
การลงพื้นที่เกิดเหตุด้วยตนเองของกลุ่มนายทหาร ตท.26 ซึ่งคุมงานความมั่นคงฝั่งกองทัพแบบเบ็ดเสร็จ นำมาสู่ปฏิบัติการไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุยิงถล่มทหารพรานเสียชีวิตคาจุดตรวจบูเก๊ะซามี ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ถึง 5 นาย อย่างดุเดือดเข้มข้น
นายทหาร ตท.26 ที่ลงพื้นที่ นำทัพโดย “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เลขาธิการ กอ.รมน. และ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4
นอกจากนั้นยังมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ฝังตัวอยู่ในพื้นที่ต่อเนื่อง
การรวมตัวของนายทหาร ตท.26 ได้บอกผ่านสื่อเป็นเสียงเดียวกันว่า “ต้องล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้” โดยเฉพาะคำสัมภาษณ์ พล.ท.อดุลย์ ล่าสุดที่ว่า “จะต้องล่าตัวมา ไม่ว่าจะจับกุมในสภาพที่มีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม”
สอดรับกับ พล.ท.นรธิป หรือ “บิ๊กยูร” ที่บอกผ่านสื่อว่า “การใช้มาตรการทางกฎหมายในพื้นที่กวาดล้างจะเป็นไปอย่างตรงจุด ไม่กระทบกับชีวิตประจำวันของประชาชนและเยาวชนทั่วไป”
อ่านประกอบ : ตท.26 รวมพลที่ปลายขวาน ลั่นล่าตัวทีมฆ่าทหาร แม้สภาพไร้ชีวิต!
@@ ปิดล้อมเทือกเขาเมาะแต ล่า 4 แกนนำป่วนใต้

ล่าสุด พล.ท.นรธิป ได้ระดมกำลังพลจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมทั้ง 3 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการ ส่งเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ปิดล้อมเทือกเขาเมาะแต ซึ่งเป็นเขตรอยต่อ 3 อำเภอ คือ อ.ระแงะ อ.จะแนะ และ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ตั้งแต่ในช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ 25 ก.ค.69
ข่าวที่แชร์ต่อๆ กันในสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนใหญ่เป็นสื่อที่สนับสนุนฝ่ายความมั่นคง อ้างข้อมูลว่า ปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายเพื่อกดดันไล่ล่าแกนนำระดับปฏิบัติการและสั่งการ จำนวน 4 คน คือ
1.นายมะซาฟี ตีโม
2.นายอับดุลเลาะห์ มะแซ
3.นายอิสมาแอล แจ๊ะแว
4.นายอาซีซัน มะดาเอ
โดยการระบุชื่อในข้อมูลที่แชร์กัน มีการแนบภาพถ่ายของแต่ละคนประกอบมาด้วย
อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดของ “ทีมข่าวอิศรา” พบว่ามีเพียง นายอาซีซัน เท่านั้นที่เป็นบุคคลซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้ว ในฐานะเป็น 1 ใน 13 คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี ส่วนคนอื่นๆ ไม่มีชื่อปรากฏเป็นข่าวอย่างเป็นทางการมาก่อน

สำหรับ เทือกเขาเมาะแต เป็นพื้นที่รอยต่อทั้ง 3 อำเภอ และเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวหลบซ่อนตัวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งกลุ่มที่เพิ่งก่อเหตุโจมตีทหารพราน และกลุ่มอื่นๆ คาดว่ามีสมาชิกแนวร่วมหลบซ่อนตัวอยู่บนเทือกเขาทั้งสิ้นประมาณ 28-30 คน ซึ่งแต่ละคนต่างมีความเชี่ยวชาญในการเคลื่อนไหวและดำรงชีพในป่า ทั้งยังเคยผ่านมาการฝึกฝนการรบแบบกองโจรในประเทศเพื่อนบ้าน หรือที่รู้จักในนาม “ฮารีเมา” ซึ่งถือว่าเป็นชุดรบพิเศษของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง
โดยผลการปฏิบัติในช่วงที่ผ่านมาของหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมทั้ง 3 จังหวัด ได้แยกปฏิบัติการออกเป็น 3 ชุด ในการเดินลาดตระเวนขึ้นเทือกเขา โอบล้อมในลักษณะเดินหน้ากระดานปูพรมจากเทือกเขาเมาะแต ในพื้นที่ อ.ระแงะ พิสูจน์ทราบไปยัง อ.จะแนะ และ อ.ศรีสาคร ตลอด 24 ชั่วโมง
และทางภาคพื้นจะมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นๆ เดินลาดตระเวนตามถนนเส้นทางหมู่บ้านคู่ขนานกับเทือกเขา เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหลบหนีลงมาจากเทือกเขา เพื่อไปซ่อนตัวอยู่ตามบ้านของแนวร่วมเชิงเขา ซึ่งแนวร่วมเหล่านี้จะทำหน้าที่ส่งเสบียงอาหารให้กลุ่มแกนนำดำรงชีพในป่าเขา
อย่างไรก็ดี จากผลการปฏิบัติจนถึงขณะนี้ (ค่ำของวันจันทร์ที่ 27 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ยังไม่พบเป้าหมาย 4 คนตามที่มีการแชร์ข้อมูลกันแต่อย่างใด
@@ สะพัดสื่อออนไลน์ วิสามัญฯ 3 จับกุม 2
ขณะเดียวกันในสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับปฏิบัติการปิดล้อมเทือกเขาเมาะแต เพื่อกดดันไล่ล่าผู้ก่อเหตุรุนแรงขอฝ่ายของเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถวิสามัญฆาตกรรมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ 3 คน และจับกุมตัวได้ 2 คน โดยใช้ภาพจากเหตุการณ์ปิดล้อมยิงปะทะครั้งอื่นๆ แชร์ไปพร้อมกับข้อมูลดังกล่าว สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชนที่ติดตามข่าวสาร
@@ กอ.รมน.ยันข่าวปลอม ยังไม่มีการวิสามัญฯ

