
บรรยากาศที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีแต่ความหวาดผวา และสุ่มเสี่ยงจะเกิดเหตุรุนแรงรูปแบบต่างๆ ได้ทุกเวลาจึงมีการแจ้งข่าวเมื่อพบวัตถุต้องสงสัย และเจ้าหน้าที่ก็ต้องวิ่งวุ่นเคลียร์สถานการณ์
ล่าสุดเวลาประมาณ 20.00 น. วันเสาร์ที่ 7 มี.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยถูกวางทิ้งไว้บริเวณหน้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาปัตตานี ริมถนนพิพิธ ต.อาเนาะรู ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี อำเภอปัตตานี
ธนาคารกรุงศรีอยุธยาตั้งอยู่ใกล้ตลาด ซึ่งมีตลาดกลางคืนที่มีร้านรวงนำสินค้ามาวางขาย โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป ผัก ผลไม้ ถือเป็นจุดที่ผู้คนพลุกพล่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น รอบคอบ ไม่สามารถปล่อยผ่านได้
หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) และชุดรักษาความปลอดภัยเมืองปัตตานี ได้เข้าดำเนินการปิดถนนโดยรอบ และกันผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ออกนอกรัศมีอันตราย จากนั้นประสานหน่วย EOD หรือชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ และเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัย บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบวัตถุดังกล่าวอย่างละเอียด ปรากฏว่าไม่ใช่ระเบิด และไม่มีส่วนประกอบของสารระเบิดอันตราย ท่ามกลางความโล่งใจของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวที่รอลุ้นด้วยใจระทึกว่ามีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นกลางเมืองอีกหรือไม่
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการเคลียร์พื้นที่ และยกเลิกปิดการจราจร ทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประชาชนสามารถใช้เส้นทาง จับจ่ายซื้อของ และเข้าใช้บริการของธนาคาร โดยเฉพาะตู้เอทีเอ็มได้
อนึ่ง พื้นที่กลางเมืองปัตตานี ใกล้กับตลาดโต้รุ่ง เคยโดนคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง และเกิดระเบิดมาแล้ว 2 จุด เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.68 ช่วงที่สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากำลังตึงเครียด
ขณะที่ช่วงต้นเดือน ก.พ.69 ที่ผ่านมา เพิ่งเกิดเหตุคนร้ายซุกซ่อนวัตถุระเบิดไว้ในโถพักน้ำชักโครก ภายห้องน้ำปั๊มน้ำมันในตัวเมืองปัตตานี และสำนักงานขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปัตตานี รวม 4 จุด และเกิดระเบิดขึ้นบางจุด ทำให้เจ้าหน้าที่ EOD ได้รับบาดเจ็บ
สภาพการณ์ที่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นเป็นระยะในพื้นที่ชุมชนและย่านการค้ากลางเมือง ทำให้พี่น้องประชาชนอยู่กันอย่างหวาดผวา กระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร และนับถือศาสนาใด ล้วนได้รับความเดือดร้อนเหมือนกันหมด
