
เปิดหีบลงคะแนนที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้คึกคัก ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงคุมเข้มเต็มพื้นที่ป้องกันเหตุป่วน ขณะที่ผู้สูงอายุชาวปัตตานีโวยถูกเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งเร่งให้ออกจากหน่วย จนอดลงประชามติ ส่วนที่ยะลาเตรียม ฮ.บินรับหีบบัตรในพื้นที่เข้าถึงยาก ด้านชาวบ้านหวังได้รัฐบาลใหม่ซื่อสัตย์ เข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 บรรยากาศการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการลงประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ซึ่งเป็นกำหนดเวลาเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง ปรากฏว่าภาพรวมเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเดินทางไปรอใช้สิทธิกันเป็นจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่กองกำลังผสม ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด
อย่างในพื้นที่ จ.ปัตตานี ได้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย และจัดชุดเคลื่อนที่เร็วลาดตระเวนเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน
เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ระบุว่า บรรยากาศโดยรวมประชาชนตื่นตัวมาก แม้เจ้าหน้าที่จะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยอยู่บ้าง แต่การวางกำลังที่เข้มแข็งในจุดเสี่ยง หรือพื้นที่สีแดง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวบ้านกล้าออกมาใช้สิทธิ
@@ ผู้สูงอายุปัตตานีโวยถูก จนท.เร่ง จนอดลงประชามติ

จากการลงพื้นที่สังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าวในพื้นที่ อ.เมืองปัตตานี พบว่า เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งบางแห่งมีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายชี้นำหรือขัดขวางการใช้สิทธิในส่วนของการลงประชามติรัฐธรรมนูญ โดยเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นในหน่วยเลือกตั้งที่มีประชาชนยืนรอคิวเข้าคูหาไม่ถึง 10 คน ซึ่งถือว่าไม่หนาแน่นจนเป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการพื้นที่ แต่กลับพบเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบางรายพูดจาในลักษณะบังคับและชี้นำผู้ใช้สิทธิ์ว่า “ให้รีบออกจากคูหาหลังกาบัตร สส. เสร็จ ส่วนใบประชามติจะลงหรือไม่ลงก็ได้ ถ้าไม่ลงให้รีบเดินออกไปทันที”
พฤติกรรมดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตว่า เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้สูงอายุที่อาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับขั้นตอนการลงประชามติอยู่ก่อนแล้ว เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ย้ำว่าไม่ต้องลงก็ได้ และให้รีบออกจากหน่วยเลือกตั้ง ทำให้ผู้สูงอายุหลายรายตัดสินใจทิ้งบัตรประชามติ แล้วเดินออกจากคูหาทันทีตามคำที่เจ้าหน้าที่บอก
ชาวบ้านที่มาใช้สิทธิรายหนึ่ง เปิดเผยว่า พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่สร้างความสับสนอย่างมาก เนื่องจากการออกเสียงประชามติเป็นประเด็นสำคัญระดับประเทศ การที่เจ้าหน้าที่อ้างเรื่องการระบายคิว ทั้งที่คนไม่หนาแน่น จึงเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น และอาจส่งผลให้ยอดผู้ลงคะแนนประชามติในพื้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
“คนที่เห็นเหตุการณ์ก็ตกใจ เพราะเจ้าหน้าที่ควรทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ไม่ใช่มาตัดสินใจแทน หรือโน้มน้าวให้คนไม่ใช้สิทธิแบบนี้” ชาวบ้านรายหนึ่ง ระบุ
ขณะที่หญิงสูงอายุซึ่งไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ลงประชามติหลังเจ้าหน้าที่กล่าวชี้นำ บอกว่า “เมาะไม่รู้ เขาบอกให้ออก เมาะก็ออก”
อนึ่ง คำว่า “เมาะ” เป็นสรรพนามแทนตัวเองของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าคู่สนทนา
@@ ยะลา เตรียม ฮ.บินลำเลียงรับหีบบัตรในพื้นที่เข้าถึงยาก