ต่อมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ไม่ปรากฏเหตุการณ์ตามที่มีการกล่าวอ้าง และไม่มีรายงานการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด
แถลงการณ์ยังย้ำว่า การเผยแพร่ข่าวปลอมอาจสร้างความตื่นตระหนก ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ และอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ในการติดตามผู้กระทำความผิดและการบังคับใช้กฎหมาย
@@ เหตุรุนแรงยังรัวๆ ลอบยิง 5 กรณี ตาย 2 เจ็บ 3
ในขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระดมกำลังไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ก่อเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารพราน บริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี ตั้งแต่วันพุธที่ 22 ก.ค.69 จนถึงขณะนี้
ปรากฏว่าในพื้นที่อื่นๆ ยังคงมีเหตุการณ์ลอบยิงเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 23 – 26 ก.ค.69 รวมเหตุการณ์เกิดขึ้นทั้งหมด 5 เหตุ ผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย บาดเจ็บรวม 3 ราย ตามรายละเอียดดังนี้

เมื่อเวลา 23.45 น.วันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งยางแดง รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง ด.ต.จักรพงศ์ โลสันตา ตำแหน่งผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม (ผบ.หมู่ ป.) สังกัด สภ.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดในพื้นที่พรุชะเมา หมู่ 4 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี
จากการสอบสวนทราบว่า ด.ต.จักรพงศ์ อยู่ระหว่างลาพักราชการ ได้ออกไปหาปลากับภรรยา ระหว่างที่กำลังเก็บของเพื่อจะกลับบ้าน ได้มีคนร้าย 4 คน ช้อาวุธปืนยิงใส่ 1 นัด กระสุนถูกต้นขาซ้ายด้านนอก ทำให้ได้รับบาดเจ็บ แต่ ด.ต.จักรพงศ์ ตั้งสติได้ จึงใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้กลับ ทำให้คนร้ายหลบหนีไป
หลังเกิดเหตุ ด.ต.จักรพงศ์ ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทุ่งยางแดง โดยอาการอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย และแพทย์ได้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปัตตานีเพื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 06.50 น.วันเสาร์ที่ 25 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุจากหน่วยกู้ภัยตลิ่งชัน ว่ามีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ในพื้นที่บ้านโต๊ะรายอ หมู่ 10 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา ทราบชื่อคือ นายกูบาฮา หนิมะ อายุ 31 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่หมู่ 10 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดจนเสียชีวิต เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 11.57 น.วันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บันนังสตา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายณรงค์ รำพึงนิตย์ อายุ 48 ปี หัวหน้าคุมงานก่อสร้างของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ชินวรยะลาก่อสร้าง เหตุเกิดในพื้นที่บ้านตาแลแป หมู่ 6 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่นายณรงค์กำลังคุมงานก่อสร้างขยายถนนในพื้นที่บ้านตาแลแป มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนใช้อาวุธปืนยิงนายนายณรงค์จนเสียชีวิต เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหารเช่นกัน
เวลา 23.57 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บันนังสตา รับแจ้งเกิดเหตุมีประชาชนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดในพื้นที่บ้านนิคมซอยเหมือง หมู่ 7 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา ทราบชื่อคือ นายฮัมดี สีฮี อายุ 35 ปี
หลังเกิดเหตุ พลเมืองดีช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลบันนังสตา ปรากฏว่ามีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ลำตัวและข้อมือซ้าย รวม 3 นัด เหตุเกิดขณะดูแลส่วนทุเรียนในพื้นที่ สาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

เวลา 22.00 น.วันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ค.เช่นกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงใส่ป้อม ชรบ. (ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) บ้านดอนทราย หมู่ 4 ต.ดอนทราย อ.ไม้แก่น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ นายสภา แก้วงาย อายุ 46 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านดินทราย ถูกยิงเข้าที่บริเวณหัวไหล่ 1 นัด
จากการสวบสวนทราบว่า ขณะที่ นายสภา ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พร้อม ชรบ. 3 คน กำลังเข้าเวรอยู่ที่ป้อม ชรบ.บ้านดอนทราย ได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนใช้อาวุธปืนลอบยิงใส่ กระสุนถูกนายสภาได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
