
คนร้ายเฉียดครึ่งโหล บุกวางระเบิด พร้อมจุดไฟเผาคลังเก็บแผงโซลาร์เซลล์ของบริษัทพลังงานรายใหญ่ในพื้นที่ยะหริ่ง ปัตตานี เพลิงลุกไหม้วอด เสียหายกว่า 13 ล้าน เจ้าหน้าที่ตั้ง 2 ชนวนเหตุ ฝีมือกลุ่มป่วนใต้โยงเหตุบึ้มโรงไฟฟ้าชีวมวลหนองจิกเมื่อสัปดาห์ก่อน หรือขัดผลประโยชน์ในโครงการ
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียด และมีเหตุรุนแรงรูปแบบต่างๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำลายโครงสร้างพื้นฐานอย่างโรงงานไฟฟ้าชีวมวล และกิจการเกี่ยวกับพลังงานสะอาด ซึ่งผุดขึ้นเยอะมากในพื้นที่
ล่าสุดเมื่อเวลา 03.10 น. วันจันทร์ที่ 15 มิ.ย.69 พ.ต.อ.ลุกมาน บาเกาะ ผู้กำกับการ สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายลักลอบเข้าไปก่อเหตุวางระเบิดและวางเพลิงภายในพื้นที่ก่อสร้าง โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ของ บริษัท Gunkul Solar Power Generation ตั้งอยู่หมู่ 4 บ้านท่าพง ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี
หลังรับแจ้งจึงรีบประสานกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน กรมทหารพรานที่ 42 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และรถดับเพลิงเข้าตรวจสอบและระงับเหตุ
ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้า พบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณจุดเก็บแผงโซลาร์เซลล์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งฉีดน้ำสกัดเพื่อไม่ให้ไฟลุกลามเป็นวงกว้าง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่โดยเด็ดขาด เนื่องจากมีรายงานว่า พบวัตถุต้องสงสัยคาดว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายนำมาวางไว้ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD จึงต้องเข้าดำเนินการยิงทำลายและเคลียร์พื้นที่ กระทั่งถึงช่วงเช้าจึงได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พนักงานรักษาความปลอดภัย หรือ รปภ.ของโรงไฟฟ้า กำลังดูแลสถานที่อยู่ตามปกติ จู่ๆ ก็มีกลุ่มคนร้ายเป็นชายไม่ต่ำกว่า 5 คน มีอาวุธครบมือ และมีผ้ากับหมวกไอ้โม่งปิดยังใบหน้า ได้ลักลอบเดินเท้าเข้ามาทางด้านหลังของสถานที่ก่อสร้าง ซึ่งเป็นจุดอับสายตา จากนั้นคนร้ายได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด
คนร้ายชุดแรก ทำหน้าที่ขว้างวัตถุระเบิด คาดว่าเป็นระเบิดมาตรตฐานชนิดขว้าง หรือระเบิดขว้างแบบแสวงเครื่อง จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เพื่อสร้างความตื่นตระหนก และเปิดทางไม่ให้พนักงาน รปภ.เข้าไปใกล้ หรือขัดขวาง
คนร้ายชุดที่สอง นำน้ำมันเบนซินที่เตรียมมา ราดลงบนกองแผงโซลาร์เซลล์ที่ทางโรงงานสั่งมาเตรียมติดตั้ง ก่อนจุดไฟเผาจนวอดจากนั้นคนร้ายทั้งหมดได้หลบหนีออกไปทางเดิม ท่ามกลางความมืด
ด้านเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 (ศพฐ.10) ได้เข้าเก็บวัตถุพยานอย่างละเอียด โดยพบเศษชิ้นส่วนระเบิดและขวดบรรจุน้ำมันตกอยู่ จึงได้เก็บรวบรวมลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอเพื่อใช้เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในการหาเบาะแสเชื่อมโยงถึงกลุ่มคนร้ายต่อไป
ทั้งนี้ มูลค่าความเสียหายในเบื้องต้นประเมินไว้ประมาณ 13 ล้านบาท แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ กล่าวถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ โดยตั้งประเด็นเอาไว้ 2 ประเด็นหลัก คือ อาจเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง (ผกร.) ที่มุ่งหวังสร้างสถานการณ์ป่วนเมืองและทำลายเศรษฐกิจ โดยพบความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา ซึ่งมีคนร้ายบุกวางระเบิดถึง 3 ลูกที่โรงไฟฟ้าชีวมวล ในพื้นที่หมู่ 1 บ้านมะพร้าวต้นเดียว ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งฝ่ายความมั่นคงมองว่า เป็นการจงใจเลือกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
ส่วนอีกประเด็น อาจเป็นปัญหาความขัดแย้งภายใน หรือการขัดผลประโยชน์ อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้เสียประโยชน์จากการรับเหมาก่อสร้าง หรือกลุ่มเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง
หลังเกิดเหตุ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 42 ได้สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ทันที โดยมีการนำโดรน (หรืออากาศยานไร้คนขับ (UAV) ขึ้นบินสำรวจพิกัดการหลบหนีของคนร้าย พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยกำลังในพื้นที่จัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดตรวจเคลื่อนที่ (Pop-up) บนเส้นทางสายรองและเส้นทางในหมู่บ้านด้วย
ด้านแกนนำภาคประชาชนในพื้นที่ ระบุว่า การเลือกโจมตีโครงการพลังงานสะอาดเช่นนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของภาคเอกชน แต่ยังเป็นการทำลายโอกาสทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการจ้างงานของคนในชุมชน ซึ่งสวนทางกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่อยากเห็นความก้าวหน้าและการยกระดับคุณภาพชีวิตที่มั่นคงมากกว่าเดิม
