
เหตุรุนแรงที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ล่าสุด 2 เหตุการณ์ ถูกนำไปเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมืองอย่างไม่น่าเป็นเรื่องบังเอิญ และอาจเป็นเหตุผลให้ทั้งฝ่ายการเมืองและ “บิ๊กราชการ” ขยับตัวกันอย่างคึกคักผิดสังเกต
เหตุการณ์แรก ลอบวางระเบิดและเผาปั๊มน้ำมัน PT 3 แห่ง ใน จ.ยะลา และปัตตานี ถูกจับโยงกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากธุรกิจปั๊มน้ำมัน PT เป็นของตระกูลรัชกิจประการ โดยนายพิพัฒน์ก็เคยมีบทบาทในการบริหาร ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง
ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าว “รอยร้าว” ในพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะการที่นายพิพัฒน์ ถูกนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ดึงงานที่เคยกำกับดูแล EEC หรือ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ไปกำกับดูแลเอง โดยอ้างเรื่องการรเดินสายไปโรดโชว์ต่างประเทศ
ขณะที่ปฏิบัติการ “เด้งครั้งใหญ่ - ย้ายล้างบาง” ข้าราชการฝ่ายปกครองของ จ.ภูเก็ต รวมถึงกรณีโกงสอบท้องถิ่น ก็มีการเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างข้าราชการที่ตกเป็นข่าวบางราย ไปถึงรองนายกฯพิพัฒน์ด้วย

ล่าสุด 30 มิ.ย.69 นายพิพัฒน์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในเรื่องที่ถูกพาดพิงจากสถานการณ์ระเบิดปั๊ม PT ที่ชายแดนใต้ ก่อนการประชุม ครม.ที่ทำเนียบรัฐบาล
“ได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ที่มีการลอบวางระเบิดตามปั๊มน้ำมัน ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องของขบวนการที่ต้องการเรียกร้อง เพราะจะมีการเจรจาเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยทางรัฐบาลจะหาแนวทางในการเจรจาเพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุด”
“เพราะฉะนั้นก่อนการเจรจาที่จะเริ่มเป็นช่วงต้นเดือนหน้า มันก็ต้องมีเหตุการณ์รุนแรง ซึ่งขณะนี้ผมไม่ได้อยู่ใน สมช. คงต้องไปเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง หรือทางเลขาฯสมช. ว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นอย่างไร แต่เท่าที่ทราบ มันเป็นการเรียกร้องในสิ่งที่กำลังจะมีการเจรจา ซึ่งแน่นอนไม่ว่ากระบวนการใดๆ ในโลกนี้ในแต่ละประเทศ การเรียกร้องในสิทธิที่ตัวเองอยากจะได้ มันก็ต้องมีการแสดง ถึงพลังที่เขาจะเรียกร้อง เพราะฉะนั้นวิธีต่างๆ ขอให้รอการเจรจาให้เรียบร้อยก่อน”

จะเห็นได้ว่ารองนายกฯพิพัฒน์ ไม่พยายามตอบคำถามแบบเฉพาะเจาะจงถึงปั๊ม PT แต่การที่นักข่าวไปสอบถามท่านในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ท่านไม่ได้คุมงานความมั่นคง ก็สะท้อนชัดว่าสังคมมองความเชื่อมโยงนี้อย่างไร
เหตุการณ์ที่ 2 ลอบวางระเบิดหวังโจมตีรถหุ้มเกราะของ อส.ประจำ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส แต่เกิดพลาดไปโดนรถยนต์เก๋งของนักท่องเที่ยวชาวมาเลย์
หลังเกิดเหตุการณ์นี้ และเหตุระเบิดปั๊ม PT ที่ยะลา ปรากฏข่าว นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ จ.ยะลา และนราธิวาส ทันทีในวันเดียวกับที่เกิดเหตุ คือ จันทร์ที่ 29 มิ.ย.
ที่ จ.ยะลา ปลัดอรรษิษฐ์ ไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน PT บริเวณริมถนนสาย 15 อ.เมืองยะลา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมคณะอย่างพร้อมเพรียง

