่อไป
แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงระบุว่า การตรวจพบ DNA จากวัตถุพยานชิ้นเล็กๆ อย่างก้นบุหรี่ ถือเป็นความสำเร็จของการบังคับใช้กฎหมายโดยใช้นิติวิทยาศาสตร์นำการทหาร ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินคดีในชั้นศาลมีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น
@@ ประเมินเสียหาย 54 ล้าน 5 ปั๊มนราฯ โดนบึ้ม

ด้านการให้ความช่วยเหลือกับสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 5 แห่ง ใน 5 อำเภอของ จ.นราธิวาส ที่ถูกวางระเบิดนั้น ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ปตท.เปิดเผยว่า ผู้บริหาร บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ในส่วนกลาง จะมีการส่งวิศวกรลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย และส่งวัสดุอุปกรณ์ไปช่วยซ่อมแซม พร้อมสนับสนุนจัดส่งตู้จ่ายน้ำมันใหม่ทดแทนตู้ที่ได้รับความเสียหาย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งยังอาจจะมีส่วนลดในการซื้อน้ำมันไปจำหน่าย เมื่อซ่อมแซมสถานีจำหน่ายน้ำมันแล้วเสร็จ และเริ่มเปิดกิจการใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง โดยแนวทางนี้ได้สร้างความพึ่งพอใจแก่ผู้ประกอบในพื้นที่อย่างมาก
สำหรับความเสียหายในเบื้องต้นของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ทั้ง 5 แห่ง ของ จ.นราธิวาสนั้น จากการประเมินในเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ศูนย์เยียวยา จ.นราธิวาส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมทั้งหมด บวกลบประมาณ 54 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ต้องรอการสรุปตัวเลขความเสียหายที่แท้จริงจากการตรวจสอบอย่างละเอียดจากช่างผู้ชำนาญการอีกครั้ง
น.ส.อาลีสา สีนา ผู้จัดการสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า ความเสียหายถ้าตีเป็นตัวเลขในเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณเกือบ 20 ล้านบาท
“ของเรายังมีร้านกาแฟอเมซอน ออฟฟิศ และร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น โดนสะเก็ดระเบิดด้วย คาดว่าการก่อสร้างกลับขึ้นมาใหม่โดยรวมน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน จึงจะสามารถกลับมาเปิดกิจการได้อีกครั้ง”
@@ “พ.ต.อ.ทวี” จี้รัฐเร่งเยียวยา

ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมคณะทำงาน ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาบานา ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็น 1 ในปั๊มที่ถูกลอบวางระเบิด เพื่อตรวจเยี่ยมสภาพความเสียหาย และให้กำลังใจเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงพนักงาน
โอกาสนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวให้กำลังใจเจ้าของปั๊มน้ำมันและครอบครัว โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของภาครัฐในการเข้ามาดูแลฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า เหตุการณ์นี้เป็นความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการที่ตั้งใจทำมาหากินในพื้นที่ และขอให้กำลังใจครอบครัวผู้ประกอบการและพนักงานทุกคน
“ในส่วนของการชดเชยเยียวยานั้น ภาครัฐควรดำเนินการด้วยความรวดเร็วและทั่วถึง ไม่ควรมีขั้นตอนที่ยุ่งยากจนกลายเป็นอุปสรรค การปล่อยให้ผู้สูญเสียต้องรอคอยความช่วยเหลือท่ามกลางซากปรักหักพังเป็นเวลานาน ยิ่งเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนให้หนักกว่าเดิม” พ.ต.อ.ทวี ระบุ
