
ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลายเป็นปัญหายืดเยื้อกว่า 2 ทศวรรษ ซึ่งไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐบาลมากี่ชุด กี่นายกฯ ก็ยังแก้ไขไม่ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
สถานการณ์ต่างๆ ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่ความรุนแรงขนาดใหญ่ ไปจนถึงการแขวนป้ายเรียกร้องเอกราช
ปัญหาไฟใต้จึงยังคงเป็นโจทย์ท้าทายทุกพรรคการเมืองในศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
น่าสนใจว่าพรรคการเมืองที่เสนอตัวชิงเก้าอี้ สส.ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกาศนโยบายอะไรไว้บ้าง ทั้งที่เสนอต่อ กกต. และประกาศบนเวทีดีเบต รวมถึงเวทีปราศรัยหา เสียงต่างๆ

“ทีมข่าวอิศรา” รวมๆ คำประกาศนโยบายของ 5 พรรคการเมืองหลักที่ช่วงชิงเก้าอี้ สส. และคะแนนปาร์ตี้ลิสต์กันอยู่ในขณะนี้
OO พรรคประชาชาติ แชมป์เก่า OO

- เป็นพรรคที่มีฐานเสียงหลักในพื้นที่
- รอบนี้ยังคงชูธง “พหุวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น”
- เสนอแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยการประกาศเป็น “เขตปลอดภาษี 20 ปี” เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่เข้าพื้นที่ และลดภาระของพี่น้องประชาชน ในท่วงทำนองของการ “คืนความเป็นธรรม” ที่ทุกรัฐบาลไม่สามารถสร้างความสงบสันติสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ได้
ขณะที่ในมิติด้านกฎหมายและการทำกระบวนการสันติภาพ พรรคประชาชาติเสนอแนวทางใหม่...
- ตราพระราชบัญญัติสันติภาพและสันติสุขชายแดนใต้
- ดึงกระบวนการพูดคุยสันติสุขกลับมาดำเนินการภายในประเทศไทย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ เพราะเป็นผู้รู้ปัญหาตัวจริง
- ยกเลิกกฎหมายพิเศษทั้งหมด ทั้งกฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
OO พรรคประชาชน OO

- เลือกตั้งปี 66 เป็นรองแชมป์คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ทุกเขต
- นำเสนอแนวทาง “การเมืองนำการทหาร”
- เสนอ “ยุบ กอ.รมน.” และโอนงานความมั่นคงกลับสู่กลไกพลเรือน
- ปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการชายแดน ภายใต้ระบบ “One Border Command” คือ การโอนอำนาจการดูแลพื้นที่จาก กองทัพ (กอ.รมน.) คืนให้รัฐบาลพลเรือนและท้องถิ่นดูแล เพื่อลดภาพลักษณ์พื้นที่สงครามและคืนความปกติสุขให้ชุมชน
- บริหารจัดการชายแดนแบบเบ็ดเสร็จโดยระบบบัญชาการเดียว ภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย มุ่งเน้นการใช้กำลังเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย แทนการใช้ทหารในสถานการณ์ปกติ เพื่อจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ และยาเสพติด ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีทันสมัย
- แยกงานบริการ กับงานปราบปรามออกจากกัน แต่ขึ้นกับกระทรวงเดียว คือ กระทรวงมหาดไทย จึงต้องโอนภารกิจที่เกี่ยวข้องซึ่งกระจายอยู่ในหน่วยงานต่างๆ มาบูรณาการที่มหาดไทย เช่น งานตรวจคนเข้าเมือง ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น
- ยกเลิกกฎหมายพิเศษทุกฉบับ ทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และกฎอัยการศึก กลับไปใช้ “กฎหมายปกติ” เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
- ใช้การเจรจาทางการเมืองเป็นหลักแทนการใช้กำลังทหาร
OO พรรคภูมิใจไทย OO

- ชูนโยบายที่จับต้องได้ในแง่โครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้สโลแกน “พูดแล้วทำ”
- ดำเนินการ 3 เสาหลัก 7 ด้าน ได้แก่...
เสาหลักที่ 1 ปรับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะทางบก ทางเรือ ทางอากาศ และทางราง
เสาหลักที่ 2 เรื่องการศึกษา นำไปสู่อาชีพในอนาคตที่อยากทำ จะไม่เรียนแบบสะเปะสะปะ
เสาหลักที่ 3 เสริมงานความมั่นคง
- สานต่อโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
OO พรรคประชาธิปัตย์ OO

- ยกระดับ ศอ.บต. ให้ทำหน้าที่เสมือน “สภาพัฒน์ชายแดนใต้” รายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรี
- ใช้บทบาท ศอ.บต.บริหารจัดการความเปราะบางของพื้นที่ และมีรัฐมนตรีรับผิดชอบเป็นการเฉพาะ (พรรคประชาธิปัตย์คือผู้ผลักดันกฎหมาย ศอ.บต. หรือ พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553)
- ปลดล็อก 4 อำเภอของ จ.สงขลา ออกจากพื้นที่สีแดง เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน
- ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูง และรถไฟทางคู่ถึงสุไหงโก-ลก
OO พรรคกล้าธรรม OO

- ให้ความสำคัญกับปัญหาเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่อง “ที่ดินทำกิน”
- ชูนโยบายแก้ปัญหา ส.ป.ก.
- ปราบปรามยาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างถอนรากถอนโคน
- คืนความปลอดภัยเบื้องต้นให้กับประชาชนในชุมชน