ส่วนการเลือกตั้ง สส.ในพื้นที่ จ.ยะลา ซึ่งมี 3 เขตเลือกตั้ง และมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 696 หน่วย บรรยากาศหลังเปิดหีบลงคะแนน มีประชาชนเดินทางมาตรวจสอบรายชื่อและลำดับที่ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครยะลา มีผู้ไปรอใช้สิทธิจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของประชาชนต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้
นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เดินทางไปใช้สิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 42 เขตเลือกตั้งที่ 1 บริเวณใต้อาคารพระเศวตสุรคชาธาร ในเขตเทศบาลนครยะลา จากนั้นได้เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยว่า ได้บูรณาการ 3 ฝ่าย ประสานหน่วยงานความมั่นคงดูแลตั้งแต่พื้นที่เลือกตั้ง เส้นทางลำเลียงหีบบัตร และจุดเสี่ยงต่างๆ ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง พร้อมกำชับคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จัดทางเข้า-ออกทางเดียวเพื่อความปลอดภัย
ส่วนในพื้นที่เข้าถึงยาก เช่น บ้านสันติ 2 อ.บันนังสตา และบางส่วนของ อ.ยะหา ได้เตรียมอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ในการลำเลียงหีบบัตรแล้ว
“จังหวัดยะลาตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิไว้ที่ร้อยละ 80 โดยคาดว่าจะนับคะแนนเสร็จสิ้นอย่างไม่เป็นทางการได้ภายในเวลา 20.00 น.” ผู้ว่าฯยะลา ระบุ
@@ หวังรัฐบาลใหม่ซื่อสัตย์สุจริต - แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

น.ส.วิลาสินี นกน่วม หนึ่งในประชาชนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง กล่าวว่า มารอตั้งแต่ก่อนเปิดหีบ เนื่องจากต้องไปทำงานต่อ โดยคาดหวังจะเห็นรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก
ขณะที่ คุณป้าอุไร (สงวนนามสกุล) วัย 82 ปี ผู้มาใช้สิทธิเป็นลำดับแรกของหน่วย เผยว่า ต้องการรัฐบาลที่ซื่อสัตย์สุจริตและพร้อมช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง
@@ นราธิวาสวางกำลังคุมเข้มสกัดป่วนเลือกตั้ง

ส่วนในพื้นที่ จ.นราธิวาส ซึ่งมีเขตเลือกตั้งรวม 5 เขต และมีหน่วยเลือกตั้งกระจายอยู่ถึง 1,066 หน่วย เจ้าหน้าที่ได้เริ่มเปิดหีบบัตรลงคะแนนเวลา 08.00 น. พร้อมกับพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ โดยมีเป้าหมายให้การลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจนถึงเวลาปิดหีบ 17.00 น. ท่ามกลางการเฝ้าระวังของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ที่ประสานงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิด
แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงระบุว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด บริเวณจุดตรวจถาวรและจุดตรวจจุดสกัดก่อนเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเต็มอัตราเพื่อตรวจสอบยานพาหนะทุกชนิดที่ผ่านเข้า-ออกอย่างละเอียด
“การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการยกระดับความเข้มข้น 100% ตามมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันการสร้างสถานการณ์จากกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงและกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่อาจฉวยโอกาสก่อความวุ่นวายในช่วงที่มีการรวมตัวของประชาชนบริเวณหน่วยเลือกตั้ง โดยมีการเน้นย้ำให้อุดช่องโหว่ในพื้นที่ล่อแหลมและรอยต่อระหว่างอำเภอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน”
ขณะที่หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ระบุว่า การวางกำลังคุมเข้มทุกจุด ไม่ใช่แค่ที่หน้าคูหา แต่รวมถึงเส้นทางยุทธศาสตร์และพื้นที่เซฟตี้โซน เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการประชาธิปไตยในพื้นที่วันนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด
