
มีข่าวจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดียิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แห่งพรรคประชาชาติ สามารถควบคุมตัวบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคดีได้เพิ่มอีกอย่างน้อย 1 ราย
“ทีมข่าว” พยายามสอบถามแหล่งข่าวหลายราย ทุกคนบอกตรงกันว่าได้รับการร้องขอจากผู้รับผิดชอบระดับสูงให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับเอาไว้ก่อน โดยจะเร่งขยายผลจากความคืบหน้าล่าสุดนี้ และดำเนินการเกี่ยวกับสำนวนการสอบสวนให้เรียบร้อยภายในวันพฤหัสบดีที่ 16 เม.ย.69 ก่อนที่นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล จะลงพื้นที่ในวันศุกร์ที่ 17 เม.ย. และคาดว่าจะมีการแถลงความคืบหน้าสำคัญของคดีนี้จากปากนายกรัฐมนตรี
“ทีมข่าว” พยายามสอบถามข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า บุคคลสำคัญที่ถูกจับกุมได้คือใคร เกี่ยวข้องอย่างไรกับทีมสังหาร เช่น เป็นทีมเฝ้าจุด ทีมชี้เป้า หรือทำหน้าที่อะไร ปรากฏแหล่งข่าวตอบว่า “เป็นคนที่ถูกออกหมายจับแล้ว”
คำตอบนี้หมายความว่า เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีน่าจะจับกุมมือปืนได้อย่างน้อย 1 คน จาก 2 คน เพราะคดีนี้มีการออกหมายจับผู้ต้องหา 5 คน และถูกจับกุมแล้ว 3 คน คือ
- นายสมพร ลังเดช อดีตทหารเรือนาวิกโยธิน คาดว่าเป็นผู้ประสานงาน ชี้เป้า
- นายสุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่รถที่ทำการชำแหละรถกระบะในราชการของ กอ.รมน.ที่ถูกใช้เป็นพาหนะของคนร้ายในการก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์
- นายอลาวี อาแว โชเฟอร์ที่ขับรถให้ทีมยิง
ส่วนอีก 2 คนที่ถูกออกหมายจับแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ยังจับกุมไม่ได้ คือ
- เรือเอก วิโรจน์ เกตุมณี อดีตทหารเรือ เคยผ่านการฝึก “รีคอน” หรือ หลักสูตรรบพิเศษของกองทัพเรือ
- นายธนภัทร วัฒนภิญโญ ซึ่งคาดว่าเป็นอดีตทหารพรานนาวิกโยธิน กองทัพเรือ
ฉะนั้นหากข้อมูลที่แหล่งข่าวให้มาเป็นความจริง ก็หมายความว่า ผู้ต้องหาที่เป็นมือปืน 2 คนนี้ อาจถูกจับกุมได้แล้วอย่างน้อย 1 คน
แหล่งข่าวยังบอกอีกว่า ผู้ต้องหาบางรายที่ถูกควบคุมตัว ให้การรับสารภาพว่าพยายามก่อเหตุสังหาร สส.กมลศักดิ์ มาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ และไม่มีโอกาสลงมือลั่นไก โดยคำให้การยังไม่ถึงขั้นฟันธงชัดเจนว่า ปฏิบัติการครั้งก่อนหน้านี้มีการยืมรถของทางราชการมาใช้เป็นพาหนะเหมือนกันหรือไม่
@@ ข่าวจับ “จิ๊กซอว์สำคัญ” สอดรับแม่ทัพนัดแถลงใหญ่

เป็นที่น่าสังเกตว่า ความคืบหน้าสำคัญของคดีที่ยังถูกปิดเป็นความลับ สอดคล้องกับกำหนดการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ที่มีการนัดแถลงข่าวครั้งสำคัญ นำโดย แม่ทัพภาคที่ 4 ในวันจันทร์ที่ 13 เม.ย. ซึ่งก่อนหน้านี้ แม่ทัพไม่เคยปริปากหรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดียิง สส.กมลศักดิ์ มาก่อนเลย
ขณะที่นายกฯอนุทิน ก็มีกำหนดการออกมาชัดเจนแล้วว่า จะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีกำหนดการติดตามความคืบหน้าคดียิง สส.กมลศักดิ์ ในวันศุกร์ที่ 17 เม.ย.
