
ทันทีที่การเจรจารอบแรกระหว่างสหรัฐฯ กับ อิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ล่มไป
ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการ “ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ”
เรียกว่าเป็นการ “ปิดซ้อนปิด” เพราะอิหร่านประกาศปิดช่องแคบไปก่อนหน้า
นักวิเคราะห์ประเมินว่า ฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นมีไม่เกิน 3 รูปแบบ คือ ยื้อกันไปเพื่อพิสูจน์ว่าใครอึดกว่า แล้วเข้าสู่โต๊ะเจรจารอบใหม่, สหรัฐฯไปต่อไม่ได้ หรืออิหร่านต้องล่มสลาย เพราะโดนตัดทั้งยุทธปัจจัย และเศรษฐปัจจัย
ผ่านมาไม่ถึงครึ่งสัปดาห์ สัญญาณเจรจารอบใหม่หวนกลับมา ทำให้หลายคนให้น้ำหนักว่า ทิศทางของสถานการณ์น่าจะมุ่งไปที่ฉากทัศน์แรก
แต่จากการสอบทานข้อมูลกับนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญโลกมุสลิมคนสำคัญ แม้จะให้ทัศนะตรงกันว่า จังหวะก้าวของสถานการณ์กำลังเดินสู่โต๊ะเจรจา แต่ “กูรู” สายนี้เชื่อว่า อิหร่านกำลังถือไพ่เหนือกว่า
และกำลังจะไปไกลกว่าคำว่า “แค่ไม่แพ้…ก็ถือว่าชนะแล้ว”
@@ 7 คำถาม กับ 7 คำตอบจาก “ศราวุฒิ อารีย์”
“ทีมข่าวอิศรา” ตั้งคำถาม 7 ข้อ กับ ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อค้นหาคำตอบของสงครามครั้งประวัติศาสตร์นี้
1.การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ถือว่าล่มหรือยัง?
- ไม่ล่มเสียทีเดียว แม้สหรัฐฯ จะยื่นข้อเสนอแล้วถอนตัวออกไปก่อนเวลาอันสมควร และอิหร่านแสดงท่าทีผิดหวัง
- ช่องทางการทูตยังไม่ปิดตายเสียทีเดียว
2.การฟื้นการเจรจากลับมาอีก เป็นไปได้แค่ไหน ด้วยปัจจัยอะไร เช่น บทบาทของ จีน รัสเซีย หรือเพราะประเทศที่เป็นกลางอื่นๆ ?
- บทบาทของตัวกลางอย่างปากีสถาน ยังคงพร้อมที่จะผลักดันให้เกิดการเจรจาต่อไป
- ทิศทางในอนาคตอาจขึ้นอยู่กับ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะเลือกแนวทางใด
3.จะเกิดสงครามรอบใหม่หรือไม่?
- มีข้อจำกัดของสหรัฐฯ เพราะถึงแม้จะมีศักยภาพทางทหารสูง แต่ทรัมป์มีข้อจำกัดเรื่อง “เวลาทางการเมือง” ทั้งกระแสกดดันภายในประเทศ ปัญหาสมรรถนะทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน และการเตรียมตัวเข้าสู่การเลือกตั้ง
- การทำสงครามอาจทำให้เขาถูกมองว่าเป็นอาชญากรสงครามได้
4.กรณีไม่เกิดสงคราม เป็นเพราะอิหร่านหมดสภาพที่จะต่อสู้ได้แล้วหรือไม่?
- มองว่าเป็นความได้เปรียบของอิหร่านมากกว่า เพราะอิหร่านพิสูจน์แล้วว่าสามารถอยู่รอดได้ภายใต้สถานการณ์นี้
- อิหร่านถือว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่าในเชิงยุทธศาสตร์ แม้จะได้รับความเสียหาย จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องเร่งเปิดศึก
5.หากสหรัฐฯเคลียร์ทุ่นระเบิดฮอร์มุซได้ อาจประกาศชัยชนะ แล้วจบ เป็นไปได้หรือไม่ หรืออิหร่านก็ไม่ยอมจบ?
