
การเดินทางลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล รอบนี้ นับเป็นครั้งแรกของการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศสมัยที่ 2
แต่แม้จะเพิ่งตั้งรัฐบาลได้ไม่กี่วัน ทว่านายกฯไม่มีห้วงเวลา “ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์” และการลงพื้นที่ก็ไม่ใช่การมอบนโยบายจากผู้นำคนใหม่ที่มีแต่ภาพความคึกคักเข้มแข็ง บรรยากาศยิ้มแย้ม สดใส
เพราะเป็นการลงพื้นที่ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลจากสถานการณ์ความไม่สงบที่ปะทุรุนแรงมาตั้งแต่ต้นปี และยังมีคดียิง สส.นราธิวาส โดยทีมสังหารใช้รถในราชการของ กอ.รมน.เป็นพาหนะ ซึ่งคดียังปิดไม่ลง
ซ้ำร้ายการแถลงข่าวของ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ยังก่อเสียงวิจารณ์และกระแสต่อต้านตามมาอย่างหนักอีกด้วย
ฉะนั้นการลงพื้นที่ของนายกฯอนุทิน ในวันที่ 17 เมษายน จึงเต็มไปด้วยความตึงเครียด และอาจมีเซอร์ไพรส์ หรือเรื่องเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
“ทีมข่าวอิศรา” รวบรวมมาได้ 4 เซอร์ไพรส์ 4 แรงกดดันที่จะมีต่อนายกฯอนุทิน
1.สถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทุกรูปแบบ
- เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้นายกฯอนุทิน ต้องเปลี่ยนกำหนดการกะทันหัน
- โดยเฉพาะการไม่ประชุมติดตามคดีแบบเร่งด่วนที่สนามบินนราธิวาส
- เพราะสนามบินนราธิวาส เคยเกิดเหตุความไม่สงบ
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 เกิดระเบิดใต้กระบะรถปิคอัพในพื้นที่สนามบินนราธิวาส ก่อนที่เที่ยวบินของ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร จะแลนดิ้งแค่ 1 ชั่วโมง ครั้งนั้นเป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกในรอบ 20 ปีของอดีตนายกฯทักษิณ โดยมีรองนายกฯ และรมว.กลาโหม ภูมิธรรม เวชยชัย กับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรมในขณะนั้น ร่วมคณะไปด้วย
- ฉะนั้นวันที่ 17 เมษายน จึงอาจมีการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์เพื่อสร้างความปั่นป่วนในพื้นที่ เหมือนกับหลายๆ ครั้งที่มีระดับผู้นำประเทศลงใต้
2.สังคมและ สส.พรรคประชาชาติ รอคำตอบว่าใครคือผู้บงการคดียิง สส.กมลศักดิ์
- การสืบสวนสอบสวนของตำรวจงวดเข้ามามาก
- แม่ทัพภาคที่ 4 บีบประเด็นแคบลง เพราะอ้างว่า “คนสั่งการ” หรือ “ทีมปฏิบัติการ” ไม่เชื่อมโยงกับหน่วย กอ.รมน. หรือคนในกองทัพ แม้จะใช้รถในราชการของ กอ.รมน. เป็นพาหนะในการก่อเหตุก็ตาม
- แปลว่าหากมีผู้จ้างวาน ต้องไม่ใช่ทหาร หรือข้าราชการในฝ่ายความมั่นคง
- บุคคลผู้นี้น่าจะยิ่งใหญ่มาก เพราะสั่ง “ทีมสังหาร” ซึ่งเป็นอดีตทหารได้
- หนึ่งในผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ คือ “อดีตเรือเอก” จบโรงเรียนนายเรือ ผ่านหลักสูตรรีคอน (รบพิเศษของกองทัพเรือ) และเคยทำงานกับองค์กรระหว่างประเทศ มีศักยภาพสูงมาก แต่กลับมารับงานสังหาร สส. และยืมรถ กอ.รมน.จากเพื่อนทหารเรือด้วยกัน
- หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่นายกฯต้องทราบระหว่างลงพื้นที่แน่นอน (หรืออาจจะทราบแล้ว) คือ ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของทีมสังหาร หลังยิง สส.กมลศักดิ์ แล้ว พวกเขาโทรหาใคร คนที่อยู่ปลายสาย คือ ผู้บงการหรือไม่ และเหตุใดจึงยังไม่จับ หรือออกหมายจับบุคคลผู้นี้
3.แรงกดดันทั้งเรื่องคดียิง สส. และบทบาทของแม่ทัพภาคที่ 4
- องค์กรด้านการศึกษาและศาสนาชายแดนใต้เตรียมยื่นหนังสือให้นายกฯพิจารณาสั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 กรณีกล่าวหา “ปอเนาะ - โรงเรียนสอนศาสนา” เป็นแหล่งบ่มเพาะความเชื่อผิดๆ ต้นตอไฟใต้