สำหรับกิจกรรมการแถลงข่าวของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. มีการแจ้งกำหนดการไปยังสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง ทั้งในพื้นที่ชายแดนใต้และสื่อส่วนกลาง โดยนัดกันที่ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นฐานบัญชาการของ กอ.รมน.ภาค 4 สน.
โดยในช่วงเช้าจะมีกิจกรรมทางศาสนา และทำบุญตักบาตรเนื่องในวันปีใหม่ไทย จากนั้นเวลา 10.00 น. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จะมีการแถลงข่าวความคืบหน้าล่าสุดของคดียิง สส.กมลศักดิ์ ร่วมกับ พ.อ.มานะ ปริญญาศิริ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 สน.
@@ ลุ้นนายกฯเปิดชื่อ “ผู้บงการ” ช่วงลงใต้ 17 เม.ย.
จากนั้นในวันศุกร์ที่ 17 เม.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการปฏิบัติราชการในพื้นที่ จ.นราธิวาส และ จ.ยะลา เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญและสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่
โดยวาระงานในวันที่ 17 เม.ย. เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้า “คดีสำคัญ” ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส โดยมีแม่ทัพภาคที่ 4, เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เข้าร่วมรายงานความคืบหน้า
มีข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า นายกฯอนุทิน อาจแถลงความคืบหน้าของคดียิง สส.กมลศักดิ์ ด้วยตนเอง โดยหากข้อมูลในสำนวนการสอบสวนทุกอย่างครบถ้วนตามแผนที่วางเอาไว้ อาจจะมีการเปิดเผยตัว “ผู้บงการ” ที่สั่งยิง สส.นราธิวาส ด้วย และอาจมีการออกหมายจับผู้บงการรายนี้ในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน
จนถึงขณะนี้มีข่าวความเป็นไปได้ 2 กระแสที่เป็นชนวนเหตุของการลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ คือ
1.ประเด็นการเมืองที่โยงถึงนักการเมืองใหญ่ระดับพื้นที่
หรือ 2.อาชญากรรมโดยรัฐ แต่เป็นลักษณะของการลอบสังหารนอกกฎหมาย
@@ เตรียมเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ สส.นราฯ
ช่วงสายวันเดียวกัน นายกฯอนุทิน ยังมีกำหนดการเดินทางไปยัง อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เพื่อพบปะและให้กำลังใจ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ หลังประสบเหตุคนร้ายลอบสังหารเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา
โดย สส.กมลศักดิ์ และพรรคประชาชาติ เป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล ร่วมโหวตสนับสนุน นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย และเขาถูกยิงหลังจากลงมติในสภา และกลับบ้านที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ในคืนเดียวกัน
สำหรับภารกิจอื่นๆ ของ นายกฯอนุทิน คือ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ ศอ.บต. และเข้าพบประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่บ้านศรียะลา ซึ่งเป็นบ้านของนายวันมูหะมัดนอร์ ในอำเภอเมือง จ.ยะลา และปัจจุบันยังเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ซึ่ง สส.กมลศักดิ์ สังกัดอยู่ด้วย
@@ 3 คำถามจี้ กอ.รมน.ตอบ ถามหาความรับผิดชอบปมรถหลวง

ด้าน นายกมลศักดิ์ กล่าวถึงข่าวนายกฯอนุทิน เตรียมลงพื้นที่ชายแดนใต้ว่า ทราบข่าวว่าจะมีการลงพื้นที่จริงๆ แต่ยังไม่มีใครประสานมายังตน
โดยขณะนี้ ตนกำลังจับตาการแถลงข่าวของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และตำรวจภูธรภาค 9 ในวันจันทร์ที่ 13 เม.ย. ซึ่งตนมีประเด็นที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจน 3 ประเด็น คือ
1.ความรับผิดชอบของ กอ.รมน. และความคืบหน้าการสอบสวนทางวินัย นาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารบุคคลและส่งกำลังบำรุง กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส ส่วนหน้า ที่ถูกย้ายไปก่อนหน้านี้ หลังจากตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาให้ยืมรถของทางราชการ และรถถูกนำไปใช้ยิง สส.
