
นายกฯ ลงนามคำสั่งตั้ง “ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์” นำทีมพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ไม่พลิกโผ ให้อำนาจเปิดโต๊ะถกกลุ่มผู้เห็นต่าง - ประสานผู้อำนวยความสะดวกต่างประเทศ ไม่ล็อกจำกัดแค่มาเลเซีย พร้อมให้สำนักงาน สมช.เป็นเลขานุการ “สส.รอมฎอน” ตั้งข้อสังเกตถ้อยคำ “หัวหน้าการพูดคุย” ไม่ใช่ “หัวหน้าคณะพูดคุย”
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 148/2569 เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
เนื้อหาในคำสั่งดังกล่าวระบุว่า โดยที่รัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2568-2570 โดยมุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน
เพื่อให้การขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดเหตุรุนแรง และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาศัยอำนาจตามมาตรา 11(6) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้แต่งตั้ง นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ เป็นหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Chief of Peace Dialogue”
ข้อ 2 ให้หัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
1.ดำเนินการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้กับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐและผู้ก่อเหตุรุนแรงตามนโยบาย แนวทาง หรือมาตรการที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี กำหนด
2.ประเมินและวิเคราะห์ท่าทีและทัศนคติของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐและผู้ก่อเหตุรุนแรง รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาตกลงใจเชิงนโยบายต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
3.ประสานงานกับผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน หรือบุคคลในต่างประเทศ
4.แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน ตลอดจนที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือมอบหมายบุคคลได้ตามความเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการแล้วให้รายงานต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีทราบ
5.รายงานผลการปฏิบัติต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ตามห้วงระยะเวลาที่เหมาะสม
6.ดำเนินการอื่นตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี มอบหมาย
@@ มอบ สมช.ประกอบกำลัง “ทีมพูดคุย”
ข้อ 3 ให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่เลขานุการของหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และประกอบกำลังปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวอย่างทันท่วงทีตามที่ได้รับการร้องขอ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติอาจร้องขอต่อส่วนราชการเพื่อจัดส่งข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ในสังกัดของส่วนราชการไปช่วยปฏิบัติงานของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ โดยถือว่าเป็นการปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานตามปกติ แล้วแต่กรณี และจะให้ไปช่วยปฏิบัติงานเต็มเวลา บางเวลา หรือนอกเวลาก็ได้
ส่วนการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นของหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการแล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
โดยคำสั่งแต่งตั้งหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.2569 เป็นต้นไป
@@ “สส.รอมฎอน” ตั้งข้อสังเกต “เปลี่ยนชื่อ” สัญญาณดี
หลังคำสั่งตั้ง นายฐนัตถ์ เผยแพร่ออกไป ปรากฏว่า สส.รอมฎอน ปันจอร์ แห่งพรรคประชาชน ซึ่งเคลื่อนไหวประเด็นปัญหาไฟใต้มาตลอด ได้โพสต์ข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้หลายประเด็น
เริ่มตั้งแต่ประการแรกเรื่องการใช้ชื่อ ที่เปลี่ยนจาก “หัวหน้าคณะพูดคุย” เป็น “หัวหน้าการพูดคุย” มองว่ามีนัยเป็นการมอบภารกิจในภาพรวมที่กว้างขึ้นกว่าการไปพูดคุยกับกลุ่มที่เห็นต่าง ถือว่าอำนาจหน้าที่คล่องตัวกว่าเดิมเมื่อเทียบกับการตั้งหัวหน้าคณะพูดคุย ที่ผ่านมา
โดยเฉพาะเรื่องการดำเนินการไปก่อนแล้วค่อยมารายงานต่อ สมช.และนายกฯ ภายหลัง ซึ่งจุดนี้ได้ไปย้อนดูการแต่งตั้งของหัวหน้าคณะพูดคุยก่อนหน้านี้ (ยุคนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช.เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ) ไม่มีให้ดำเนินการไปก่อนแล้วค่อยรายงาน และเรื่องภารกิจที่กว้างขึ้นนอกเหนือจากพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างคือ การคุยกับฝ่ายเดียวกันในพื้นที่ให้ไปในทิศทางเดียวกัน
นอกจากนี้ในคำสั่งยังระบุเอาไว้เลยให้ สมช.มาทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของหัวหน้าการพูดคุย ไม่เหมือนก่อนหน้านี้
@@ เชียร์ ผอ.ข่าวกรองฯ คุมพูดคุย ดีกว่าใช้บริการทหาร
ประการที่ 2 เหตุที่เลือก นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เพราะการที่คุมงานข่าวกรอง จะช่วยวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ แสวงหาทางเลือก เพื่อการตัดสินใจที่ดีและเหมาะสมกว่าการใช้วิสัยทัศน์แบบทหารมาประเมินสถานการณ์อย่างที่ผ่านมา
ประการสุดท้าย ก็ยังมองว่า คำสั่งแต่งตั้ง “หัวหน้าการพูดคุยสันติสุขฯ” ก็ยังไม่มีเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจนว่า จะนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงได้ เหมือนการตั้งบุคคลและคณะพูดคุยก่อนๆ หน้านี้
