
เกิดเหตุระเบิดภายในนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล จ.ปัตตานี พบ 4 คนร้ายอาวุธครบมือ บุกเข้าไปข่มขู่ไล่ รปภ.ออกจากพื้นที่ ไม่นานมีเสียงระเบิดดังขึ้น 3 ครั้ง และเพลิงลุกไหม้ คาดกลุ่มป่วนใต้สร้างสถานการณ์ ล่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหวังก่อเหตุซ้ำ
เมื่อเวลาประมาณ 22.45 น. ของวันที่ 15 พ.ค.69 ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในพื้นที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลจังหวัดปัตตานี ตั้งอยู่บริเวณบ้านท่าสู หมู่ 3 ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ส่งผลให้ตัวอาคารได้รับความเสียหายและเกิดเพลิงไหม้ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตํารวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ ได้ร่วมกันเข้าควบคุมพื้นที่และตรวจสอบสถานการณ์ในเบื้องต้นทันที เพื่อจำกัดพื้นที่และดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนโดยรอบ
จากการสืบสวนและรวบรวมข้อมูลทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 4 คน แต่งกายมิดชิดและปกปิดใบหน้า เดินเท้าเข้ามาในพื้นที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมฯ จากนั้นได้ใช้อาวุธข่มขู่และบังคับให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ออกไปจากบริเวณตัวอาคาร เพื่อไม่ให้ได้รับอันตราย
หลังจากกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวล่าถอยไป ไม่นานนักก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นติดต่อกันจำนวน 3 ครั้ง ส่งผลให้อาคารภายในพื้นที่ได้รับความเสียหายจำนวน 1 หลัง อย่างไรก็ตาม โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เปิดเผยว่า พฤติกรรมของการก่อเหตุในครั้งนี้ น่าจะเป็นการมุ่งหวังสร้างสถานการณ์ความปั่นป่วน และแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นโครงการสำคัญทางเศรษฐกิจของพื้นที่
“นอกจากเป้าหมายในการทำลายทรัพย์สินของทางราชการแล้ว เจ้าหน้าที่ยังตั้งข้อสังเกตว่า การจุดชนวนระเบิดถึง 3 ครั้งซ้อน อาจเป็นกลยุทธ์ในการ ‘ล่อลวง’ ให้เจ้าหน้าที่รีบนำกำลังเข้าตรวจสอบ เพื่อหวังผลสร้างความสูญเสียจากระเบิดซ้ำซ้อน หรือลอบโจมตีระหว่างทาง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ฝ่ายผู้ก่อเหตุรุนแรงมักนิยมใช้” แหล่งข่าวระบุ
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ 100% และจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดในเช้าวันที่ 16 พ.ค.69 เพื่อรวบรวมวัตถุพยาน ชิ้นส่วนระเบิด และตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV) ตามเส้นทางที่คาดว่า คนร้ายใช้หลบหนี เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
