
ท่าทีของ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปลี่ยนแปลงรายวัน ล่าสุด 25 ก.ค.69 ประกาศล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นายว่า “จะต้องล่าตัวมาให้ได้ ไม่ว่าจะจับกุมในสภาพที่มีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม”
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. พล.ท.อดุลย์ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมสภากลาโหม เหมือนติดเบรก พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และเลขาธิการ กอ.รมน. ที่ลงพื้นที่ อ.ระแงะ ตรวจจุดเกิดเหตุสังหารทหารพราน 5 นาย พร้อมประกาศจะเป็น “ผู้ล่า” เพื่อล่าคนร้ายไม่ว่าใครจะช่วยเหลือให้ที่พักพิงก็ตาม โดยกระแทกไปถึงประเทศเพื่อนบ้านซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งกบดานด้วย
โดย พล.ท.อดุลย์ พูดทำนองว่า “อย่าเรียกว่าไล่ล่า โดยเป็นคนไทยที่มีความเห็นแตกต่าง จะต้องมาพูดคุยกัน เพราะเรามีคณะพูดคุยสันติสุขอยู่แล้ว”
ปรากฏว่าคำสัมภาษณ์ของ พล.ท.อดุลย์ ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย และถูกทัวร์ลงยับเยิน โดยมีกระแสกล่าวหาว่า “พูดเหมือนไม่รักชีวิตลูกน้อง” ซึ่งหมายถึงผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมถึง 5 นาย

ทำให้วันที่ 24 ก.ค. พล.ท.อดุลย์ ออกมาแถลงข่าวชี้แจง โดยบอกว่าช้ำใจที่สุดที่ต้องสูญเสียลูกน้อง ไม่เคยคิดว่ารับตำแหน่งทางการเมืองแล้วจะลืมตัว และย้ำว่าลูกน้องจะต้องไม่ตายฟรี
“เรื่องนี้เสียใจจริงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีอะไรช้ำใจเท่ากับเรื่องเมื่อวาน ผมเป็นทหาร เป็นผู้พัน เป็นผู้การ เวลาลูกน้องเสียชีวิตจากการสู้รบ ไม่มีอะไรช้ำใจกว่านั้น…”
“สีเขียวจับหนังหัวผมอยู่ตลอด ไม่เคยเปลี่ยน ถึงแม้ว่าบทบาทจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าลูกน้องต้องไม่ตายฟรี และได้บอกกับแม่ทัพภาคที่ 4 ว่าให้จับตัวผู้ก่อเหตุมาให้ได้ ผมทำเรื่องนี้มาทั้งชีวิต ลูกน้องไม่มีตายฟรี แต่ฐานะและบทบาทของผม ถ้าไปพูดอะไรที่รุนแรงกว่านี้มันก็เป็นการยกระดับ เอาน้ำมันไปเติม แต่เมื่อจำเป็นต้องพูดความในใจก็ต้องพูด ไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่ากับถูกหาว่าไม่รักลูกน้อง และเสียใจกับคำพูดที่ไม่ได้สื่อสารออกไปทั้งหมด”
ปรากฏว่าถัดจากนั้นเพียง 1 วัน พล.ท.อดุลย์ ลงพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมกับ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และ พล.ท.นรทิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ไปที่ จ.นราธิวาส เพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุคนร้ายบุกโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี และไปเยี่ยมอาการของ เด็กชายฮาปิ๊บ หินะ อายุ 10 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
พล.ท.อดุลย์ ให้สัมภาษณ์ว่า “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการวางแผนปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่อย่างอุกอาจ นำมาซึ่งความสูญเสียและความเจ็บปวดที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ผมขอประณามผู้ก่อเหตุในครั้งนี้… เราได้เบาะแสของผู้กระทำผิดแล้ว ยืนยันว่าจะต้องล่าตัวมาให้ได้ ไม่ว่าจะจับกุมในสภาพที่มีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการและรับโทษตามกฎหมาย”

การลงพื้นที่รอบนี้ ถือว่าเป็นการรวมพลกันของนายทหาร ตท.26 เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร และ จปร.37 ทั้ง พล.ท.อดุลย์ พล.อ.ชัยพฤกษ์ และ พล.ท.นรธิป โดยที่ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก หัวขบวนรุ่น 26 ก็ยังอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้ด้วยเช่นกัน
แม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งเงียบมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุ กล่าวว่า การใช้มาตรการทางกฎหมายในพื้นที่กวาดล้างจะเป็นไปอย่างตรงจุด ไม่กระทบกับชีวิตประจำวันของประชาชนและเยาวชนทั่วไป
พร้อมฝากเตือนไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุว่า “ถ้าไม่มอบตัว ก็ต้องใช้ทุกวิถีทางตามกฎหมายดำเนินการจนถึงที่สุด ผู้ก่อเหตุต้องรับผลของการกระทำ”
@@ ออกหมายจับแล้ว 1 หิ้วตัวซักถาม 1

ด้านคืบหน้าทางคดี ศาลได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 1 ราย คือ นายอาซีซัน (สงวนนามสกุล) ชาว ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ในข้อหายิงและขว้างระเบิดใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี
นายอาซีซัน เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่มีหมายจับติดตัวรวม 2 คดี หนึ่งในนั้นคือคดีบุกยิงและวางระเบิดในที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 8 มี.ค.68
นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษเชิญตัวบุคคลต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการซักถามอีก 1 ราย คือ นายมาหะมะสรี (สงวนนามสกุล) มีภูมิลำเนาในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยส่งตัวไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 จ.นราธิวาส
@@ ละหมาดฮายัตขอสันติสุข - ปรับแผนตั้งด่าน Pop Up

ส่วนที่วงเวียนลองกอง เทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ ประชาชนและตัวแทนส่วนราชการในพื้นที่จำนวนประมาณ 200 คน นำโดย นายธีรศักดิ์ สังขโชติ นายอำเภอระแงะ และ พ.ต.อ.ศุภชัช ณ พัทลุง ผู้กำกับการ สภ.ระแงะ ได้ร่วมกันละหมาดฮายัตขอพรให้เกิดสันติสุขในพื้นที่
พ.ต.อ.ศุภชัช กล่าวว่า ระหว่างนี้ยังต้องปิดพื้นที่บริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามีเอาไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย ส่วนการดูแลพื้นที่ จะทำงานร่วมกัน 3 ฝ่าย ในลักษณะการตั้งด่าน Pop up เพื่อตรวจค้นตามจุดย่อย ส่วนจุดตรวจในชุมชน และในเขตเทศบาลยังต้องมีอยู่
@@ คาร์บอมบ์ สภ.ตันหยง หมายจับ 2 ผู้ต้องหา

ส่วนความคืบหน้าคดีคนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์ หน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) ซึ่งตั้งอยู่ หมู่ 4 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 21 ก.ค.69 ที่ผ่านมา ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย คือ
1. นายอาซมิน สะแลแม อายุ 35 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เคยมีหมายจับ 2 หมาย ในคดียิงถล่ม - คาร์บอมบ์ที่ว่าการ อ.สุไหงโก-ลก เมื่อวันที่ 8 มี.ค.68 และคดีปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาห้างบิ๊กซี สุไหงโก-ลก วันที่ 5 ต.ค.68 ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ ปฏิบัติการโดยชายชุดดำอย่างอุกอาจ
2. นายอับดุลราฮูม (สงวนนามสกุล) มีภูมิลำเนาอยู่ ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งมีหมายจับ 2 หมาย คือ คดีลอบยิง นายมะรอสปี หะยีสือแม ในพื้นที่ อ.ตากใบ และคดีคาร์บอมบ์บ้านพักนายอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อปี 67
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย คือ
1. นายอาลียะห์ (สงวนนามสกุล) เชิญตัวเข้าศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ จ.นราธิวาส
2. นายฮาฟีซี (สงวนนามสกุล) เชิญตัวเข้าศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 จ.นราธิวาส