โดยก่อนนายกฯลงพื้นที่ 1 วัน องค์กรเดียวกันได้ยื่นหนังสือผ่านเลขาธิการ ศอ.บต. นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เพื่อให้พิจารณาสั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ด้วย ซึ่งเลขาธิการ ศอ.บต.พยายามพูดจาไกล่เกลี่ยให้ผู้นำศาสนาและผู้แทนจากองค์กรการศึกษาอิสลามให้อภัยแม่ทัพ แต่ฝ่ายที่เรียกร้องได้ยกเหตุผลมาหักล้างอย่างเต็มที่
- อีกด้านหนึ่ง ชมรมสถาบันปอเนาะจังหวัดสงขลา ออกแถลงการณ์และแถลงข่าวอย่างแข็งกร้าว เรียกร้องให้ฐบาลสั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ หากไม่ดำเนินการถึงขั้นขู่คว่ำบาตรฝ่ายความมั่นคง

- 4 สส.พรรคประชาชาติจะยื่นหนังสือถึงนายกฯ เกี่ยวกับบทบาทของแม่ทัพภาคที่ 4 เช่นกัน แต่ยังไม่ชัดว่าจะเรียกร้องให้ย้ายด้วยหรือไม่
- 4 สส.พรรคประชาชาติเตรียมร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกลางวันกับนายกฯ เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดียิง สส.กมลศักดิ์
4.นายกฯจะสั่งย้ายข้าราชการระดับสูงรายใดหรือไม่
- เพราะมีการพูดก่อนลงพื้นที่เหมือนกับมีปัญหาการทำงานที่ชายแดนใต้
- มีการอ้างถึงพฤติกรรมเกียร์ว่าง หรือใส่เกียร์ 2 แทนที่จะลุยเกียร์ 5
- นายกฯต้องถูกตั้งคำถามประเด็นเหล่านี้แน่ว่าพูดล่วงหน้า เป็นการพูดลอยๆ หรือมีข้อมูลจริงในใจ
- การประเมินผลงาน “ข้าราชการระดับสูงในพื้นที่” ใครสอบผ่าน ใครสอบไม่ผ่าน เพราะนายกฯบอกเองว่า ไม่ต้องวัด KPI เพราะตนประเมินได้อยู่แล้ว
@@ เปิดกำหนดการล่าสุดนายกฯล่องใต้ หลังปรับแผนวุ่น!
การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดยะลาและจังหวัดนราธิวาส ของ นายกฯอนุทิน ได้มีการปรับกำหนดการและภารกิจต่างๆ หลายรอบ จนล่าสุดมีกำหนดการที่ชัดเจนออกมาแล้ว เมื่อช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน
ปรากฎว่า วาระงานเดิมที่สำคัญ เวลา 10.00 น. ซึ่งนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานประชุมติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญ ที่จัดขึ้น ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส หลังจากที่นายกฯ เดินทางมาถึง ได้ถูกยกเลิกไป
โดยกำหนดการล่าสุด หลังจากที่นายกฯ เดินทางมาถึงท่าอากาศยานนราธิวาสแล้ว จะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่จังหวัดยะลา เพื่อมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามนโยบายของรัฐบาล
@@ 4 สส.ประชาชาติร่วมโต๊ะอาหาร - “แวยูแฮ”คุยตรงนายกฯ

ส่วนจุดที่คาดว่า จะมีการพูดคุยกันในเรื่องการติดตามคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ คือ หลังนายกฯ เสร็จภารกิจที่ ศอ.บต.แล้ว จะไปที่บ้านศรียะลา ของ อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อหารือข้อราชการ
โดย นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา และเลขาธิการพรรคประชาชาติ น้องชายของอาจารย์วันนอร์ เปิดเผยว่า นายกฯ อนุทิน จะมาร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านอาจารย์วันนอร์ และ สส.เขตของพรรคประชาชาติ 4 คน ยกเว้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ จะร่วมโต๊ะอาหารด้วย
ทั้งนี้ ในระหว่างการร่วมรับประทานอาหาร สส.กมลศักดิ์ จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดีที่ถูกคนร้ายลอบยิงต่อ นายกฯอนุทิน โดยตรง
นอกจากนี้ยังจะมีตัวแทนสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ผู้แทนสถาบันปอเนาะ ตาดีกา (3 องค์กรการศึกษาและศาสนา) จะเข้ายื่นหนังสือต่อนายกฯ เพื่อให้พิจารณาโยกย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่ด้วย
@@ ประชุม กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า คาดฟังรายงานคดียิง สส.
หลังเสร็จภารกิจที่บ้านศรียะลาแล้ว นายกฯ จะเดินทางต่อไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อเป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และคาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าคดียิง สส.กมลศักดิ์ อีกครั้งในการประชุมนี้
จากนั้น นายกฯจะเดินทางต่อไปยังด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อประชุมติดตามและขับเคลื่อนงานในการพัฒนาด่านพรมแดน เสร็จแล้วจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานนราธิวาส ไปยังจังหวัดชุมพร เพื่อไปเปิดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอปะทิว ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ
