
รอมฎอนปีนี้ผ่านมาครึ่งทางแล้ว ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นไม่น้อยเลย...
“ทีมข่าวอิศรา” สรุปเหตุรุนแรงรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเดือนแห่งการถือศีลอด ในช่วงครึ่งทางของเดือนรอมฎอน ปี 2569 หรือ ฮิจเราะห์ศักราช 1447 (ระหว่างวันที่ 19 ก.พ.- 3 มี.ค.69) มีทั้งเหตุลอบวางระเบิด กราดยิงรถบรรทุกพ่วง ยิงชาวบ้าน และวางวัตถุต้องสงสัย ตามรายละเอียดดังนี้
รอมฎอนวันที่ 1 (19 ก.พ.69) เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายมุกตาร์ เจ๊ะหะ อายุ 42 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนภายในหมู่บ้าน หมู่ 3 ต.กะดุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
รอมฎอนวันที่ 3 (21 ก.พ.69) เกิดเหตุระเบิดบริเวณริมถนนสายบ้านไอร์จะเซ็ง (หมู่บ้านย่อยบ้านกาเต๊าะ) หมู่ 6 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
รอมฎอนวันที่ 5 (23 ก.พ.69) เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงรถพ่วงบรรทุกไม้ยางพารา ของ บริษัท กัมพลพาราวู้ด สาขาสะบ้าย้อย เหตุเกิดบนถนนสาย 410 หมู่ 4 บ้าบูโล๊ะสะนีแย ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา ทำให้รถบรรทุกพ่วงได้รับความเสียหาย
รอมฎอนวันที่ 7 (25 ก.พ.69) เกิดเหตุเผารถแบคโฮขนาดเล็กของ นายมาหะมะ ตาเยะ ซึ่งจอดไว้ในสวนปาล์ม หมู่ 5 ต.กะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เสียหายทั้งคัน
รอมฎอนวันที่ 8 (26 ก.พ.69) เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4608 ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดซุกซ่อนในพุ่มไม้ริมทางหลวงชนบท หมายเลข 4060 ก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำสายบุรี ในพื้นที่ บ้านบือเจาะ หมู่ 5 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ตรวจสอบภายหลังพบว่า วัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดปลอม ไม่สามารถจุดระเบิดได้
รอมฎอนวันที่ 9 (27 ก.พ.69) เกิดเหตุลอบวางระเบิดริมถนนสาย 4065 (ยะลา-ยะหา) บริเวณหัวโค้งบ้านหัวเขา หมู่ 3 บ้านปาโจ ต.ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา แรงระเบิดทำให้ น.ส.ยามีล๊ะ สามะอิ อายุ 31 ปี ครูโรงเรียนบ้านลากอ ได้รับบาดเจ็บจากความตกใจ รถจักรยานยนต์ที่ขับขี่มาเสียหลักล้ม
อีกหนึ่งเหตุการณ์ พบวัตถุต้องสงสัยบริเวณหน้าบ้านของ อส.อับดุลเลาะห์ กะมาแม ในหมู่บ้านเกาะหวาย ต.วัด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พร้อมทิ้งใบปลิวอ้างสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง
รอมฎอนวันที่ 10 (28 ก.พ.69) เจ้าหน้าที่พบมีการพ่นสีสเปรย์ด้วยข้อความว่า “สันติภาพ ปาตานี” บนถนนสาย 410 บริเวณบ้าน กม.30 หมู่ 2 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา คาดเป็นการก่อกวนของกลุ่มป่วนใต้
รอมฎอนวันที่ 13 (3 มี.ค.69) เกิดเหตุคนร้ายยิง นายมะกูยี มะมิง อายุ 25 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณเพิงพักหลังบ้านของตนเอง ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.เกาะจัน อ.มายอ จ.ปัตตานี
@@ ป่วนใต้ “ถี่แต่พลาด” รัฐปรับกำลัง “รุกแบบไดนามิก”

พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในห้วงเดือนรอมฎอน ว่า ในช่วงที่ผ่านมาพบความพยายามในการก่อเหตุที่มีความถี่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ผลลัพธ์ในทางยุทธวิธีกลับสวนทาง เนื่องจากหลายเหตุการณ์เป็นการ “พลาดเป้า” หรือสร้างความเสียหายได้เพียงวงจำกัด
พ.อ.เอกวริทธิ์ ยังวิเคราะห์อีกว่า ปรากฏการณ์ “ถี่แต่พลาด” เป็นผลจากการปรับรูปแบบการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็น “เชิงรุกแบบไดนามิก” ซึ่งส่งผลกระทบต่อวงรอบการทำงานของฝ่ายผู้ก่อเหตุใน 3 มิติหลัก คือ
1.ขาดพื้นที่ปลอดภัย การกดดันต่อเนื่องทำให้ไม่มีพื้นที่นิ่งสำหรับการกบดานเพื่อวางแผน วงรอบการข่าวคลาดเคลื่อน
2.เมื่อถูกไล่ล่า ปฏิบัติการต้องทำแข่งกับเวลา ทำให้การสำรวจเส้นทางและเป้าหมายไม่ครบถ้วน
3.เมื่อถูกกดดันหนัก ทำให้ขาดการซักซ้อม ระยะเวลาที่ถูกบีบคั้นทำให้ขั้นตอนการซักซ้อมก่อนลงมือทำได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดความผิดพลาดในขั้นตอนปฏิบัติงาน
“เรามองว่านี่คือการเร่งสร้างเหตุเพื่อรักษาการรับรู้ มากกว่าหวังผลทางยุทธศาสตร์ เหมือนเป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่าพวกเขายังมีศักยภาพอยู่ ทั้งที่ในความจริงคุณภาพของปฏิบัติการถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ”
@@ จับตา “ใบปลิวเชิงสัญลักษณ์” โผล่ขับเคลื่อน

แม้ภาพรวมฝ่ายรัฐจะคุมสถานการณ์ได้มากขึ้น แต่ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยังสั่งกำชับทุกหน่วยห้ามประมาท เนื่องจากความผิดพลาดบ่อยครั้งอาจนำไปสู่การ “ปรับรูปแบบโจมตีใหม่” หรือการเร่งทำผลงานเพื่อแก้หน้า
โดยแนวทางหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเน้นการบริหารจัดการกำลังพลไม่ให้เกิดอาการล้าจากการรุกต่อเนื่อง และจับตาความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเพื่อป้องกันการโจมตีในรูปแบบที่คาดไม่ถึง รวมถึงการรักษาความต่อเนื่องในการควบคุมพื้นที่ร่วมกับมวลชน เพื่อตัดวงจรสนับสนุนในระยะยาว
ประเด็นที่น่าจับตาคือการกลับมาของ “ใบปลิวเชิงสัญลักษณ์” ในพื้นที่ อ.ยะรัง ซึ่งสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวในระดับสากลเรื่องการกำหนดชะตากรรมตนเอง สะท้อนว่าแม้ปฏิบัติการทางทหารจะด้อยประสิทธิภาพลง แต่ฝ่ายผู้ก่อเหตุพยายามชดเชยด้วยการขับเคลื่อนทาง “การเมือง-ความคิด” ผ่านพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สื่อควบคู่กันไป
