
ก่อนเริ่มรัฐบาลอนุทิน 2.0 เคาะต่อ “พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯชายแดนใต้” รอบที่ 84 คงเหลือประกาศใช้กฎหมายพิเศษ 18 อำเภอจาก 33 อำเภอ เพิ่มสุไหงโก-ลก กลับมาใหม่ หลังมีคดีใหญ่เกิดต่อเนื่อง ส่วนยะลามีเฮ เหลือพื้นที่ฉุกเฉินแค่ 3 อำเภอ แต่ฝ่ายความมั่นคงยืนยัน “เขตเมือง - โซนไข่แดง” จุดยุทธศาสตร์
เมื่อวันอังคารที่ 31 มี.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมพิจารณาการปรับลดพื้นที่ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ตามแนวทางที่ดำเนินการต่อเนื่องมาหลายรัฐบาล
จากการรายงานผลการปฏิบัติงานพบว่า ในพื้นที่ จ.ยะลา มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการปรับลดพื้นที่ควบคุม โดยปัจจุบันสามารถประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงไปได้แล้วถึง 5 อำเภอ จากทั้งหมด 8 อำเภอ (คิดเป็นร้อยละ 62.5) ประกอบด้วย อ.เบตง, อ.รามัน, อ.กาบัง, อ.กรงปินัง และ อ.ยะหา
ทั้งนี้ ยังคงเหลือพื้นที่ควบคุมภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพียง 3 อำเภอ คือ อ.เมือง, อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา ซึ่งยังเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่ามีความจำเป็นต้องใช้มาตรการพิเศษในการควบคุมสถานการณ์ต่อไป
ข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงระบุถึงสถิติเหตุการณ์ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือน ต.ค.68 ถึง มี.ค.69 มีจำนวนเหตุการณ์ความไม่สงบที่เป็นเหตุความมั่นคงรวม 31 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการก่อกวนและลอบวางระเบิด ส่วน อ.เมืองยะลา ยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ต้องเฝ้าระวังเข้มงวดที่สุด

นอกจากนี้ ที่ประชุม กบฉ. มีมติเห็นชอบให้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงต่อไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.ถึง 19 ก.ค.69 เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และป้องกันเหตุร้ายในเขตเมืองเศรษฐกิจชายแดน
“เป้าหมายสำคัญคือการมุ่งสู่การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่อื่นๆ หากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ” รองนายกรัฐมนตรี ระบุตอนหนึ่งเพื่อให้นโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายพิพัฒน์ ได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยว พร้อมมอบหมายให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกันประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาปรับลดพื้นที่ควบคุมในระยะต่อไป หากดัชนีชี้วัดความรุนแรงลดลงตามเกณฑ์ที่กำหนด
@@ คงเหลือฉุกเฉิน 18 อำเภอ - โก-ลกเจอรีเทิร์น
สำหรับพื้นที่ที่ยังอยู่ภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีทั้งหมด 18 อำเภอ จากทั้งหมด 33 อำเภอ (ยกเลิกไปแล้ว 15 อำเภอ) ดังนี้
จ.นราธิวาส 10 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองนราธิวาส, อ.ตากใบ, อ.บาเจาะ อ.ระแงะ, อ.รือเสาะ, อ.ศรีสาคร, อ.สุไหงปาดี, อ.สุไหงโก-ลก, อ.จะแนะ และ อ.เจาะไอร้อง (ยกเว้น อ.ยี่งอ, อ.แว้ง และ อ.สุคิริน)
จ.ปัตตานี 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองปัตตานี, อ.โคกโพธิ์, อ.หนองจิก, อ.สายบุรี และ อ.ยะรัง (ยกเว้น อ.ยะหริ่ง, อ.ปะนาเระ, อ.มายอ, อ.ไม้แก่น, อ.ทุ่งยางแดง, อ.กะพ้อ และ อ.แม่ลาน)
จ.ยะลา 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองยะลา, อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา (ยกเว้น อ.เบตง, อ.ยะหา, อ.รามัน, อ.กาบัง และ อ.กรงปินัง)
เป็นที่น่าสังเกตว่า การต่ออายุขยายเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รอบนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 84 แล้ว ได้เพิ่ม อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส กลับเข้าไปอีกครั้ง หลังจากเคยยกเลิกไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการปล้นร้านทองในห้างบิ๊กซี สาขาสุไหงโก-ลก เมื่อวันที่ 5 ต.ค.68 และการลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. 11 แห่งรวดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.69 ซึ่งมีปั๊มใน อ.สุไหงโก-ลก ตกเป็นเป้าหมายด้วย
@@ นายกฯถก “บิ๊กเกรียง” ฟังข้อเสนอดับไฟใต้
วันพุธที่ 1 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนกิจกรรมเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินจากตึกไทยคู่ฟ้าไปยังตึกสันติไมตรี พร้อมกับ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา และอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์
นายกฯอนุทิน บอกกับนักข่าวเพียงสั้นๆ ว่า พล.อ.เกรียงไกร มาร่วมรับประทานอาหารกลางวัน และหารือถึงสถานการณ์ต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้
ด้าน พล.อ.เกรียงไกร หรือ “บิ๊กเกรียง” เจ้าของฉายาอดีตแม่ทัพกระดูกเหล็ก เปิดเผยว่า นายกฯได้สอบถามข้อมูลทั่วๆ ไปเพื่อหาหนทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าจะทำอย่างไร
ส่วนกรณีคนร้ายลอบยิงปลัดอำเภอจะแนะ จ.นราธิวาส จนเสียชีวิต อดีตแม่ทัพมีข้อมูลหรือไม่ เพราะเป้าหมายเป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง พล.อ.เกรียงไกร ตอบว่า ยังไม่ทราบ แต่ทราบว่าเมื่อคืนประมาณตี 1 เกิดเหตุ พร้อมยอมรับช่วงนี้เกิดเหตุค่อนข้างถี่ นายกฯจึงเชิญมาขอข้อมูลและให้คำปรึกษาว่าจะแก้ไขปัญหาต่างๆเหล่านี้อย่างไร โดยตนได้พูดคุยกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งจะดำเนินการแก้ไขปัญหาหลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบาย
@@ ย้ำ “การเมืองนำการทหาร” - ป่วนหนักไม่เกี่ยวสุญญากาศรัฐบาล
“คนก่อเหตุมีทั้งกลุ่มเก่า กลุ่มใหม่ และมีหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป โดยรายละเอียดได้พูดคุยกับนายกฯ และ สมช.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายกฯน่าจะมีแนวนโยบายผ่านไปทาง สมช. เพื่อดำเนินการขั้นต่อไป โดยนายกฯ ยืนยันว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือการเมืองนำการทหาร”
พล.อ.เกรียงไกร ตอบข้อถามของผู้สื่อข่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ไม่ได้มาจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านไม่ใช่สาเหตุ แต่เป็นประเด็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการสถานการณ์ในพื้นที่มากกว่า
