
กอ.รมน.เปิดผลตรวจอาวุธปืน 2 กระบอกจากเหตุวิสามัญฯ ท่ากำชำ พบประวัติก่อเหตุโชกโชนในพื้นที่ปัตตานี สงขลา ทั้งสังหารตำรวจ อส. รองนายก อบต. ไม่เว้นชาวบ้านไทยพุทธ รวมถึงเหตุสุดสลด ยิงสามเณรมรณภาพที่สะบ้าย้อย
พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แถลงความคืบหน้าผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ของอาวุธปืนที่ยึดได้จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและเกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เมื่อวันที่ 11 มี.ค.69 ที่ผ่านมา ในพื้นที่บ้านปรัง หมู่ 2 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนเป็นเหตุให้ นายมะสะกรี เลาะตีสม ผู้ต้องหาตามหมายจับ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
อ่านประกอบ : ปะทะท่ากำชำ ปัตตานี! ยิงโดรน จนท. ปาระเบิดสนั่น! (มีคลิป)
อ่านประกอบ : ปะทะหนองจิก! วิสามัญฯ “มะสะกรี” โยงบึ้มป่วนอันดามัน
อ่านประกอบ : ตรวจอาวุธเหยื่อวิสามัญฯ โยงคดีถล่มป้อมลำพะยา 15 ศพ
จากการตรวจสอบอาวุธปืนที่ยึดได้จำนวน 2 กระบอก ประกอบด้วย ปืนพกขนาด .38 และ ปืนเล็กยาวขนาด 5.56 มม. พร้อมปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุอีกกว่า 92 ปลอก ปรากฏว่าพบความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคงในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.สงขลา รวมทั้งสิ้น 11 คดี
โดยผลการตรวจพิสูจน์หัวกระสุนยืนยันว่า ปืนพกขนาด .38 ถูกใช้ก่อเหตุในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 3 คดีสำคัญ ได้แก่
วันที่ 15 พ.ย.62 ยิง นางยุพิน และ นายอนุกูล ขุนแก้ว เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนชลประทาน ต.ควนโนรี
วันที่ 16 เม.ย.64 ยิงใส่บ้านเรือนประชาชนบริเวณร้านค้าหลังโรงเรียนบ้านป่าไร่ ต.ควนโนรี ทำให้ นายเสนอ ทองคำ ได้รับบาดเจ็บ
วันที่ 26 ก.พ.69 ประกบยิง นายวิจิตร สุวรรณรัตน์ ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บ้านใน ต.ควนโนรี
ส่วนปืนเล็กยาวขนาด 5.56 มม. (หรือ .223) พบประวัติใช้ก่อเหตุที่สร้างความสูญเสียอย่างรุนแรงถึง 8 เหตุการณ์ ได้แก่
วันที่ 10 มิ.ย.66 ยิง ส.ต.ท.พิจักษณ์ บัวแก้ว ตำรวจ สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ และชิงปืนเจ้าหน้าที่ไป
วันที่ 7 พ.ค.67 กราดยิงกลางงานแข่งขันกีฬาประจำปี อบต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย
วันที่ 24 พ.ค.67 ยิง นายนันท์ คงสมบูรณ์ รองนายก อบต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ เสียชีวิต
วันที่ 31 พ.ค.67 ยิง อส.อุสมิต ดอเลาะ และ นายดอเลาะเลง ดอเลาะ เสียชีวิตในพื้นที่ ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา
วันที่ 14 ก.ย.67 ร่วมเหตุการณ์วางเพลิง อบต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และใช้อาวุธปืนยิงถล่มอาคาร
วันที่ 3 ม.ค.68 ยิงใส่จุดตรวจยุทธวิธี บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 อ.โคกโพธิ์

และ “คดีสะเทือนใจที่สุด” เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เม.ย.68 คนร้ายใช้ปืนกระบอกนี้ยิงใส่รถยนต์ของ ร.ต.ท.วัฒนารมย์ ชูมาปาน ขณะเดินทางไปส่งพระและสามเณรออกบิณฑบาต ในพื้นที่บ้านคลองเรียน ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ส่งผลให้ “สามเณร” ซึ่งเป็นบุตรชายของ ร.ต.ท.วัฒนารมย์ มรณภาพ
พ.อ.เอกวริทธิ์ ระบุว่า ผลการพิสูจน์หลักฐานครั้งนี้ยืนยันชัดเจนว่า อาวุธที่ยึดได้จากนายมะสะกรี คือกระบอกเดียวกับที่ใช้สังหารสามเณรและก่อเหตุรุนแรงต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของกลุ่มผู้ก่อเหตุที่ไม่คำนึงถึงมนุษยธรรม มุ่งเป้าไปที่ผู้บริสุทธิ์และศาสนทายาท เพื่อสร้างความหวาดกลัวและแตกแยก
“กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประณามการกระทำดังกล่าว และจะยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาลงโทษและสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่”
ด้านการสืบสวนสอบสวนทางคดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลจากพยานหลักฐานและปลอกกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุปะทะ เพื่อเชื่อมโยงไปยังสมาชิกเครือข่ายที่เหลือต่อไป