2.ความน่าเชื่อถือของคำให้การ กระบวนการสืบสวน ได้มีการตรวจสอบเชิงลึกถึงความสมเหตุสมผลในคำให้การของนายทหารคนดังกล่าวมากน้อยเพียงใด
3.ยานพาหนะของกลาง ยืนยันว่ารถที่ใช้ก่อเหตุเป็นของ กอ.รมน. ซึ่งหน่วยงานต้องตอบให้ได้ว่ามีการรู้เห็นเป็นใจหรือไม่
@@ ตำรวจติดตาม “สส.กมลศักดิ์” สูญเสียดวงตา - ยังพูดไม่ได้

วันเดียวกัน สส.กมลศักดิ์ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการบาดเจ็บของคนสนิท 2 ราย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ยิงถล่มรถส่วนตัว เมื่อวันที่ 20 มี.ค.
โดย ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหน๊ะ ตำรวจติดตาม แม้อาการจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ก็บาดเจ็บสาหัสถึงขั้นสูญเสียดวงตาข้างซ้าย เนื่องจากแก้วตาแตก และมีกระสุนอีก 1 นัดฝังอยู่ในศีรษะ ซึ่งแพทย์ไม่สามารถผ่าออกได้ ต้องทำกายภาพบำบัดระยะยาว และยังไม่สามารถพูดสื่อสารได้
ขณะที่ นายอุชลัมห์ หรือ แบลัง คนขับรถ ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (โรงพยาบาล ม.อ.หาดใหญ่) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เนื่องจากกระดูกไหล่ขวาแตก ต้องผ่าตัดดามเหล็กและปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ โดยยังต้องลุ้นว่าจะกลับมาใช้งานแขนขวาได้เหมือนเดิมหรือไม่
@@ “ทวี” แย้ม “ผู้บงการ” เริ่มชัด

ด้านความเคลื่อนไหวของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีต รมว.ยุติธรรม ซึ่งเคยเป็นอธิบดีดีเอสไอ และเคยเป็นผู้กำกับประเทศไทย สังกัดกองปราบปราม ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของคดี ช่วงสองวันเสาร์-อาทิตย์ วันที่ 11-12 เม.ย. เพื่อเร่งรัดคลี่คลายคดีให้ได้ โดยเฉพาะการล่าตัวผู้บงการสังหาร สส.กมลศักดิ์ และการดำเนินการกับนายทหารที่ให้ยืมรถในราชการของ กอ.รมน.ไปใช้ยิง สส.
โดยในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 12 เม.ย. พ.ต.อ.ทวี ได้เดินทางไปยัง “ร้านอาคูว” (AKHOO by Nasir) ถนนโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส แหล่งพบปะยอดนิยมของคนหลากหลายสาขาอาชีพ รวมถึงนักการเมือง ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมวงรับประทานอาหารพื้นเมือง อย่างข้าวยำ โรตี และชาชัก ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น
ระหว่างนั้น นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ อดีตรัฐมนตรี และอดีต สส.นราธิวาส พร้อมครอบครัว ได้เดินทางไปสมทบ และร่วมหารือถึงปมการสังหาร สส.กมลศักดิ์ด้วย โดยประเด็นนี้ยังคงได้รับความสนใจจากพี่น้องในพื้นที่ พูดคุยวิจารณ์กันทุกร้านน้ำชา
มีรายงานว่า การลงพื้นที่ของ พ.ต.อ.ทวี ได้ใช้เวลาตลอดคืนที่ผ่านมาในการประชุมลับร่วมกับทีมสืบสวน เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึก กระทั่งพบ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของคดี โดยเฉพาะโครงข่ายของผู้บงการที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นจากพยานหลักฐานใหม่ที่เพิ่งปรากฏ
“ขณะนี้เราได้ข้อมูลมากพอสมควร โดยเฉพาะตัวผู้บงการที่เค้าโครงเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากพยานหลักฐานที่รวบรวมมา” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
