
“คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักขึ้นจากผู้รู้ และผู้ที่ติดตามสถานการณ์ไฟใต้มาตลอด
เพราะนอกจากจะมีการตั้งกรรมการ “คณะใหญ่” ถึง 22 คน ทุบสถิติ “คณะผู้แทนพิเศษฯ” ที่เคยตั้งมา 3 ชุดยุค “ลุงตู่” แล้ว ตำแหน่งๆ ต่างที่ตั้งมายังไปซ้ำซ้อนกับโครงสร้างส่วนอื่น
และที่สำคัญยังซ้ำซ้อนเกือบจะ “ทับกันสนิท” กับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต. ซึ่งเป็นคณะกรรมการนโยบายดับไฟใต้ ภายใต้ พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า “พ.ร.บ. ศอ.บต.”
จากการตรวจสอบใน พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 ในมาตรา 6 ให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน, รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งที่นายกฯ มอบหมายเป็นรองประธาน
ส่วนกรรมการ กพต. โดยตำแหน่ง (ฝ่ายการเมือง) จะประกอบด้วย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ คนหนึ่งที่นายกฯ มอบหมาย, รมว.กระทรวงกลาโหม, รมว.กระทรวงการคลัง, รมว.กระทรวงการต่างประเทศ, รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, รมว.กระทรวงคมนาคม, รมว.กระทรวงพาณิชย์, รมว.กระทรวงมหาดไทย, รมว.กระทรวงยุติธรรม, รมว.กระทรวงแรงงาน, รมว.กระทรวงวัฒนธรรม, รมว.กระทรวงศึกษาธิการ, รมว.กระทรวงสาธารณสุข, รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม, รมช.มหาดไทย
สรุปคือ มี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ 1 คน + รมว. 15 กระทรวง + รมช.มหาดไทย อีก 1 คน
และยังมีกรรมการโดยตำแหน่ง จากฝ่ายข้าราชการ/หน่วยงาน) ประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์), เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), ผอ.สำนักงบประมาณ, เลขาธิการ กอ.รมน., ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้, ประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้แทนภาคประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดละหนึ่งคน (รวม 5 คน) ส่วนเลขาธิการ ศอ.บต. จะเป็นกรรมการและเลขานุการ กพต.
ที่ผ่านมา ตำแหน่งประธาน กพต. ส่วนใหญ่นายกฯ จะมอบหมายให้รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ทำหน้าที่นี้ เช่น รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน กพต., รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ เป็นประธาน กพต.
หากเปรียบเทียบโครงสร้าง กพต. กับคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ ที่นายกฯ เพิ่งแต่งตั้ง โดยให้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นประธานกรรมการคณะผู้แทนพิเศษฯ นั้น พบว่าตัวบุคคลตามตำแหน่งที่ซ้ำซ้อนกันอยู่ คือ
1.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงต่างประเทศ
2.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กระทรวงกลาโหม
3.นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช.
4. เลขาธิการ กอ.รมน.
5. เลขาธิการ ศอ.บต.
นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานระดับกระทรวงที่ซ้ำซ้อนอยู่อีก 5 กระทรวงคือ กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงยุติธรรม , กระทรวงวัฒนธรรม , กระทรวงศึกษาธิการ
และกระทรวงสาธารณสุข แต่ใช้ตำแหน่งปลัดกระทรวง มาร่วมเป็นกรรมการผู้แทนพิเศษฯ ไม่ใช่ระดับรัฐมนตรีเหมือน กพต.
และหากนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายสีหศักดิ์ นั่งเป็นประธาน กพต. ก็จะทำให้เขาทำหน้าที่ทั้ง ประธาน กพต. และประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ ไปพร้อมกัน ซึ่งก็จะมีหน้าที่ในการกำกับดูแล ประสาน ติดตาม แก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เหมือนๆ กัน
นอกจากนี้ ในการแบ่งงานรองนายกฯ ปรากฏว่า นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ก็มอบหมายให้นายสีหศักดิ์กำกับดูแล ศอ.บต. อยู่แล้วด้วย แบบนี้ถือว่าเป็นการแบ่งงาน มอบหมายงาน และจัดโครงสร้างที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่
เมื่อตัวบุคคลและหน่วยงานระดับกระทรวงส่วนของคณะผู้แทนพิเศษฯ ที่ตั้งขึ้น ก็อยู่ในคณะกรรมการ กพต. อยู่แล้ว (มีเพียง ผบ.สส., ผบ.ทบ., ผบ.ตร., ผอ.สำนักข่าวกรองฯ ที่ไม่อยู่ใน กพต.) และงานของ กพต. ก็มีขอบเขตที่ครอบคลุมงานของคณะผู้แทนพิเศษฯ อยู่แล้ว เหตุใดจึงต้องมีการตั้งคณะกรรมการผู้แทนพิเศษฯขึ้นมาอีก ทำไมไม่ใช้ กพต. ชุดเดียวไปเลย
นี่คือคำถามที่ทุกคนกังขา
ส่วนบางหน่วยงานของคณะผู้แทนพิเศษที่ไม่มีใน กพต. ได้แก่ ผบ.ทสส., ผบ.ทบ., ผบ.ตร., ผอ.สำนักข่าวกรองฯนั้น เนื่องจาก พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 กำหนดตำแหน่งที่เป็น กพต.ไว้แล้ว โดยกฎหมายก็เปิดช่องให้ กพต. สามารถใช้วิธีเพิ่มคนทำงาน โดยการแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานขึ้นมา เพื่อร่วมงานกับ กพต.คณะใหญ่ได้
จึงเกิดคำถามตามมาอีกว่า แล้วท่านจะตั้งคณะผู้แทนพิเศษฯ ขึ้นมาซ้อนอีกทำไม และตั้งกรรมการเยอะเป็นพิเศษเสียด้วย!