ไฮไลต์อยู่ที่การลงพื้นที่ จ.นราธิวาส พร้อมกับ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เพื่อไปดูจุดเกิดเหตุลอบวางระเบิดที่บ้านไพรวัน ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียบาดเจ็บ 2 ราย รถยนต์เก๋งโปรตอน พังยับเยิน
เพราะปลัดอรรษิษฐ์ กับ อธิบดีนฤชา กำลังถูกสังคมจับจ้องว่า เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งในกระทรวงมหาดไทย จนมีข่าวลบๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีข่าว “ผู้มีบารมีนอกรัฐบาล” ต้องการผลักดันอธิบดีนฤชา ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ในปีสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ แต่ ปลัดอรรษิษฐ์ ยังอยู่ในตำแหน่งอีกยาวนานถึงปี 2574
งานนี้จึงอาจมีปฏิบัติเขย่าเก้าอี้กัน และตอบโต้เอาคืนกัน ผ่านเรื่องราวฝุ่นตลบในกระทรวงมหาดไทย ทั้งการฟ้องร้องเรื่องการโยกย้ายไม่เป็นธรรม ตามมาด้วยปัญหาความขัดแย้งที่ จ.ภูเก็ต การแฉไลน์หลุดของปลัดจังหวัดภูเก็ต และคดีโกงสอบที่มีการปล่อยคลิปลับพาดพิง “บิ๊กมหาดไทย” แบบไม่ต้องแปลความ
แต่ทั้งสองคนกลับต้องลงพื้นที่พร้อมกัน จากเหตุการณ์ไฟใต้ล่าสุด ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ล้วนมีนัยทางการเมืองที่มากกว่าเหตุรุนแรงทั่วๆ ไป เพราะกิจการของปั๊มน้ำมัน PT ถูกโยงถึงคีย์แมนสำคัญของรัฐบาลอย่าง นายพิพัฒน์

ส่วนเหตุระเบิดที่ อ.ตากใบ แม้ข่าวจะชี้ชัดว่าคนร้ายต้องการโจมตีรถหุ้มเกราะของ อส. แต่การที่ระเบิดก่อความเสียหายให้กับรถยนต์ของนักท่องเที่ยว และทำให้ชาวมาเลย์ได้รับบาดเจฺ็บ ย่อมส่งผลทั้งภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจ และความอ่อนไหวของพี่น้องมลายูมุสลิมฝั่งมาเลเซีย
ปลัดอรรษิษฐ์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้พื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เริ่มจากเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน...
- สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด กำลังเร่งประเมินความเสียหายของสถานีบริการน้ำมันและบ้านเรือนโดยรอบ
- กระทรวงพลังงานได้เข้ามาสนับสนุนเพื่อให้ปั๊มน้ำมันกลับมาเปิดให้บริการได้ภายใน 1 เดือน
- ศอ.บต. หรือ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เตรียมงบประมาณเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
- สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เข้าไปดูแลเรื่องรายได้ของลูกจ้างชาวบ้านที่ต้องหยุดงานในระหว่างการซ่อมแซม
ส่วนเหตุการณ์ลอบวางระเบิดถรยนต์ในพื้นที่ อ.ตากใบ ปลัดอรรษิษฐ์ ยอกว่า จากการวิเคราะห์เบื้องต้น คาดว่าเหตุระเบิดครั้งนี้อาจมีความเชื่อมโยงกับเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ในพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี (ระเบิดปั๊ม) เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและพิสูจน์หลักฐานระบุว่า วัตถุระเบิดเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส ซึ่งข้อสังเกตสำคัญ คือ ถังแก๊สดังกล่าวไม่ใช่ของที่มีจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อหาแหล่งที่มา และลากคอผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
“สำหรับผู้บาดเจ็บ 2 ราย ได้รับการยืนยันว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ซึ่งมีอาชีพเป็นนักเทคนิคการแพทย์ที่เดินทางมาพักผ่อนในประเทศไทย ผมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดอย่างเต็มกำลัง ส่วนงานฟื้นฟูพื้นที่ ได้มอบหมายให้แขวงทางหลวงเร่งซ่อมแซมผิวถนนที่เสียหายให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด”
