
เป็นที่น่าสังเกตว่า นาวาเอก มนตรี และ นาวาตรี เดโช ยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อหาจากตำรวจ เพื่อดำเนินคดีในฐานะ “ตัวการร่วม” กับทีมสังหาร รวมถึงไม่โดนแจ้งข้อหา “ผู้สนับสนุน” ทีมสังหารด้วย
แม้ว่า สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้เสียหาย จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เอาไว้ และยังมีการประชุมใหญ่ของคณะทำงานคลี่คลายคดีแล้วก็ตาม
ทั้งๆ ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า นาวาเอก มนตรี เป็นผู้ที่ให้ทีมสังหารยืมรถของทางราชการ ไปเป็นพาหนะในการก่อเหตุ
ส่วน นาวาตรี เดโช มีการระบุข้อมูลว่า น่าจะเป็นผู้ประสานงานเรื่องตั้งด่าน หรือชะลอเวลาการตั้งด่าน และน่าจะเกี่ยวข้องกับการจัดหาอาวุธ รวมถึงนำอาวุธไปซุกซ่อนหลังก่อเหตุ
พฤติการณ์ตามที่มีการกล่าวหานี้ หากเป็นชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ป่านนี้น่าจะโดนแจ้งข้อหา ต้องวิ่งเต้นประกันตัวเสียเงินเสียทองกันให้วุ่นวายไปแล้ว
คำถามที่ว่า เหตุใด นาวาเอก มนตรี หรือเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่นๆ เช่น นาวาตรี เดโช จึงยังไม่ถูกเรียกสอบ หรือตั้งข้อหาเกี่ยวข้องกับทีมสังหาร มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
1.มีข้อมูลจากคำรับสารภาพของผู้ต้องหาในคดีอย่างน้อย 2 ราย คือ นายอลาวี อาแว โชเฟอร์ กับ นายสุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่รถ
ข้อมูลสำคัญได้แก่...
- หลังยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์แล้ว มือปืนโทรหาบุคคลลึกลับคนหนึ่ง
- มือปืนแจ้งให้ “ใครคนนั้น” ช่วยประสานหรือสั่งการว่า “อีก 5 นาทีค่อยตั้งด่าน” ความหมายคือ ให้เวลาพวกตนได้หนีก่อน
คำถามคือ...
- ใครสั่งตั้งด่านได้
- อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยใด ใช่นาวิกโยธินภาคใต้ กองทัพเรือ หรือไม่
- ปัจจุบันหน่วยงานนั้นได้ตั้งกรรมการสอบเรื่องนี้หรือยัง
- ตำรวจได้สอบ “บุคคลปลายสาย” หรือยัง / หรือว่าคนๆ นี้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แล้ว
หากถอดรหัสเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “บุคคลปลายสาย” ที่ผู้ต้องหาในทีมสังหาร อ้างว่า “มือปืนโทรหา” มีความเป็นไปได้ว่า น่าจะมีเจ้าหน้าที่รัฐ และอาจจะเป็นกำลังพลของทหารในหน่วยนาวิกโยธินภาคใต้ กองทัพเรือ โดยต้องเป็นกำลังพลที่มี “ยศสูง” ระดับหนึ่ง มิฉะนั้นคงสั่งให้ตั้งด่าน หรือเลิกด่านไม่ได้
อ่านประกอบ : บุกสำรวจ “ศาลากลางนราฯหลังเก่า” จุดนัดพบ “น.อ. - ทีมสังหาร”?
2.ข้อมูลล่าสุดที่ “ฝ่ายความมั่นคง” ได้ตรวจสอบ และมีข้อมูลชัดเจน ว่าคดีนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐอีกมากกว่า 1 นาย ก็คือ
- ในวันเกิดเหตุ หลังจากทีมสังหารปฏิบัติการเสร็จสิ้น คือยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์แล้ว ทั้งหมดก็ได้หลบหนีตามแผนที่วางเอาไว้
- หนึ่งในทีมปฏิบัติการ ลงจากรถเพื่อนำอาวุธปืนไปซ่อน
- มีการประสานเจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่ง เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำอาวุธปืนไปซ่อน
- เจ้าหน้าที่รัฐรายนี้รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ อ.บาเจาะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้าน สส.กมลศักดิ์ นั่นเอง
- หลักฐานที่ฝ่ายความมั่นคงได้มา ก็คือ หนึ่งในทีมปฏิบัติการที่นำปืนไปซ่อน ได้ส่ง “ข้อมูลปักหมุดจุดซ่อนปืน” ไปให้เจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่ง ซึ่งเชี่ยวชาญพื้นที่เป็นอย่างดี ก่อนที่คนนำปืนไปซ่อน จะแยกหลบหนีไป
- เจ้าหน้าที่รัฐรายนี้ ซึ่งได้รับ “แผนที่ปักหมุดจุดซ่อนปืน” ก็ได้ประสานไปยังญาติของหนึ่งในทีมสังหารที่เป็น “คนรับงาน” และเป็น “โต้โผใหญ่” ตามที่ เรือเอกวิโรจน์ให้การ โดยพาญาติรายนี้ไปที่จุดซ่อนปืนตามหมุดที่ปักไว้
ข้อมูลส่วนนี้ยังไม่ชัดว่า เจ้าตัวพาไปเองเลย หรือแค่บอกทางตามหมุด เพราะช่ำชองเส้นทาง
จุดซ่อนปืนเป็นสวนปาล์ม อยู่โซนด้านหลัง ห่างจากบ้านของ สส.กมลศักดิ์ ไม่ไกลนัก
ข้อมูลนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เคยแย้มพรายพูดกับนักข่าวบ้างเหมือนกัน
- เจ้าหน้าที่รัฐรายนี้ ยังทำหน้าที่ประสานเกี่ยวกับเส้นทาง ให้กับทีมปฏิบัติการที่แยกย้ายกันหลบหนี เพื่อไม่ให้ต้องผ่านด่าน หรือเจอด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ด้วย พร้อมทั้งนำทางไปยังจุดที่จอดรถสำรองทิ้งไว้ เพื่อขับรถหลบหนีกันต่อ
แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง บอกว่า ตำรวจเองก็มีข้อมูลชุดนี้ จึงต้องรอวัดใจว่าจะแจ้งข้อหาเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องหรือไม่
และน่าคิดว่าเหตุใดผ่านมาเดือนกว่าจึงยังไม่แจ้งข้อหาใครเพิ่มเลย นอกจาก 5 คนที่เป็นทีมปฏิบัติการยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ เท่านั้น