- หากจะมีสงครามอีกรอบ สหรัฐฯอาจมุ่งเป้าไปที่ 2 จุดสำคัญ คือ การทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ และการส่งกำลังเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้เรือเดินสมุทรผ่านได้สะดวก
- ตัวแปรสำคัญคือ “อิสราเอล” เพราะอิสราเอลเองมีความพร้อมที่จะเปิดศึกกับอิหร่านเพื่อทำลายอีกฝ่ายให้ย่อยยับ ซึ่งนี่คือตัวชี้วัดสำคัญของอนาคตในภูมิภาค
6.โอกาสที่สหรัฐฯจะบุกภาคพื้นดินเข้ายึดอิหร่าน ยังมีหรือไม่?
- เชื่อว่าสหรัฐฯ จะไม่ส่งกำลังภาคพื้นดินเข้ายึดอิหร่าน เพราะเข็ดหลาบจากประสบการณ์ในอิรัก อัฟกานิสถาน และเวียดนาม
- การส่งทหารราบเข้าไป ไม่เคยนำมาซึ่งชัยชนะที่เด็ดขาดได้เลย
7.พัฒนาสู่สงครามก่อการร้ายหรือไม่?
- หากสถานการณ์เลวร้ายลง อิหร่านอาจเลือกใช้ “สงครามทางลับ” เนื่องจากไม่สามารถสู้กับศักยภาพทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลตรงๆ ได้
- อาจมีการทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในตะวันออกกลาง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพื่อตอบโต้เหตุการณ์รุนแรง
บทสรุปในมุมของ ดร.ศราวุฒิ คือ แม้บรรยากาศจะตึงเครียด และมีโอกาสเกิดการปะทะรอบใหม่ แต่ปัจจัยทางการเมืองและบทเรียนในอดีตยังเป็นตัวเบรกไม่ให้เกิดสงครามใหญ่ ยกเว้นมีกรณีการเผชิญหน้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หรือการผลักดันจากฝั่งอิสราเอล
@@ อิหร่านไม่ได้ชนะเลิศเลอ แต่ถือไพ่เหนือกว่า
ศ.ดร.จรัล มะลูลีม นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางศึกษา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประเมินว่า แท้จริงแล้วการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ คือ ความพยายามปิดล้อมอิหร่าน
แต่ในภาคปฏิบัติจริงมีอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะเสียงเตือนจากพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐฯ เอง
สถานการณ์ล่าสุดหลังเริ่มดำเนินมาตรการได้ราวๆ 48 ชั่วโมง ก็ยังมีเรือแล่นผ่านได้ เช่น เรือจีน หรือเรือของอิหร่านบางส่วน
ฉะนั้นหากสหรัฐฯยังคงดึงดัน อาจนำไปสู่การตอบโต้ที่รุนแรงขึ้น และทำให้มิติของสงครามขยายวงกว้างจนยากจะควบคุม
ส่วนที่บางฝ่ายมองว่าอิหร่านจะพ่ายแพ้ โดนกดดันจนไปไม่ไหวนั้น ศ.ดร.จรัญ มองว่าเป็นตรรกะที่ห่างไกลจากความเป็นจริงอย่างมาก เพราะสถานการณ์ทางภูมิยุทธศาสตร์ อิหร่านยังมีความได้เปรียบ
“อิหร่านยังถือไพ่เหนือกว่า และพร้อมที่จะสู้กลับทันทีหากสหรัฐฯ พยายามเข้ามาบีบบังคับให้มีการเปิดเส้นทางทางเรือ”
แต่ ศ.ดร.จรัญ ยอมรับว่า แม้ในเชิงยุทธศาสตร์อิหร่านจะดูได้เปรียบ แต่ประตูแห่งทางออกยังคงอยู่ที่การพูดคุยเจรจา และหาทางลงร่วมกันให้ได้ เพราะสถานการณ์ของอิหร่านก็ไม่ได้เลิศเลออะไร เนื่องจากได้รับความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน เพียงแต่เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ในสงครามอสมมาตร การที่อิหร่านไม่แพ้ ก็ถือว่าชนะแล้ว
@@ ข่าวดี : สหรัฐฯ-อิหร่าน เร่งหาทางลง
เมื่อขอให้วิเคราะห์เจาะประเด็นแนวโน้มของการเจรจา ซึ่ง ทรัมป์ ประกาศ ณ วันที่ 15 เมษายน (ตามเวลาไทย) แล้วว่า จะเกิดขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงนับจากนี้
อาจารย์จรัญ แยกแยะเป็น 3 บริบท คือ
1. ทิศทางของสงคราม - ทั้งสองชาติกำลัง “หาทางลง”
- ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างอยู่ในสภาวะที่ “ไม่อยากทำสงครามต่อ” ลึกๆ แล้วทั้งสองฝ่ายต้องการหาทางลงเพื่อจบศึกครั้งนี้
- โดยเฉพาะฝั่งสหรัฐฯ เสียเปรียบในเชิงยุทธศาสตร์ แม้จะมีแสนยานุภาพเหนือกว่า แต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถเผด็จศึกอิหร่านได้ เพราะอิหร่านใช้ยุทธศาสตร์การตอบโต้ผ่านตัวแทนและโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะคลังน้ำมันและเส้นทางขนส่งน้ำมัน
- นิยามของชัยชนะ คือ “หากอิหร่านไม่แพ้ ก็เท่ากับชนะ” ส่วนสหรัฐฯ “หากไม่ชนะอย่างเบ็ดเสร็จ ก็เท่ากับพ่ายแพ้” เนื่องจากสูญเสียสถานะมหาอำนาจที่เคยปกป้องพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียได้ แต่วันนี้ทำไม่ได้แล้ว
@@ ข่าวร้าย : ยังมีเงื่อนไขที่ยอมกันไม่ได้
2. แนวโน้มการเจรจารอบใหม่ - การบีบบังคับก่อนเจรจา
- สหรัฐฯ พยายามใช้มาตรการปิดล้อมและกดดันอิหร่าน เพื่อให้อิหร่านยอมอ่อนข้อ ก่อนเข้าสู่โต๊ะเจรจา
- เรื่องที่พอจะมีทางออกคือ “การเลื่อนระยะเวลาการผลิตยูเรเนียม” สำหรับนิวเคลียร์ออกไป ซึ่งอิหร่านไม่ได้ปฏิเสธตั้งแต่ต้น เพื่อให้สหรัฐฯ ไม่เสียหน้าจนเกินไป
- แต่อุปสรรคสำคัญของการเจรจา คือ ข้อเสนอจากทั้งสองฝ่ายที่ยังยากจะยอมรับกันได้ โดยเฉพาะเงื่อนไขที่อิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ และอิสราเอลหยุดโจมตีกลุ่มพันธมิตรของตน ทั้ง ฮามาส, ฮูตี และฮิซบอลเลาะห์
@@ อิสราเอล : ตัวโหมไฟ?
3. ปัจจัยแทรกซ้อนและฉากทัศน์ในอนาคต
- บทบาทของอิสราเอล ทำให้สถานการณ์เปราะบางมากที่สุด เพราะอิสราเอลถูกมองว่าใช้โอกาสนี้ในการขยายดินแดนของตน และสร้าง “Buffer Zone” โดยเฉพาะในเลบานอน ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของฮิซบอลเลาะห์ และเชื่อได้เลยว่าประเด็นนี้อิหร่านยอมไม่ได้ และจะทำให้การเจรจายืดเยื้อ
- การเมืองภายในสหรัฐฯ ทรัมป์มีข้อจำกัดด้านเวลาเกี่ยวกับการเลือกตั้งกลางเทอม และเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องงบประมาณมหาศาลที่ใช้ในการทำสงคราม เป็นตัวเร่งให้สหรัฐฯ ต้องรีบหาจุดจบ
อาจารย์จรัญ สรุปว่า สงครามใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจลดระดับลงด้วยการเจรจา แต่ “สงครามย่อย” หรือการสู้รบในพื้นที่ตัวแทน เช่น เลบานอน ซีเรีย และเยเมน จะยังคงร้อนระอุต่อไป
